
คสช.การันตีสัปดาห์นี้ประยุทธ์ตั้งบอร์ดบีโอไอแน่
คสช.คาดตั้งบอร์ดบีโอไอได้สัปดาห์นี้ อนุมัติโครงการค้างท่อกว่า 7 แสนล้านบาท ใน 2 เดือน
คสช.คาดตั้งบอร์ดบีโอไอได้สัปดาห์นี้ อนุมัติโครงการค้างท่อกว่า 7 แสนล้านบาท ใน 2 เดือน
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยหลังการหารือกับคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมว่า งานเร่งด่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ คสช.ให้ความสำคัญมากที่สุดในขณะนี้ คือ การตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ซึ่งได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับเลขาธิการบีโอไอไปจัดทำรายชื่อกรรมการเพื่อเสนอต่อฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.ในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ เพื่อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. หัวหน้า คสช. พิจารณาในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ และคาดว่าจะตั้งบอร์ดได้ภายในสัปดาห์นี้
“ภารกิจหลักของบอร์ดบีโอไอชุดนี้ คือ เร่งอนุมัติโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนและค้างอยู่ประมาณ 700กว่าโครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 7 แสนล้านบาท ให้หมดภายใน 2 เดือน ส่วนจะทำให้ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนในปีนี้ สูงถึง 9 แสนล้านบาท หรือไม่เป็นเรื่องที่หน่วยงานต้องดำเนินการ” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
นอกจากนี้ ในส่วนการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ได้ให้นโยบายว่าจะต้องออกใบอนุญาตภายใน 30 วัน จากเดิมที่ออกภายใน 90 วัน และลดลงมาเหลือ 45 วัน ขณะนี้ได้ปรับกระบวนการออกใบอนุญาตโดยตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดทำผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมให้พร้อม และเปิดให้มีบุคคลที่ 3 เข้ามาดูแลงานการจัดเตรียมเอกสารก่อนยื่นขออนุญาต จะทำให้สามารถพิจารณาใบอนุญาตได้ภายใน 30 วัน
ปัจจุบันมีโครงการลงทุนที่รอการออกใบ ร.ง.4 อยู่ประมาณ 200 โครงการ
หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. กล่าวว่า สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้านั้น หากเป็นโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) และโรงงานไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กกำลังการผลิตไม่เกิน 1,000 กิโลวัตต์คสช.ได้อนุโลมให้การผลิตไฟฟ้าไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ต้องขอ ร.ง.4
นอกจากนี้ คสช.ได้กำชับให้หามาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีและโอท็อปอย่างเร่งด่วน ทั้งจัดหาแหล่งเงินทุน และช่วยเหลือด้านการตลาด เพื่อเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอต่อ คสช. ว่าขณะนี้ได้ดำเนินการภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ได้แก่ 1.ปรับโครงสร้างการผลิต 2.การส่งเสริมการลงทุน 3.การเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ 4.การดำเนินด้านอุตสาหกรรมสีเขียว และ5.การปรับปรุงองค์กร
นอกจากนี้ มีโครงการเร่งด่วนภายในปี 2557 2558 มี 10 งานสำคัญ 1.พัฒนาเอสเอ็มอี 2.ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน 3.การส่งเสริมการลงทุน 4.การเตรียมรองรับโครงสร้างอุตสาหกรรมสู่เออีซี 5.การพัฒนาเกษตรแปรรูป 6.อุตสาหกรรมสีเขียว 7.อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 8.ส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ 9.การสำรวจพัฒนาแหล่งแร่ และ10.การเพิ่มอุตสาหกรรมรองรับในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนประเด็นเรื่องอุตสาหกรรมอ้อยนั้นได้หารือกันใน 2 ประเด็นคื้อการส่งเสริมการผลิตและการจัดหาพื้นที่ผลิตอ้อยเพิ่มเติม ส่วนประเด็นอื่นๆ นั้นขอดูรายละเอียดด้านต่างๆเพิ่มเติมก่อน
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ในส่วนการปรับคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ (บอร์ด) คาดว่าจะเสร็จภายใน 1 เดือนต่อจากนี้ ได้มีนโยบายชัดเจนได้ให้บอร์ดทำหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน โดยเงื่อนไขผู้ที่จะเข้ามาเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจกำหนดไว้ 3 ประการ 1.จะต้องมีความเข้าใจในเรื่องงานความมั่นคงและงานเศรษฐกิจ 2.มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแต่ละสาขาของกิจการนั้นๆ และ3.ต้องมีความรู้ความสามารถในแง่การบริหารงานด้านต่างๆขึ้นอยู่กับความจำเป็นของงานแต่ละสาขา







