
สศช.กลุ้มส่งออกปีนี้ต่ำเป้า
เศรษฐกิจโลกฟื้นแต่ยอดซื้อไม่กระเตื้องให้ทูตพาณิชย์แจงรัฐประหารไม่เกี่ยวการค้า
เศรษฐกิจโลกฟื้นแต่ยอดซื้อไม่กระเตื้องให้ทูตพาณิชย์แจงรัฐประหารไม่เกี่ยวการค้า
สศช.ห่วงส่งออกฟุบ โตต่ำกว่าเป้าหมาย 5% สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลกแจงรัฐประหารไม่กระทบการค้า
นายปรเมธี วิมลศิริ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ก่อนเกิดรัฐประหาร สศช.เพิ่งปรับลดประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ทั้งปี 2557 อยู่ที่ 1.52.5% จากเดิม 34% โดยในไตรมาสแรกของปีนี้เศรษฐกิจหดตัว 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และหดตัว 2.1% จากไตรมาส 4/2556 ซึ่งส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจไทยจะมีปัญหา
ปัจจุบัน สถานการณ์เศรษฐกิจเริ่มเปลี่ยนไป แม้เดือน เม.ย. ตัวเลขหลายตัวยังติดลบ แต่ขณะนี้ก็เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นในบางตัว เช่น ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจ รวมถึงความไม่มั่นใจทางการเมืองลดลง หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ายึดอำนาจ
สศช.คาดว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะเริ่มผงกหัวขึ้นในเดือน พ.ค. จะส่งผลให้การใช้จ่ายในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจที่มีสัญญาณดีขึ้น
ขณะที่เรื่องการส่งออกยังน่าเป็นห่วง เพราะมีทิศทางที่ไม่ดีตั้งแต่ปีที่แล้ว รวมถึงในไตรมาสแรกของปีนี้ก็ยังหดตัว แม้จะมีสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ก็น่าจะส่งผลให้การส่งออกไทยเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ แต่จะถึงเป้าหมายการส่งออกที่วางไว้ว่าจะโต 5% หรือไม่ก็คงต้องติดตามดู
ทางด้าน นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การชี้แจงข้อมูลต่อหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรการค้า และเครือข่ายที่มีอยู่ในต่างประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจการค้ากับต่างประเทศตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขณะนี้สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศทั้ง 66 แห่งทั่วโลก ได้ทำการชี้แจงสถานการณ์ในไทยพร้อมทั้งเหตุผลความจำเป็นและแนวความคิดในการบริหารราชการแผ่นดินของ คสช. ซึ่งเน้นการสร้างความปรองดอง นำความสงบ สันติ และเสถียรภาพให้กลับคืนสู่ประเทศไทย
ทั้งนี้ แนวทางการชี้แจงของผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ในต่างประเทศ ยืนยันว่าด้านเศรษฐกิจจะไม่มีปัญหาใดๆ ไทยยังคงยึดมั่นนโยบายการค้าเสรีและการปฏิบัติตามพันธกรณีและข้อตกลงทางการค้าต่างๆ ที่ไทยได้ผูกพันไว้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพันธกรณีภายใต้องค์การการค้าโลกและอาเซียน รวมทั้งการให้ความเชื่อมั่นกับนักธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจกับประเทศไทยว่าทุกอย่างจะยังคงเดินหน้าได้ต่อไป
“ผลการทำความเข้าใจ ปรากฏว่า ภาครัฐและภาคเอกชนในประเทศต่างๆ เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในไทยดีขึ้น และมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้าและการทำธุรกิจกับประเทศไทย” นางศรีรัตน์ กล่าว







