
"ศาลทหาร"ไฟเขียวฝากขัง“จาตุรนต์”ผลัดที่ 2
ศาลทหารฯ ไฟเขียวฝากขัง “จาตุรนต์” ผลัดที่ 2 ระหว่าง 9-20 มิ.ย. ด้าน “วุฒิพงศ์-ฐิติมา” เผยกำลังใจดี พร้อมต่อสู้คดีตามกระบวนการ
ศาลทหารฯ ไฟเขียวฝากขัง “จาตุรนต์” ผลัดที่ 2 ระหว่าง 9-20 มิ.ย. ด้าน “วุฒิพงศ์-ฐิติมา” เผยกำลังใจดี พร้อมต่อสู้คดีตามกระบวนการ
วันที่ 6 มิ.ย.เวลา10.30น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม องค์คณะตุลาการศาลทหารได้ออกนั่งบังลังก์พิจารณาในคดีที่เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนจากกองบังคับการกองปราบปรามยื่นคำร้องขอฝากขังนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรมว.ศึกษาธิการ เป็นผลัดที่สอง
โดยพนักงานสอบสวนฯได้ชี้แจงกับศาลฯว่า เนื่องจากขณะนี้ยังสอบพยานบุคคลไม่แล้วเสร็จจำนวน 4 ปาก รวมถึงการตรวจสอบพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นคลิปคำแถลงของนายจาตุรนต์ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง และการตรวจสอบคดีประวัติอาชญากรรม โดยศาลฯได้สอบถามพนักงานสอบสวนว่าในช่วงที่ผ่านมาได้ดำเนินการสอบสวนนายจาตุรนต์แล้วเสร็จหรือไม่ พร้อมกับขอให้ยืนยันเหตุผล ของการขอฝากขังผลัดที่สอง ซึ่งพนักงานสอบสวนระบุว่าได้สอบสวนนายจาตุรนต์เสร็จแล้ว และขอยืนยันเหตุผลในการฝากครั้ง
จากนั้นองค์คณะตุลาการศาลฯได้สอบถามนายจาตุรนต์ว่าจะคัดค้านการขอฝากขังผลัดที่สองหรือไม่ โดยนายจาตุรนต์ได้ลุกขึ้นยืนพร้อมชี้แจงว่า ขอคัดค้านการฝากครั้งที่สอง เพราะเห็นว่าการฝากครั้งผลัดแรกจำนวน 12 วัน ทางพนักงานสอบสวนสามารถตรวจสอบพยานให้แล้วเสร็จได้ ส่วนการรอผลการพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐานกลางนั้น เห็นว่าทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ตรวจสอบคลิปดังกล่าวให้แล้วเสร็จก่อนที่จะแจ้งข้อกล่าวหา สำหรับการตรวจสอบทะเบียนประวัติอาชญากรรมนั้นตนเองมีอาชีพเป็นนักการเมืองดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาหลายสมัย จึงไม่มีประวัติทางอาชญากรรมอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่ยังต้องฝากขังต่อไป ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาทั้งการคัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) การรายงานตัวฉบับที่ 1/2557 และข้อกล่าวหาว่าการแถลงข่าวเป็นการยุยง ส่งเสริมถือเป็นข้อหาที่หนัก จึงจำเป็นต้องมีทนายความ และผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากในการพิจารณาต่อสู้คดี ทั้งนี้ถือว่าเป็นพลเรือนคนแรกในรอบ 10 ปีที่ขึ้นศาลทหาร ดังนั้นหากมีการควบคุมตัวอยู่จะทำให้เสียสิทธิในการต่อสู้คดี และที่ผ่านมาไม่เคยมีพฤติกรรมการหลบหนี จะเห็นได้ว่าในวันแถลงข่าวได้ยอมให้เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัว
ต่อมาศาลได้อ่านคำสั่งให้ฝากขังนายจาตุรนต์เป็นผลัดที่สอง ระหว่างวันที่ 9-20 มิ.ย. เป็นเวลา 12 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการพิจารณาคดีครั้งนี้ ทางศาลฯได้อนุญาตให้สื่อมวลชนจำนวน 8 คน เข้าไปติดตามรับฟังการพิจารณาในห้องพิจารณาคดีครั้งนี้ด้วยแต่ไม่อนุญาตให้นำอุปกรณ์สื่อสาร เครื่องบันทึกเทป รวมถึงสมุดจดบันทึกเข้าไปในห้อง เช่นเดียวกับญาติ ทีมทนายความ และผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นๆ ซึ่งในห้องพิจารณาคดีมีนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง น.ส.ฐิติมา ฉายแสง น้องชายและน้องสาวของนายจาตุรนต์ รวมถึงนางจิราภรณ์ ฉายแสง ภรรยานายจาตุรนต์ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำนปช. ทั้งนี้นายจาตุรนต์ได้สวมชุดผู้ต้องขังสีน้ำตาล พร้อมถูกสวมกุญแจมือ โดยมีสีหน้าเรียบเฉย ตลอดเวลาที่รับฟังศาลฯและได้ทำการจดบันทึก ส่วนภรรยานั้น ระหว่างรอฟังคำสั่งศาลฯ มีสีหน้าไม่สู้ดี นัก อย่างไรก็ตามศาลใช้เวลาไต่สวนรวมทั้งอ่านคำสั่งเป็นเวลาประมาณ 40 นาที
