
ส่งทีมฉก.ตรวจงบ ทุจริตสั่งเลิกทันที
ตั้ง 4 อนุกรรมการตรวจ สอบโครงการรัฐบาลเก่า ส่งทีมเฉพาะกิจเลิกโปรเจกต์ไม่ชอบมาพากล
ตั้ง 4 อนุกรรมการตรวจ สอบโครงการรัฐบาลเก่า ส่งทีมเฉพาะกิจเลิกโปรเจกต์ไม่ชอบมาพากล
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ คณะทำงานทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ว่า ปลัดบัญชีทหารบกเป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงการคลัง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปแล้ว 2 ครั้ง ล่าสุดมีมติตั้งคณะอนุกรรมการขึ้น 4 ชุด เพื่อเข้าไปดูแลตรวจสอบโครงการลงทุนต่างๆ
ทั้งนี้ อนุกรรมการ 4 ชุด จะแบ่งหน้าที่กันดำเนินการใน 4 ภารกิจ อนุกรรมการชุดแรกจะทำหน้าที่ดำเนินการด้านแผนงานและงบประมาณ อนุกรรมการชุดที่สองดูแลเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง และการเบิกจ่าย อนุกรรมการชุดที่สามทำหน้าที่ด้านการเงิน การบัญชี อนุกรรมการชุดที่สี่ทำหน้าที่ด้านตรวจสอบพิเศษ โดยอนุกรรมการแต่ละชุดจะทำหน้าที่วิเคราะห์แผนงานในแต่ละส่วนที่รับผิดชอบให้ชัดเจน
“อนุกรรมการด้านตรวจพิเศษที่จัดตั้งขึ้นเปรียบเสมือนหน่วยจู่โจมพิเศษ หากมีโครงการไหนที่มีความน่าสงสัย อนุกรรมการจะเข้าตรวจสอบเป็นพิเศษทันทีเพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือขาดความโปร่งใส ถ้า คตร.เห็นว่าโครงการใดในปีงบประมาณ 2557 ไม่เหมาะสมก็สามารถปรับเปลี่ยนโครงการ หรือยุบโครงการได้ทันที” ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าว
ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวอีกว่า แผนงานเร่งด่วนที่จะดำเนินการในเดือน มิ.ย.นี้ คือจะพิจารณาโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท โครงการแท็บเล็ตพีซีของกระทรวงศึกษาธิการ
สำหรับโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ที่ได้มีการประมูลโครงการไปแล้วนั้น ก็ยังคงต้องรอให้มีการดำเนินการอนุมัติจาก คตร.เสียก่อน ส่วนจะสามารถดำเนินการต่อไปได้หรือไม่นั้น จะต้องรอผลการหารือจาก คตร.ว่าการเบิกจ่ายงบประมาณในส่วนนั้นจะเหมาะสมหรือไม่ โดยคาดว่าในวันที่ 11 มิ.ย. จะมีความชัดเจนของทั้งสองโครงการ
ด้าน นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า คสช.ได้สั่งการให้กรมชลประทานทำแผนรับมือน้ำท่วมในปี 2557 เพื่อรับมือและป้องกันปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน โดยได้สั่งการให้กรมชลประทานปรับปรุงงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรในปี 2557 แต่ยังไม่ได้เบิกจ่าย หรืองบค้างท่อที่มีอยู่ประมาณ 1,300 ล้านบาท มาปรับใช้กับโครงการป้องกันและรับมืออุทกภัยเพิ่มจากงบปกติที่ได้รับจัดสรรมาปีละ 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้มีงบประมาณสำหรับการรับมือน้ำท่วมในฤดูฝนนี้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว หลังจากนี้จะเร่งขุดลอกคูคลอง กำจัดวัชพืช







