
ชาตินิยม
คำว่า “ชาตินิยม” นั้นถูกนำมาใช้เพื่อผลประโยชน์ของชาติและผลประโยชน์ทางการเมืองในทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรานี่แหละครับ
คำว่า “ชาตินิยม” นั้นถูกนำมาใช้เพื่อผลประโยชน์ของชาติและผลประโยชน์ทางการเมืองในทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรานี่แหละครับ
โดยเฉพาะในช่วงสงครามกู้เอกราชในหลายประเทศของอาเซียนในช่วงยุค 1960 เป็นต้นมา เกิดขบวนการกู้ชาติซึ่งปลุกระดมกระแสชาตินิยมขึ้นในหลายชาติต่อสู้เพื่อเอกราชจากเจ้าอาณานิคมในหลายดินแดน โดยเฉพาะในเวียดนาม พม่า อินโดนีเซีย หรือมาเลเซีย เป็นต้นครับ
ในยุคสมัยใหม่ ดูเหมือนว่าการใช้คำว่า “ชาตินิยม” ในภูมิภาคนี้ดูเหมือนว่าจะซาๆ ลงไป เพราะโลกเข้าสู่ยุคไร้พรมแดนโดยมีอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลาง แม้ว่าการแข่งขันทางเศรษฐกิจจะเข้มข้นมากกว่าเก่าก็ตาม แต่ในยุคสมัยนี้กลับกลายเป็นว่า ผู้บริโภคเลือกที่จะสนับสนุนสินค้าที่ดีกว่า ไม่ใช่ว่าจะเลือกแต่ของชาติตัวเองเท่านั้นครับ
แต่กระนั้นก็ตาม เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจไม่น้อยที่ในเร็วๆ นี้คำว่า “ชาตินิยม” นั้นถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง โดยเห็นได้ในเวียดนาม ในเหตุการณ์บุกทำลายโรงงานของจีนและของต่างชาติที่ใช้ภาษาจีน หรือมีตัวอักษรคล้ายกับภาษาจีน
แน่นอนว่าในระหว่างการประท้วงช่วงแรกนั้น รัฐบาลเวียดนามไม่ได้มีท่าทีห้ามปรามแต่อย่างใด กลับเหมือนจะปลุกเร้ากระแสชาตินิยมต่อต้านจีน ซึ่งเป็นประเทศคู่กรณีพิพาทอีกด้วยซ้ำไปครับ จนสถานการณ์เลยเถิดไปนั่นเอง
อีกชาติหนึ่งที่มักจะใช้คำว่า “ชาตินิยม” เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองอยู่บ่อยๆ ก็คือ กัมพูชา ของ ฮุนเซน นี่เอง ที่ไทยบ้าง เวียดนามบ้าง เป็นตัวร้าย ส่วนฮุนเซนก็มักจะเป็นพระเอกอยู่เนืองๆ จนสถานการณ์ลุกลาม เช่นเมื่อครั้งการเผาสถานทูตไทยในพนมเปญเมื่อปี 2003 เป็นต้น และก็มาถึงกรณีข้อพิพาทปราสาทพระวิหารเมื่อไม่นานมานี้
ที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดถึงในวันนี้ ก็เพราะว่าต่อจากนี้ไปเราอาจจะได้เห็นกระแสชาตินิยมที่จะถูกปลุกขึ้นอีกครั้งในประเทศที่มีความวุ่นวายทางการเมือง ซึ่งก็บอกไม่ได้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ ตราบใดที่กระแสชาตินิยมเช่นนี้จะไม่นำไปสู่การทำลายทรัพย์สินในประเทศหรือของต่างชาติ
แน่นอนว่า สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยเองขณะนี้ก็ทำให้เกิดกระแสชาตินิยมที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนักในประเทศไทย และโจทย์ครั้งนี้ก็คือสหรัฐอเมริกา ที่ดูเหมือนว่าจะมีทัศนะต่อการเมืองไทยมากจนเกินไป และยังเป็นทัศนะที่สวนทางกับประชาชนส่วนใหญ่ของไทยด้วย
ก็เพียงแต่หวังว่า กระแสชาตินิยมในไทยที่กำลังร้อนฉ่าอยู่จะเป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์ให้คนไทยกลับมารักชาติกันมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็จะต้องไม่ทำลายผู้อื่นด้วยเช่นกันครับ







