
ตลาดหนังในเมืองจีน
มองอย่างวีระศัก เพื่อเตรียมคณะเดินทางให้สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติของไทย ไปร่วมกิจกรรมเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ และนำหนังไทย 5 เรื่อง รวมทั้งพี่มากพระโขนงไปบุกฉายในโรงหนังที่เซี่ยงไฮ้อย่างเป็นทางการครั้งแรกด้วย (หลังจากที่พี่มากบุกอาเซียนได้อย่างน่าประทับใจแล้ว)
มองอย่างวีระศัก เพื่อเตรียมคณะเดินทางให้สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติของไทย ไปร่วมกิจกรรมเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ และนำหนังไทย 5 เรื่อง รวมทั้งพี่มากพระโขนงไปบุกฉายในโรงหนังที่เซี่ยงไฮ้อย่างเป็นทางการครั้งแรกด้วย (หลังจากที่พี่มากบุกอาเซียนได้อย่างน่าประทับใจแล้ว)
ผมจึงมีโอกาสได้ศึกษาข้อมูลจากสำนักงานบริหารกิจการวิทยุโทรทัศน์ภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งชาติของจีน ซึ่งขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรีที่ปักกิ่งเพิ่มเติม เลยได้ความรู้ใหม่ที่คิดว่าเอามาบอกกล่าวคนไทยคงจะดี
จีนจำกัดโควตาการอนุญาตให้ภาพยนตร์ต่างประเทศเข้าฉายในโรงหนังของจีน ปีละ 34 เรื่องเท่านั้น!
โดย 20 เรื่อง ตกเป็นโควตาพิเศษสำหรับสหรัฐหรือฮอลลีวู้ดไปแล้ว ไทยไม่ได้โควตาอะไร จึงต้องแข่งกับหนังทั่วโลกเพื่อเป็น 1 ใน 14 เรื่องที่จะได้เข้าถึงตลาดจีนในแต่ละปี
ดังนั้น จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากปล่อยให้เป็นไปตามแรงขับของตลาดที่ผู้นำเข้าหนังชาวจีนบริหารจัดการอยู่
ถ้าผู้นำเข้าของจีนคิดว่าลูกค้าอยากดูเรื่องไหนก็ไปซื้อสิทธินำมาฉายในโรง ผู้ซื้อหนังของจีนย่อมเงี่ยหูฟังผู้ชมของเขาว่าหนังของชาติไหนที่คนจีนสนใจดู
สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติของไทย จึง ได้ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ของไทยที่เซี่ยงไฮ้จัดเทศกาลฉายหนังไทยเป็นประจำทุกปี โดยจัดต่อเนื่องมา 3 ปีแล้ว
สำหรับตลาดโรงฉายในประเทศไทยปีที่ผ่านๆ มา มีผู้นำหนังต่างประเทศเข้ามาในไทยราวๆ 222 เรื่องต่อปี
หนังในไทยที่มีระบบ Multiplex มีประมาณไม่ถึง 700 โรงทั่วประเทศ แต่ในจีนมี 2.3 หมื่นโรง! และเกิดใหม่อีกราว 10 โรงต่อวัน...
การได้สิทธินำหนังต่างประเทศเข้าไปฉายในจีนจึงเหมือนได้ใบอนุญาตขุดทอง ซึ่งจีนก็รู้ ดังนั้น จึงไม่อนุญาตให้เอกชนรายใดได้ใบอนุญาตนี้ไป
จีนตั้งรัฐวิสาหกิจมารับงานนี้ ในรูปบริษัทภาพยนตร์แห่งชาติจีน ชื่อว่า Globe พูดง่าย ๆ Globe เป็นผู้คุมใหญ่ แล้ว Globe ก็ตั้งตัวแทนช่วงไปทำงานภาคสนาม
กล่าวคือ ให้บริษัท Globe Distribution และบริษัท หัวเซี่ย ไปเป็นผู้จัดจำหน่ายให้โรงหนังในจีนอีกที
ส่วนเอกชนทั่วไปในจีนที่อยากนำเข้าหนังนั้น ถ้าเห็นว่าหนังไหนน่าจะดี ก็ให้ไปติดต่อ Globe ถ้า Globe เห็นด้วย Globe จะเป็นผู้ลงนามในสัญญาซื้อขายหนังนั้นเข้าจีน
ประมาณว่าเพื่อคุ้มครองไม่ให้เอกชนของจีนถูกเอาเปรียบด้วยสัญญาของเจ้าของหนังต่างประเทศ อีกนัยหนึ่ง Globe จะได้ค่าบริหารจัดการสัญญาด้วย คนนอกแอบเรียกสั้นๆ ว่า “เก็บต๋ง”!
