posttoday
ปูพรมแจงตปท.สกัดโลกล้อมไทย

ปูพรมแจงตปท.สกัดโลกล้อมไทย

10 มิถุนายน 2557

แรงกดดันจากนานาชาติถือเป็นอีกโจทย์ ใหญ่หลังรัฐประหารที่ท้าทายการทำหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

แรงกดดันจากนานาชาติถือเป็นอีกโจทย์ ใหญ่หลังรัฐประหารที่ท้าทายการทำหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หากยังไม่สามารถจัดการกอบกู้ภาพลักษณ์ ชี้แจงหรือทำให้ต่างชาติเข้าใจถึงที่มาที่ไป หรือโรดแมป ปูทางวางระบบพาประเทศเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งได้สำเร็จ ย่อมกลายเป็นแรงเสียดทานที่ ส่งผลรุนแรงต่อไปในอนาคต

แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการรัฐประหารในสายตาต่างชาติถือเป็นปฏิปักษ์ ในระบอบประชาธิปไตยชัดเจน ดังจะเห็น จากท่าทีของต่างชาติซึ่งมี 39 ชาติ ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ในเมืองไทย และอีก 63 ประเทศออกคำเตือนในการเดินทางไปประเทศไทย

ยังไม่รวมกับมาตรการของทางสหรัฐอเมริกาที่ตัดงบประมาณความช่วยเหลือด้านกลาโหม 320 ล้านบาท เช่นเดียวกับรัฐบาลออสเตรเลียซึ่งลดระดับความสัมพันธ์และความช่วยเหลือด้านการทหาร จนกว่าประเทศไทยจะกลับสู่สถานการณ์ปกติ

ปัญหาเหล่านี้จึงเป็นงานหินที่ คสช.ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ จะต้องเร่งหาทางแก้ไขทำความเข้าใจกับต่างชาติ แม้ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศเริ่มออกตัวชี้แจงทำความเข้าใจไปบ้างแล้ว แต่อาจยังไม่เพียงพอกับสถานการณ์ที่ต้องเร่งรีบและใช้ความพยายามอย่างหนัก

เริ่มตั้งแต่ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่แทน รมว.ต่างประเทศ ได้ใช้เวทีประชุมสุดยอดด้านความมั่นคงเอเชีย หรือแชงกรีล่า ไดอะล็อก ที่สิงคโปร์ ชี้แจงทำความเข้าใจกับต่างชาติ หรือการเดินทางไปพบรัฐมนตรีต่างประเทศของพม่า ในฐานะประธานอาเซียน

โดยเวทีการหารือกับกลุ่มประเทศอาเซียนและคู่เจรจา เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ที่พม่า ได้ชี้แจงสถานการณ์การเมืองในประเทศให้ทุกประเทศทราบ

อีกด้านหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศยังเตรียมใช้เวทีประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในสัปดาห์หน้าเป็นโอกาสชี้แจงให้ประเทศสมาชิกเข้าใจเหตุผลและความจำเป็นของรัฐประหารครั้งนี้

หลังจากก่อนหน้านี้กระทรวงการต่างประเทศเคยเชิญตัวแทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าพบหารือที่กระทรวงการต่างประเทศ

ปฏิบัติการเชิงรุกยังมีต่อเนื่อง วันที่ 10-11 มิ.ย.นี้ จะเรียกประชุมเอกอัครราชทูตไทย และกงสุลใหญ่ไทย ในต่างประเทศ 23 คน อาทิ วอชิงตัน ดี.ซี. เบอร์ลิน บรัสเซลส์ อิตาลี สเปน ญี่ปุ่น ร่วมกับทั้งปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เพื่อทบทวนและวางท่าทีไทยต่อการดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศกับประเทศนั้นๆ

อีกด้านหนึ่งเมื่อประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาออกมาตรการตอบโต้การรัฐประหารในไทย ทำให้ไทยอาจจะต้องเข้าหาจีนเพื่อช่วยคานอำนาจในภูมิภาค ดังจะเห็นกำหนดการเยือนกรุงปักกิ่ง ในวันที่ 11 ก.ค. เพื่อกระชับความสัมพันธ์และชี้แจงสถานการณ์ภายในประเทศ

