
ผบ.ทร.สั่งทุกกระทรวงทำโรดแมปลดแตกแยก
ผบ.ทร.ประชุมหัวหน้าส่วนฯกลุ่มสังคมจิตวิทยา สั่งจัดทำโรดแมปลดแตกแยก ฟื้นท่องเที่ยว-ความเชื่อมั่น
ผบ.ทร.ประชุมหัวหน้าส่วนฯกลุ่มสังคมจิตวิทยา สั่งจัดทำโรดแมปลดแตกแยก ฟื้นท่องเที่ยว-ความเชื่อมั่น
เมื่อวันที่ 27 พ.ค. เวลา 12.15 น. ที่สโมสรทหารบก พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา เรียกประชุมปลัดกระทรวง 7 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย พล.ร.อ.ณรงค์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้เรียกประชุมเพื่อผลักดันโครงการเร่งด่วนทางราชการให้เดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว ตามกรอบงบประมาณประจำปี 2557 รวมถึงพิจารณาว่าโครงการต่างๆ มีความเหมาะสมหรือไม่
“ได้ให้แต่ละกระทรวงนำเสนอปัญหา อุปสรรค ทั้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ และก่อนหน้านี้ ช่วงก่อนรัฐบาลยุบสภา โดยคสช.จะเป็นผู้ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือว่าทำอย่างไร จะให้แผนการทำงานในด้านต่างๆ ลุล่วงไปได้” ผู้บัญชาการทหารเรือกล่าว
พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า เรื่องเร่งด่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องเร่งพิจารณา ได้แก่ กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งต้องเร่งพิจารณากรอบที่ค้างอยู่ทุกวันนี้ รวมถึงการพิจารณาโครงการจัดซื้อแทบเลต โดยจะมีการทบทวนรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง โดยวางกรอบงบประมาณว่าให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2557 นี้
ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวว่า ได้มีการรายงานสถานการณ์ตัวเลขนักท่องเที่ยว ซึ่งลดลงตั้งแต่มีสถานการณ์การชุมนุม การประกาศกฎอัยการศึก และการยึดอำนาจ ซึ่งหลังจากนี้ จะต้องเร่งการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่าสถานการณ์การเมืองขณะนี้ไม่ได้มีความรุนแรงอย่างที่คิด รวมถึงปลอดภัยมากกว่าช่วงปกติด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ยังกล่าวอีกว่า ได้มอบหมายให้แต่ละกระทรวงมีส่วนร่วมในการทำแผนงานเพื่อให้เกิดความสงบสุขในสังคม โดยจะให้เวลาแต่ละหน่วยงานไปทำแผนว่าจะทำอย่างไร ให้สังคมสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ได้
มีรายงานว่า ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดสธ. ได้เสนอแผนปฏิรูปกระทรวง ว่าได้เริ่มทำตั้งแต่ 6 เดือนที่แล้ว โดยมีชมรม วิชาชีพ ต่างๆ ในสังกัดสธ.เข้าร่วมในนามประชาคมสาธารณสุข โดยหลังจากนี้ สธ. จะเน้นในเรื่องการกระจายอำนาจ สร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม รวมถึงจะลดความเหลื่อมล้ำในแต่ละกองทุนสุขภาพ และจะเพิ่มค่าตอบแทนให้บุคลากรทางการแพทย์มากขึ้น