ลองเทียบข้อมูลจากตลาดโรงหนังในสหรัฐบ้าง
ข้อมูล Box Office โชว์ว่า ยอดจัดจำหน่ายตั๋วเข้าชมภาพยนตร์ในสหรัฐค่อนข้างจะนิ่งมา 10 ปีแล้ว ส่วนในตลาดจีนนั้นยอดขายตั๋วได้โผนทะยานโตขึ้น 3,500% เมื่อเทียบ 10 ปีเดียวกัน!
บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส (PWC) ซึ่งเป็นบริษัทบัญชียักษ์ใหญ่ ประมาณการว่าอุตสาหกรรมหนังในเมืองจีนจะมีมูลค่าถึง 6,490 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2017 หรือ 3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะแซงตลาดสหรัฐในด้านมูลค่า
เห็นฤทธิ์ของหนังและคนชั้นกลางไหม? PWC บอกว่า ในปี 2025 ตลาดตั๋วหนังในจีนจะมีขนาดเป็น 2 เท่าของตลาดตั๋วหนังในสหรัฐ
บริษัท วอลท์ ดิสนีย์ (ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก หรือ NYSE) และบริษัท Dream Works (ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ) ต่างก็กำลังจับมือหุ้นส่วนฝ่ายจีน เพื่อทำให้แน่ใจว่างานคอนเทนต์หรืองานหนังของจีน ไม่ว่าจะป้อนจอโทรทัศน์ จอหนัง หรือจอมือถือ และจอแท็บเล็ตในจีน จะได้รับการเปิดตลาดอย่างราบรื่น
บริษัท Dream Works จับคู่กับกลุ่มทุน Shanghai Media และบริษัทท้องถิ่นที่ทำงานด้านบันเทิงของจีน สร้างบริษัท “Oriental Dream works” โดย Dream Works ถือหุ้น 45% ประเดิมสร้างกังฟูแพนด้า 3 และหนังใหม่ๆ อีกหลายเรื่องที่ผลิตเพื่อผู้ชมตี๋หมวยโดยเฉพาะ
ดิสนีย์ลงมือจัดหนักไม่แพ้กัน...ด้วยการเข้าหุ้นกับรัฐบาลจีน...โปรโมทการสร้างแอนิเมชั่น และการพัฒนาสื่อในสังคมจีน...เอาใจกันสุดๆ ไปเลย
บริษัท Imax เป็นอีกรายจากสหรัฐที่บุกจีนด้วย การยอมขายหุ้น 20% ของตัวให้กองทุน Private Equity Fund ของจีนรายหนึ่งด้วยมูลค่า 80 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยร่วมมือกับ “ต้าเหลียนวันด้า กรุ๊ป” ซึ่งเป็นเจ้าของเครือข่ายรายใหญ่สุดของจีนในด้าน โรงฉายภาพยนตร์
นอกจากนี้ ยังมีแผนจะตั้ง “เมืองฮอลลีวู้ดในจีน” ด้วยทุนสร้าง 8,200 ล้านเหรียญสหรัฐ อีกด้วย
ขนาดตลาดของจีนทำให้สหรัฐน้ำลายหกถึง เพียงนี้ 3จี 4จี และทีวีดิจิทัลของไทย จึงอาจ เป็นสปริงบอร์ดที่สำคัญยิ่งอีกครั้งที่จะส่งให้คอนเทนต์และเอกลักษณ์ไทยได้เปล่งประกายให้หนังไทย ละครไทย บันเทิงไทย ได้เข้าสู่ตลาดการบริโภคที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดอย่างจีนในอนาคต...







