
น้ำมันถูกๆ ให้คนรวยหรือช่วยคนจน?
กระแสสังคมเรียกร้องให้ราคาน้ำมันถูกๆ ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา
กระแสสังคมเรียกร้องให้ราคาน้ำมันถูกๆ ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา
ราคาขายปลีกของไทยเป็นระบบกึ่งกลไกตลาด มีการแทรกแซงอย่างเป็นทางการ ทั้งเก็บภาษี และมีกองทุนที่เก็บเงินเข้าหรือจ่ายออกอุดหนุนราคา ผลิตภัณฑ์บางตัวคุมราคา บางตัวปล่อยให้ขึ้นลงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงราคาตลาดโลก
และยังมีการแทรกแซงที่ไม่เป็นทางการ เช่น ใช้ ปตท.เป็นผู้นำตลาดให้ขึ้นราคาช้าๆ และลดเร็วๆ ทำเอาคู่แข่งขาดทุนปิดกิจการไปหลายราย เช่น BP Q8 และ Jet แม้จะดีกับผู้บริโภค แต่ในระยะยาวอาจทำให้เกิดการผูกขาดและราคาสูงขึ้น
ในขณะที่ NGO ไทยเรียกร้องราคาพลังงานถูกๆ NGO ระดับโลกอย่าง “สถาบันนานาชาติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ของประเทศแคนาดา (International Institute for Sustainable Development IISD) กลับแนะนำตรงกันข้าม คือให้ปฏิรูปการอุดหนุนราคาพลังงาน (Energy Subsidy Reform) เพราะผลดีของการอุดหนุนมีน้อยกว่าผลเสีย และเงินอุดหนุนสามารถนำไปสร้างประโยชน์ส่วนรวมได้มากกว่าโดยไม่ต้องให้คนจนเดือดร้อน
จุดอ่อนของการอุดหนุนราคาพลังงานส่วนใหญ่คือ “ให้ทุกลิตรทุกคน” (Universal Subsidy) เช่น การตรึงราคา LPG NGV และดีเซล ผลประโยชน์ที่ได้จึงไปตกกับคนที่ใช้ปริมาณมาก ซึ่งมักเป็นคนรวย
องค์กรพลังงานระหว่างประเทศพบว่า เพียง 56% ของเงินอุดหนุน LPG และดีเซล ไปถึงคนจนกลุ่มที่รายได้น้อยที่สุด 20%
ราคาน้ำมันถูกๆ ทำให้มีการใช้มากเกินจำเป็น คือขาดประสิทธิภาพ และยังสร้างมลภาวะต่างๆ ตามมาอีก จึงมีการเก็บภาษีสรรพสามิต ทำนองเดียวกับเหล้าบุหรี่ ซึ่งถ้าปล่อยให้ราคาถูกๆ คนก็ยิ่งเสพมาก ทำให้เสียสุขภาพและค่ารักษาพยาบาลก็เป็นภาระต่อรัฐด้วย อีกทั้งการใช้น้ำมันทำให้รัฐต้องสร้างซ่อมถนน ซึ่งการเก็บภาษีจากคนที่ใช้น้ำมันมากจะเป็นธรรมกว่าวิธีอื่น แต่ผู้ใช้ดีเซลแทบไม่ต้องจ่าย NGV ก็ไม่เลย
ราคาถูกทำให้มีการรั่วไหล ใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่นที่ก๊าซหุงต้มถูกนำไปใช้ในรถยนต์และอุตสาหกรรมก่อนจะมีการปรับราคาปีที่แล้ว ทำให้เปลืองเงินอุดหนุน ซึ่งเก็บมาจากผู้ใช้เบนซินและแก๊สโซฮอล์ เกิดความไม่เป็นธรรม เพราะคนจ่ายเงินอุดหนุนที่ใช้มอเตอร์ไซค์มักยากจนกว่าคนรับที่ใช้ LPG ในรถยนต์หรือโรงงาน
และมีการลักลอบไปขายทำกำไรในประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจาก LPG เราราคาถูกกว่า พม่า ลาว เขมร มาก
การรั่วไหลทำให้การใช้โตเร็วมาก จึงต้องนำเข้า LPG ซึ่งราคาที่สูงกว่าที่จำหน่ายในประเทศต้องจ่ายอุดหนุนการนำเข้าไม่ให้ของขาด และอุดหนุนโรงกลั่นเพื่อให้ยอมขายในราคาถูกๆ แทนการเผาใช้เอง เงินอุดหนุน LPG เก็บมาจากผู้ใช้เบนซินในอัตรา 10 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 (E10) 3.30 บาท/ลิตร