จากนั้นนายวุฒิพงศ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้ารับฟังการพิจารณาคดีว่า นายจาตุรนต์ได้ฝากข้อมูลถึงทุกคนว่าขอขอบคุณที่ให้กำลังใจ เพราะเวลานี้ทุกคนควรให้กำลังใจซึ่งกันและกัน โดยนายจาตุรนต์ยืนยันว่าจะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด เพราะข้อหามีโทษหนักในเรื่องยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ซึ่งที่มีโทษจำคุกถึง 7 ปี และข้อหาขัดคำสั่งคสช.ในเรื่องรายงานตัว โทษจำคุก 2 ปี รวมเป็น 9 ปี ดังนั้นจำเป็นต้องมีทนายความหลายคนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านคดีอาญา กฎหมายมหาชน และรัฐธรรมนูญเขตอำนาจศาลทหาร อย่างไรก็ตามตลอดหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีคดีพลเรือนขึ้นศาลทหารในคดีเกี่ยวกับความเห็นต่างทางความคิด และการที่อยู่ในเรือนจำทำให้ขาดสิทธิ์ตรงนี้ไป
“สภาพร่างกายและจิตใจของนายจาตุรนต์แข็งแรงดี ทราบว่าวานนี้ยังซ้อมมวยอยู่ในเรือนจำ และพร้อมต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตยโดยสันติวิธี ด้วยหลักมนุษยธรรม”นายวุฒิพงศ์ กล่าว
นายวุฒิพงศ์ กล่าวอีกว่าจากความคิดเห็นส่วนตัวตามธรรมดาของการรัฐประหารก็ต้องมีคนออกมาต่อต้านเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งการที่นายจาตุรนต์แถลงข่าวที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ โดยบอกว่าประชาชนให้สู้ด้วยสันติวิธีก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ชอบแล้ว เพราะการสู้ด้วยสันติวิธีไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน และไม่สร้างความวุ่นวายในสังคม ซึ่งนายจาตุรนต์ยืนยันในหลักสันติวิธี และยุติธรรมมาโดยตลอด ขณะเดียวกัน นายจาตุรนต์ไม่ได้สนใจเรื่องการประกันตัวมากนัก และได้แย้งว่าการฝากขัง 12 วันแรก ควรสอบพยานหลักฐานได้หมดแล้ว แต่ทำไมอีก 4 ปากทางพนักงานสอบสวนจึงยังสอบไม่หมด ทำไมจะต้องมาฝากขังอีก ซึ่งทางพิสูจน์หลักฐานอ้างว่าการที่แถลงข่าววันนั้น จะต้องมีการสอบสวนในเรื่องคลิปต่างๆ โดยในเรื่องนี้นายจาตุรนต์แย้งว่าในวันเกิดเหตุมีนักข่าวเป็นร้อยคนแทนที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับหลักฐานคงเป็นไปไม่ได้ และศาลฯก็เชื่อพนักงานสอบสวนให้ฝากขังต่อ
ด้าน น.ส.ฐิติมา กล่าวเสริมว่า ในศาลฯนายจาตุรนต์ลุกขึ้นแย้งต่อศาลว่าไม่ได้คิดที่จะหลบหนี และไม่ได้คิดจะยุ่งเกี่ยวกับพยานใด ๆ จึงไม่มีเหตุอะไรที่จะควบคุมตัวหรือกักขังอีก ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ร้องว่าจะต้องสอบพยานเพิ่มอีก 4 ปาก ซึ่งไม่มีเหตุผลอะไรที่จะคุมขังตั้งแต่ต้น เพราะเป็นคดีของพลเรือนเต็มขั้น ไม่ได้เป็นทหาร เป็นเพียงนักศึกษาวิชาทหารเท่านั้น ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาญา กฎหมายมหาชน รัฐธรรมนูญ คำสั่งของศาลทหาร หรือเขตอำนาจของศาลทหารจำกัดสิทธิ์เวลาที่เข้าไปเยี่ยม นายจาตุรนต์จะพูดกับทนายความก็พูดได้ทีละคน เพราะมีโทรศัพท์ให้เพียงเครื่องเดียว แต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญมีมาก ดังนั้นอยากขอร้องอย่าได้กักขัง ขอให้ปล่อยตัวมาเพื่อสู้คดีให้ถึงที่สุดด้วยสิทธิอันควรจะมี ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการพูดถึงในเรื่องการประกันตัว ซึ่งจะต้องปล่อยเป็นเรื่องของขั้นตอนต่อไป