ยังไม่รวมกับท่าทีของ จักรภพ เพ็ญแข หรือแกนนำในขั้วอำนาจเก่าที่ยังเคลื่อนไหว ต่างประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรต้านรัฐประหาร หรือแนวคิดต้านรัฐบาลพลัดถิ่นในช่วงก่อนหน้านี้ แม้หลายประเทศอย่างกัมพูชาจะประกาศไม่ให้ใช้พื้นที่เป็นฐานเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ความพยายามเหล่านี้ยังไม่สิ้นสุด และเป็นงานหนักที่ คสช.จะต้องเข้าไปควบคุมดูแลไม่ให้เป็นปัญหาย้อนกลับมาเป็นแรงกดดันตัวเองต่อไป

แต่ทว่ามาตรการต่างๆ ที่ดำเนินอยู่เวลานี้ หลายฝ่ายยังมองว่าไม่เพียงพอ กษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ ระบุว่า คสช.มี ความจำเป็นต้องชี้แจงในสามเรื่อง คือ 1.ความจำเป็นที่ไปที่มาจากการยึดอำนาจของฝ่ายกองทัพ โดยเฉพาะที่ผ่านมาแม้จะมีการเปิดโอกาสให้ผู้มีบทบาทการเมือง พรรคการเมือง หรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องพยายามหาทางออกร่วมกันแต่ก็ไม่สำเร็จ 2.การใช้ความรุนแรงซ่องสุมผู้คนที่ผ่านมา และ 3.แผนคืนความสงบให้บ้านเมือง ทั้งการปฏิรูปมีรัฐบาลชั่วคราว สภานิติบัญญัติ สภาปฏิรูป

อย่างไรก็ตาม ทั้งสามประเด็นนี้ชี้แจงแล้วต่อคณะทูตที่นี่ ผ่านสถานทูตไทยในต่างประเทศ และได้ส่งปลัดสีหศักดิ์ไปพูดจาหารือในต่างประเทศยังไม่เพียงพอ ต้องทำงานเข้มข้นกว่านี้ ทั้งในกรุงเทพฯ ที่ต้องทำต่อเนื่อง ทั้งการอธิบายด้วยความรู้ และความเชื่อถือ เชื่อมั่น ซึ่งที่ผ่านมายังไม่คึกคักเท่าที่ควร

ทั้งนี้ สถานทูตและกงสุลทั่วโลกกว่าร้อยแห่ง ยังไม่ได้ชี้แจงประเทศเจ้าภาพอย่าง เพียงพอ ทั้งในส่วนที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็น สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา แคนาดา แม้แต่ญี่ปุ่น ท่านทูตทั้งหลายต้องทำงานหนักกว่านี้ ไม่ใช่แค่ชี้แจงต่อกระทรวงการต่างประเทศ ต้องไปถึงพรรคการเมือง ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล สื่อมวลชน สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ หอการค้า แวดวงวิชาการ โดยเฉพาะภาควิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาของทุกมหาวิทยาลัยทั่วโลก

รวมไปถึงเอ็นจีโอ มูลนิธิแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ทรานสแพเรนซี่ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรประชาสังคมที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เกี่ยวกับประชาธิปไตย ท่านทูตต้องทำงานอย่างหนัก ออกจากสถานทูตทุกวันไปพบปะฝ่ายต่างๆ หรือถ้ามีการวิพากษ์ให้สัมภาษณ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศก็ต้องชี้แจง ปัญหาขณะนี้คือยังเดินทางไปแค่ในประเทศอาเซียน ซึ่งเป็นพวกเดียวกัน ควรจะต้องไป วอชิงตัน บรัสเซลส์ ลอนดอน โตเกียว

ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนแต่เป็นภารกิจเร่งด่วนที่ คสช. และกระทรวงการต่างประเทศจะต้องเร่งดำเนินแข่งกับเวลาไม่ให้กลายเป็นปมปัญหาที่ย้อนกลับมากดดันการทำงานของ คสช.ต่อไป ในอนาคต

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน