posttoday
ชีวิตคนไข้คล้ายใบไม้ร่วง

ชีวิตคนไข้คล้ายใบไม้ร่วง

22 พฤษภาคม 2553

8... เบญจมาศ เลิศไพบูลย์

 

“ตอนนี้แม่ยังไม่ถึงคิวฉายแสง 9 วันแล้ว วันนี้มาวันแรก หมอบอกแม่อาการแย่ลง ให้ทำใจ แม่จะอยู่ได้ไม่เกิน 1 เดือน” บรรจง จันทร์นาง บุตรสาวจำปี จันทร์นาง ผู้ป่วยโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ วัย 80 ปี กล่าวด้วยใบหน้าเศร้าหมอง

บรรจง เล่าว่า แม่ได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ตั้งแต่ยังไม่เกิดเหตุการณ์ชุมนุม กระทั่งเหตุการณ์เริ่มเลวร้าย โรงพยาบาลจึงติดต่อไปที่บ้านให้มารับแม่กลับไปอยู่บ้านชั่วคราว กระทั่งไม่กี่วันที่ผ่านมา โรงพยาบาลได้ติดต่อไปที่บ้านอีกครั้ง ให้พาแม่เข้ามาพักที่โรงพยาบาลได้เหมือนเดิม แม้จะเข้ามาอยู่ในโรงพยาบาลแล้วก็ยังไม่ได้รับการฉายแสง โรงพยาบาลให้เหตุผลว่าไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาปฏิบัติงาน เพราะเจ้าหน้าที่ก็ห่วงความปลอดภัยของตัวเอง กระทั่งวันที่ 21 พ.ค. เป็นวันแรกที่โรงพยาบาลเปิดทำการเต็มรูปแบบ แม่จึงได้รับการฉายแสง

“การเดินทางไปๆ มาๆ ช่วงนั้น แม่ได้รับการฉายแสงรวม 7 ครั้ง วันที่พาแม่มาอยู่โรงพยาบาลอาการของแม่ยังดีอยู่ แม่ยังเดินได้ แต่พอถึงวันนี้ หมอเรียกลูกๆ คุยแล้ว เชื้อกระจาย แม่ช่วยตัวเองไม่ได้ เพราะไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่อง เสียใจ ไม่รู้ทำยังไง ไม่รู้จะไปเรียกร้องกับใคร น้องว่าพี่ควรไปเรียกร้องกับใคร” เธอถามเหมือนเจอทางตัน

ที่น่าเสียใจยิ่งกว่า คือ ชีวิตคนคนหนึ่งไม่มีทางเลือกมากนัก บรรจงยอมรับว่า แม่ของเธอใช้สิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรค ถูกส่งตัวมาจากโรงพยาบาลมเหสักข์ จึงต้องใช้บริการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ต่อไป แม้เหตุการณ์จะไม่ปกติ หมอไม่สามารถรักษาแม่ได้ต่อเนื่อง “ย้ายไปที่อื่นก็ได้ แต่เราไม่มีตังค์ ได้แต่ทนรอโรงพยาบาลเปิด”

ก่อนแยกย้าย บรรจงระบายแค้นว่า “ต่อให้วันนี้จับแกนนำเสื้อแดงยิงเป้าก็ยังไม่คุ้มค่า ชีวิตของแกนนำไม่คุ้มค่าชีวิตของคนที่กำลังตายทีละนิด ให้จับพวกนี้ยิงเป้ายังไม่คุ้มเลย”

สุธีรา ยั่งยืน ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม วัย 57 ปี เดินทางมาฉายแสงหลังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เปิดทำการเต็มรูปแบบวันแรก เธออยู่ จ.ระยอง จึงต้องหาที่พักละแวกบ่อนไก่ ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. เพราะอยู่ใกล้โรงพยาบาล เธอบอกว่า เดินทางมาโรงพยาบาลด้วยความยากลำบาก เพราะรถแท็กซี่วิ่งวนกว่าจะหาทางเข้าโรงพยาบาลได้ แม้ที่พักกับโรงพยาบาลห่างกันไม่มากนัก

“เมื่อวานหมอโทรศัพท์มาตาม บอกว่าวันนี้เปิดให้บริการแล้ว ให้มาฉายแสง พรุ่งนี้ มะรืนนี้ก็ต้องมาอีก เพื่อชดเชยที่ไม่ได้ฉายแสงก่อนหน้านี้ พี่ต้องทำ 25 ครั้ง แต่ตอนนี้ไปครึ่งทางแล้ว ทำไป 13 ครั้ง พี่ไม่เคยคิดย้ายไปโรงพยาบาลอื่น เพราะเราเชื่อใจคุณหมอที่นี่ พี่อยากให้ทุกคนสู้ อย่าท้อแท้ ทุกอย่างต้องเดินหน้า เราต้องมองไปข้างหน้า อย่าไปคิดถึงเรื่องข้างหลัง” สุธีรา กล่าว

สุนีย์ พันทวี เข็นรถเข็น ไสว พันทวี สามี ซึ่งป่วยกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง อายุ 64 ปี รอรถแท็กซี่หน้าห้องฉุกเฉิน อาคาร ภปร เธอบอกว่า หมอได้เลื่อนนัดสามีไปวันที่ 24 พ.ค. หลังเหตุการณ์ร้ายแรง แต่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้ติดต่อให้มาพบแพทย์ในวันที่ 21 พ.ค.

“ดีใจมากที่โรงพยาบาลกลับมาเปิดตามปกติ เรากลายเป็นลูกค้าประจำ เพราะพาสามีมารักษาที่นี่ตั้งแต่ปี 2549 เราเชื่อใจหมอที่นี่ 100% ต้องมาหาประจำ 3 เดือนครั้ง ตอนปิดโรงพยาบาล รู้สึกไม่สบายใจเลย สงสารคนที่โรงพยาบาล เห็นใจคนไข้ด้วยกัน มีที่ไหนในโลกที่บุกโรงพยาบาล ไม่เคยพบไม่เคยเห็น นี่อาจเป็นที่แรกในโลก” สุนีย์ กล่าว

ศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ยืนยันว่า โรคมะเร็งไม่ใช่ว่าได้รับการฉายแสงแล้วจะหายจากโรค เพียงแต่ยอมรับว่าการไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่องจะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยให้ทรุดลง ส่วนการทำคีโมนั้น หากหายจากการรักษาไปช่วงระยะเวลาหนึ่งก็จะมีผลต่อผู้ป่วย

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI