
ขุดรากถอนโคน
เหตุโจมตีสนามบินในนครการาจี ของปากีสถาน ช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มตาลีบันออกมาอ้างความรับผิดชอบที่เกิดขึ้น เป็นหลักฐานชิ้นเอกที่บทบรรณาธิการของบลูมเบิร์กชี้ว่า ถึงเวลาแล้วที่ทางการปากีสถานจะต้องออกมากวาดล้างกลุ่มผู้ก่อการร้ายเหล่านี้อย่างจริงจัง
เหตุโจมตีสนามบินในนครการาจี ของปากีสถาน ช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มตาลีบันออกมาอ้างความรับผิดชอบที่เกิดขึ้น เป็นหลักฐานชิ้นเอกที่บทบรรณาธิการของบลูมเบิร์กชี้ว่า ถึงเวลาแล้วที่ทางการปากีสถานจะต้องออกมากวาดล้างกลุ่มผู้ก่อการร้ายเหล่านี้อย่างจริงจัง
บทบรรณาธิการของบลูมเบิร์กวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า การเจรจาสงบศึกหรือการใช้กำลังเข้าปราบปรามกลุ่มกบฏของรัฐบาลปากีสถานล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เพราะการพยายามควบคุมกลุ่มผู้ก่อการร้ายดังกล่าว เป็นเพียงการไล่ให้กลุ่มกบฏถอยร่นเข้าไปในอัฟกานิสถานหรือเมืองอื่นๆ ในปากีสถาน ซึ่งเป็นเพียงการประวิงเวลาและขยายพื้นที่ให้กองกำลังดังกล่าวกลับมารวมตัวกันใหม่อย่างเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม
ดังนั้น รัฐบาลปากีสถานจึงจำเป็นต้องทบทวนวิธี รับมือกับเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะการปราบปรามกลุ่มหัวรุนแรงต่างๆ ทั้งในชุมชนเมือง และกลุ่มที่ขยายตัวออกไปยังพื้นที่ห่างไกลในประเทศ ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ฝังตัวแบบหยั่งรากลึกมา ช้านานในเมืองสำคัญหลายแห่งของปากีสถาน
สำหรับกลยุทธ์การจัดการกับปัญหาดังกล่าวในระยะยาวนั้น บลูมเบิร์กแนะว่า ควรเร่งสร้างขวัญกำลังใจและเพิ่มกำลังตำรวจให้มากขึ้น เนื่องจากกรุงการาจีมีอัตรากำลังตำรวจที่ดูแลประชาชน 1:600 เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราเฉลี่ยทั่วโลก ซึ่งอยู่ที่ระดับ 1:260 เท่านั้น นอกจากนี้ทางการปากีสถานก็ต้องหยุดแทรกแซงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งต้องสนับสนุนทรัพยากรและทักษะที่จำเป็น เพื่อใช้ในการขุดรากถอนโคนกลุ่ม ก่อการร้ายทั้งมวลให้หมดไปจากประเทศด้วย