นี่เป็นเหตุสำคัญที่เบนซินไทยแพงกว่ามาเลเซียมาก แม้ราคาเนื้อน้ำมันจะพอๆ กัน แต่รัฐบาลเขาให้เงินอุดหนุน (แม้เริ่มลดลง) ขณะที่ของเราเก็บทั้งกองทุนและภาษีสรรพสามิต ซึ่งสูงมาก คือ 7 บาท/ลิตร เทียบกับดีเซลที่เก็บเพียง 0.50 สตางค์/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 (E10) 6.30 บาท/ลิตร
ราคาถูกทำให้ใช้มาก นำเข้ามาก เสียเงินตราต่างประเทศ ยิ่งในกรณีของก๊าซธรรมชาติ ต้นทุนของการนำเข้า LNG ปัจจุบันแพงกว่าที่ผลิตในอ่าวไทยถึง 2 เท่า โดยเหตุหนึ่งที่นำเข้ามามากเพราะการอุดหนุนราคา NGV สุดๆ ทำให้การใช้เพิ่มขึ้นมาก
ค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มจะสูงขึ้นมาก เพราะก๊าซเป็น 70% ของเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า สมมติเราผลิตปิโตรเลียมในประเทศได้มากกว่านี้ แต่ทรัพยากรก็ยังมีจำกัด การใช้อย่างขาดประสิทธิภาพจะทำให้หมดเร็วเกินควร
การเก็บภาษีน้ำมันต่ำๆ ทำให้รัฐสูญเสียโอกาสที่จะหารายได้เพิ่ม และยังเป็น “ต้นทุนของการเสียโอกาส” (Opportunity Costs) เพราะแทนที่จะอุดหนุนราคา ซึ่งทำให้การใช้มากเกินควร สามารถนำเงินไปทำสิ่งที่ดีกว่า...
l พัฒนาสวัสดิการด้านอื่นๆ ให้คนจน แทนที่จะอุ้มคนรวยให้ใช้น้ำมันฟุ่มเฟือย
l ทำโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ปรับปรุงและขยายขนส่งมวลชน ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับทุกๆ คนในหลายๆ มิติ
l การอุดหนุนราคาพลังงานให้ต่ำ ทำให้การจัดสรรทรัพยากรในระบบเศรษฐกิจขาดประสิทธิภาพ แม้ประเทศที่รวยน้ำมันที่สุดอย่างเวเนซุเอลาก็ยังทรุดหนัก ทั้งนี้ การตรึงดีเซลไม่ได้ลดเงินเฟ้อมากนัก
IISD เตือนว่าการปฏิรูปการอุดหนุนราคาพลังงานต้องค่อยๆ ทำ เพราะประชานิยมเป็นสิ่งที่แก้ยาก นอกจากสื่อสารทำความเข้าใจแล้ว ควรให้ประชาชนและผู้รับผลกระทบมีส่วนร่วมในการออกแบบมาตรการช่วยเหลือ
อาจจะให้เงินช่วยโดยตรงกับคนจน หรือแบ่งเงินอุดหนุนที่ประหยัดได้ไปจัดสวัสดิการด้านอื่นทดแทน
ความเสียหายเสียโอกาสจากการอุดหนุนราคาพลังงานจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับวิธีการ อย่างโครงการไฟฟ้าฟรี 50 หน่วยนั้นช่วยคนที่จนจริงๆ และช่วยอย่างทั่วถึงเพราะแทบทุกครัวเรือนไทยมีไฟฟ้า แต่ก็ไม่จูงใจให้ใช้ฟุ่มเฟือย เพราะถ้าใช้เกินก็จะต้องจ่ายตั้งแต่หน่วยแรก
นอกจากเพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่งและสร้างแรงจูงใจพัฒนาพลังงานที่ต้นทุนต่ำ IISD เชื่อว่าวิธีที่จะทำให้ราคาพลังงานถูกที่สุดโดยไม่อุดหนุน คือสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม แต่ที่ผ่านมาเราแย่ลงเพราะรัฐไปใช้ ปตท.แทรกแซงจนคู่แข่งลดน้อย







