
"ธีรภัทร์" ชง 4 ข้อ คสช.ปฏิรูปประเทศ
ประธานสภาพัฒนาการเมือง เสนอ คสช. 4 ข้อ ปฏิรูปประเทศ
ประธานสภาพัฒนาการเมือง เสนอ คสช. 4 ข้อ ปฏิรูปประเทศ
นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง (สพม.) ได้จัดทำข้อเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมในการปฏิรูปประเทศไทย ให้กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยมี 4 ข้อ 1.การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชนเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.การสร้างเวทีลดความขัดแย้ง เสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ
3.การสร้างความตื่นตัวของประชาชนในทางการเมือง เพื่อรู้จักสิทธิหน้าทีของพลเมือง รวมทั้งความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง และ 4.การสร้างพลเมือง เพื่อเป็นเวทีนำเสนอการปฏิรูปประเทศไทยและเป็นเวทีให้ประชาชนทุกภาคส่วนในแต่ละจังหวัดได้พูดคุยปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆภายในจังหวัด เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาภายในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาการคอรัปชั่น และอื่นๆ
อย่างไรก็ดี มีเป้าหมาย 1.การจัดเวทีสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนทั้ง 77 จังหวัดๆละ 2 ครั้ง รวมเป็น 155 เวที 2.การสร้างพลเมือง 77 จังหวัดๆ ละ 1 สภา รวมเป็น 77 สภา โดยคาดว่าหากคสช. เห็นด้วยกับแนวคิดและความร่วมมือดังกล่าว ก็สามารถที่จะดำเนินการได้ในปลายปีงบประมาณ 2557-2558
ทั้งนี้ ผลที่คาดว่าจะได้รับมี 4 ประการ ประกอบด้วย 1.ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.มีความสมานฉันท์ของประชาชนทุกกลุ่มทุกเหล่าภายในชาติ 3.ประชาชนมีความตื่นตัวในทางการเมืองและรู้จักสิทธิหน้าที่ของพลเมือง รวมทั้งความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง และ4.มีสภาพลเมือง ที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน และในเวลา 13.00 น. วันนี้ (6มิ.ย.) จะยื่นข้อเสนอให้กับคสช. รวมทั้งแนวทางการจัดตั้งสภาพลเมืองด้วย โดยวันนี้จะเป็นแนวทางการเตรียมความพร้อมปฏิรูปประเทศไทย
ส่วนโครงสร้างสภาพลเมืองจะใช้โมเดลเหมือนสภาพัฒนาการเมืองหรือกำหนดขึ้นใหม่ นายธีรภัทร์ ระบุว่า องค์ประกอบสภาพลเมืองต้องกำหนดขึ้นว่ามีกลุ่มเป้าหมายอะไรบ้าง เช่น ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ ผู้แทนการปกครองท้องถิ่น ผู้แทนภาครัฐและผู้แทนพรรคการเมืองระดับชาติ โดยจะใช้รูปแบบลักษณะเดียวกันกับสพม. ส่วนกลไกที่จะนำไปปฏิบัติก็มีอยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมามีคณะกรรมการเครือข่ายภาคประชาสังคมเป็นกลไกรูปแบบที่ชัดเจน
ทั้งนี้ เนื้อหาสาระจะขอความร่วมมือทำงานเป็นเครือข่าย เช่น สถาบันพระปกเกล้า จัดเป็นเวทีสานเสวน ที่จะจัดอบรมให้สมาชิกในพื้นที่โดยเร็ว รวมทั้งคณะกรรมมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องให้ความรู้ด้านการเมือง สำหรับงบประมาณที่สนับสนุนแนวทางดังกล่าวและจะขอจาก คสช. แยกเป็น 2 ส่วน 1.เวทีสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชน 77 จังหวัด ประมาณ 158 ล้านบาท และการตั้งสภาพลเมือง 77 จังหวัด ประมาณ 139 ล้านบาท รวมทั้งหมดประมาณ 300 ล้านบาท ขณะที่ ความสำเร็จการดำเนินการ เมื่อสพม.ไปสนับสนุนกระบวนการนี้ เชื่อว่าจะเกิดความปรองดองมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาคสช.ยังไม่เคยทาบทามให้เข้าร่วมสภาปฏิรูปหรือสภาร่างรัฐธรรมนูญ แต่หากมีการทาบทามคงต้องพิจารณาก่อนว่าสามารถเข้าไปช่วยตรงไหนได้บ้าง แต่ขณะนี้เห็นว่าการที่หัวหน้าคณะคสช. มีอำนาจองค์รัฏฐาธิปัตย์ ก็ควรใช้อำนาจ พิจารณากฎหมายบางฉบับที่เห็นว่าเร่งด่วนต้องบังคับใช้ ซึ่งส่วนตัวจะเสนอกฎหมาย 2 ฉบับให้ คสช. พิจารณา คือ กฎหมายเกี่ยวกับการทุจริตที่มีการจำกัดอายุความ 30 ปี แต่ได้มีการแก้ไขให้ไม่มีอายุความ และพ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวม (กฎหมาย 7 ชั่วโครต) ซึ่งกฎหมายทั้ง 2 ฉบับผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติ (สนช.) 3 วาระแล้ว และมีความสมบูรณ์ที่จะบังคับใช้







