
อุบล-อุดรหลั่งน้ำตา วอนมีสติ
8...ทวีศักดิ์ บุตรจันทร์/ยุทธพงษ์ กำหนดแน่
จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์กว่าจะเป็นเมืองอุบลราชธานี เจ้าปางคำ เจ้าเมืองเชียงรุ้ง แสนหวีฟ้า อพยพไพร่พลหนีความวุ่นวายออกจากเมืองเข้าพึ่งพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช แห่งเวียงจันทน์ มาตั้งที่เมืองหนองบัวลุ่มภู มีอิสระไม่ขึ้นต่อเวียงจันทน์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2228 โดยสถาปนาเมืองเป็น
“นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน” คือจุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์แห่งบรรพบุรุษเมืองอุบลฯ ที่สร้างตำนานต่อสู้กว่าจะเป็นเมืองอุบลฯ นับรวมกว่า 107 ปี ในสมัยพระประทุมราชวงศา (เจ้าคำผง) ผู้เป็นหลานเจ้าปางคำปี พ.ศ. 2335 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเมืองอุบลขึ้นเป็นเมืองประเทศราช ชื่อ
“อุบลราชธานีศรีวนาลัย ประเทศราช” โปรดเกล้าฯ ให้พระประทุมราชวงศา เป็นพระประทุมวรราชสุริยวงศ์ เป็นเจ้าผู้ครองเมืองคนแรก นับรวมการสถาปนาก่อตั้งเมืองอุบลราชธานีจนถึงปัจจุบันรวม 218 ปีวันนี้ สมเด็จพระบูรพมหากษัตราธิราชและบรรพบุรุษเมืองอุบลราชธานี ต้องร่ำไห้เสียใจกับการกระทำของลูกหลานคนเมืองอุบลฯ ที่ขาดสติ จุดบ้านเผาเมืองตัวเองวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ศาลากลางวอดเป็นเถ้าถ่าน ทุกคนได้แต่ยืนมองไฟที่ค่อยๆ โหมลุกไหม้ท่วมศาลากลางท่ามกลางความโศกเศร้ากับภาพที่พบเห็น
“
รู้สึกสลดหดหู่ใจกับภาพที่ปรากฏ เป็นการทำลายน้ำใจชาวอุบลฯ ทุกคน ศาลากลางสร้างมานานเกิดมาก็เห็น” นายบพิตร พันธ์พินิจ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ“
คนอุบลฯ เป็นคนที่มีน้ำใจเอื้ออารี มีเหตุผล เป็นเมืองคนดีมีสัญลักษณ์แห่งความดีที่เชลยศึกสร้างไว้เชิดชูแก่คนอุบลฯ วันนี้ผมเข่าอ่อนไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นโดยลูกหลานคนอุบลฯ เอง” นายณรงค์ศักดิ์ ครุภัณฑ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวในความรู้สึก“
แม่เห็นภาพความสูญเสีย เห็นซากศาลากลางแล้วสะเทือนใจ ถ้าให้แลกได้ก่อนจะมีการบุกเผาทำลาย แลกกับให้เผาตัวเองได้ก็จะยอม” นางพิศมัย จึงจิตรักษ์ อุปนายกสมาคมผู้นำสตรีจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวอย่างหดหู่ใจขณะที่ จ.อุดรธานี นายอำนาจ ผการัตน์ ผวจ.อุดรธานี พร้อมเหล่าข้าราชการและประชาชนรวมพลังมวลชนทำกิจกรรม
“บิ๊กคลีนนิงเดย์” ทำความสะอาดอาคารสำนักงานเทศบาลนครอุดรธานี หลังถูกวางเพลิงเสียหายทั้งหลัง“
ผมรู้สึกเสียใจมาก ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา คนเสื้อแดงออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยทำได้ แต่ไม่ควรเผาสถานที่ราชการต่างๆ” นายสุพล วิจารณรงค์ชาวชุมชนบ้านเดื่อ เทศบาลนครอุดรธานี กล่าวไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าวเช่นเดียวกับนางสายันต์ วงษ์สวัสดิ์ ชาวชุมชนดอนอุดม บอกว่ารู้สึกเสียใจที่สำนักงานเทศบาลฯ ต้องมาถูกเผา ไม่น่าที่จะทำถึงขนาดนี้
ขอครั้งนี้เป็นความเจ็บปวดครั้งเดียว และครั้งสุดท้ายของคนเมืองอุบลราชธานีและอุดรธานี น้ำตาบรรพชน... อย่าได้หลั่งไหลเพราะน้ำมือลูกหลานต่อไปอีกเลย







