
กองทัพแจงสื่อนอกลั่นพร้อมคืนเลือกตั้งเมื่อชาติสงบ
กองทัพแจงสื่อต่างประเทศ ชี้ปัญหาไทยฝังลึกนานกว่า 10 ปี ย้ำทำชาติให้สงบก่อนคืนเลือกตั้ง "กต."เผยทหารยังไม่ได้ประสานจัดการ"โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม"
กองทัพแจงสื่อต่างประเทศ ชี้ปัญหาไทยฝังลึกนานกว่า 10 ปี ย้ำทำชาติให้สงบก่อนคืนเลือกตั้ง "กต."เผยทหารยังไม่ได้ประสานจัดการ"โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม"
เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย พล.ท.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รองเสนาธิการทหารบก (ทบ.) ได้เข้าชี้แจงต่อสื่อมวลชนต่างประเทศถึงสถานการณ์ของประเทศไทย และกรณีที่กองทัพเข้าควบคุมอำนาจการปกครอง รวมถึงจัดตั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)
พล.ท.ฉัตรเฉลิม กล่าวว่า ประเทศไทยมีความขัดแย้งมานานกว่า10 ปี และกระจายหลายพื้นที่ โดยมีมวลชน 2 ฝ่ายที่พร้อมจะปะทะกันเพื่อช่วยเหลือฝ่ายที่ตัวเองสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด ไม่มีแนวโน้มว่าจะคลี่คลาย
ทั้งนี้ ทหารได้พยายามแก้ไขด้วยการเชิญแกนนำของแต่ละฝ่ายมาพูดคุยกันโดยตรง แต่ไม่เป็นผล รวมถึงรัฐบาลบริหารประเทศไม่ได้เพราะมีอำนาจจำกัด ขณะเดียวกันสามารถจับกุมผู้สะสมอาวุธสงครามจำนวนมากได้ที่ จ.ขอนแก่น และจ.ลพบุรี เพื่อเตรียมต่อสู้กัน
“หน่วยงานความมั่นคงไม่สามารถปล่อยให้มีการปะทะกัน เพราะแม้จะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะ ก็จะเกิดสงครามทั่วประเทศตามมา คล้ายกับประเทศซีเรีย ลิเบีย หรืออิรัก ซึ่งเราเชื่อว่าประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น”พล.ท.ฉัตรเฉลิม กล่าว
นอกจากนี้ ทางกองทัพทราบดีว่าการควบคุมอำนาจการบริหารแทนรัฐบาลนั้น เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และทำให้ถูกตั้งข้อหากบฏได้ แต่ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เพราะทนไม่ได้ที่จะเห็นความขัดแย้งทางการเมืองส่งผลกระทบกับด้านต่างๆ กองทัพจึงต้องเสียสละออกมาทำเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม กองทัพไม่ได้มีความทะเยอทะยานที่จะออกมายึดอำนาจ เพราะยังมีภารกิจต้องทำอีกมาก แต่จำเป็นต้องยุติสถานการณ์ มิฉะนั้นจะทำให้ประเทศย่ำแย่ ไม่ปลอดภัย คนไม่เคารพกฎหมาย และออกมาทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่เชื่อรัฐบาล
พล.ท.ฉัตรเฉลิม กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ทางกองทัพทำไป จะช่วยยุติปัญหาและทำให้ประเทศก้าวหน้าไปได้ และขอยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งขึ้นอย่างแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ตอนนี้ขอให้คนที่ยังออกมาประท้วง กลับบ้านไปก่อน
ส่วนจะกลับมาใช้รัฐธรรมนูญได้เมื่อใด และจะมีโรดแมปแก้ไขปัญหาเป็นอย่างไร พล.ท.ฉัตรเฉลิม กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยแถลงถึงแผนงานและการดำเนินการเรื่องนี้แล้ว แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่
ทั้งนี้ ไทยมีความขัดแย้งเกือบ 10 ปี และการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา มีผลเป็นโมฆะนั้น เป็นเพราะฝ่ายที่ต่อต้านการเลือกตั้งออกมาขัดขวาง ดังนั้น จะจัดการเลือกตั้งได้อย่างไรถ้าประชาชนยังขัดแย้งกัน แม้มีบางคนเสนอว่าให้มีการเลือกตั้ง ขณะที่ยังประกาศใช้กฎอัยการศึก
พล.ท.ฉัตรเฉลิม กล่าวด้วยว่า ขอถามว่าต่างประเทศยอมรับการเลือกตั้งท่ามกลางการใช้กฎอัยการศึกว่าเป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมได้หรือไม่ ดังนั้น ในระยะแรก ต้องทำให้ประเทศสงบ และประชาชนมองเห็นถึงผลประโยชน์ของชาติ แล้วจึงมีการเลือกตั้งตามมา เพื่อให้ประชาชนเลือกฝ่ายที่ตัวเองสนับสนุน จึงถือเป็นการเลือกตั้งที่ประชาคมโลกยอมรับ
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามย้ำถึงกรอบระยะเวลาในการดำเนินการของกองทัพที่ให้เป็นไปตามโรดแมป พล.ท.ฉัตรเฉลิม ระบุว่า การดำเนินการใดๆต้องพิจารณาตามสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น โดยกองทัพยืนยันว่าโรงแม็ปที่จัดทำขึ้นเพื่อจัดการปัญหาให้ประเทศสงบ
ทั้งนี้ ภายหลังการบรรยายสรุป นายเสข แถลงว่า การชี้แจงต่อสื่อต่างประเทศวันนี้ (29พ.ค.) มุ่งสร้างความเข้าใจและให้ข้อเท็จจริงมากกว่าให้สื่อไปวิเคราะห์เอง รวมทั้งคสช. มีความจำเป็นที่จะดำเนินการดังกล่าว เนื่องจากต้องการปฏิรูปเพื่อสร้างบรรยากาศความปรองดองเพื่อขับเคลื่อนปฏิรูปนำไปสู่การเลือกตั้งโดยที่สื่อมีสิทธิเสรีภาพรายงานข่าวได้ตามปกติ และยืนยันว่าคสช. ไม่มีนโยบายปิดเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และแอพพลิเคชั่นไลน์
นายเสข กล่าวอีกว่า ในการชี้แจงครั้งนี้ ยังได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเชิญบุคคลเข้ารายงานตัว ก็ไม่มีใครถูกควบคุมตัวในบ้านพักเกิน 5 วัน ขณะที่กรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ได้เดินทางกลับในวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ไปรายงานตัว
สำหรับกรณีที่คสช.มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินคดีกับนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความชาวต่างชาติของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายเสข กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากทางกองทัพ
ส่วนการดำเนินนโยบายการต่างประเทศของทางกระทรวงการต่างประเทศยังเหมือนเป็นปกติ โดยจะใช้โอกาสจะต้องเข้าร่วมประชุมความร่วมมือในเวทีต่างๆ ในการชี้แจงและทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ต่างชาติเกิดความเชื่อมั่น
นายเสข ยังกล่าวถึงกรณีที่นานาประเทศออกคำเตือนหรือคำแนะนำการเดินทางมายังประเทศไทย ว่า ขณะนี้ มี 50 ประเทศได้ออกคำแนะนำเดินทางมายังประเทศไทย ซึ่งในจำนวนนี้ มี 39 ออกแถลงการณ์เป็นห่วงสถานการณ์ในไทย และ มี 17 ประเทศออกประกาศเตือนให้หลีกเลี่ยงเดินทางมาประเทศไทย โดยมีสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวที่ออกมาตรการตอบโต้ทางการทหาร
ภาพประกอบข่าวจากแฟ้มภาพ







