posttoday
"อย่ารับกับทหาร ไม่มีวันชนะ"

"อย่ารับกับทหาร ไม่มีวันชนะ"

21 พฤษภาคม 2557

จบลงไปแล้วสำหรับการเรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการ

โดย...ทีมข่าวการเมือง

จบลงไปแล้วสำหรับการเรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวง อธิบดี สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ และองค์กรภาคธุรกิจ ที่หอประชุมทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต

แม้ว่าท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) จะยืนยันว่าไม่ใช่การเรียกเพื่อรายงานตัว แต่เป็นเพียงการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจอำนาจตามกฎอัยการศึกเท่านั้น แต่นัยในการเรียกหัวหน้าส่วนราชการไม่ต่างอะไรกับบรรยากาศเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2549 ที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เรียกหัวหน้าส่วนราชการ “เซ็นชื่อ” หลังทำรัฐประหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สำเร็จ

เช่นเดียวกัน นี่เป็นครั้งแรกในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ เราจึงได้เห็นบรรดาตัวละครเด่นๆ ในระบบราชการมาเจอหน้ากันครั้งแรก

ตัวละครเด่นในการประชุมวันนี้ หนีไม่พ้น ถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดย นพ.ณรงค์นั้นนั่งรถโฟล์คตู้มาพร้อมกับถวิล โดยทั้งคู่มีสีหน้ายิ้มแย้ม อารมณ์ดี ส่วนธาริตนั้นเดินเข้าห้องประชุมด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน ต่างจากสองคนแรกอย่างเห็นได้ชัด

แม้จะเป็นการประชุมลับ ไม่เปิดโอกาสให้สื่อเข้า แต่เสียงจากผู้ที่เข้าร่วมประชุมด้วยนั้น บรรยายบรรยากาศภายในที่ประชุมว่ามีนัยทางการเมืองเข้มข้น ดุเดือด ไม่แพ้เวทีการชุมนุมที่ถนนราชดำเนินและถนนอักษะ

“จุดประสงค์ของการประกาศกฎอัยการศึกก็เพื่อทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง เพราะสถานการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีจุดมุ่งหมายเพื่อหารัฐบาลใหม่ หรือเป็นกรรมการใดๆ ทั้งสิ้น หน้าที่นอกจากนี้เป็นเรื่องของผู้เกี่ยวข้องที่ต้องไปจัดการกันเองภายใต้รัฐธรรมนูญ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขณะเปิดประชุม

หลังจากนั้น ผบ.ทบ.ได้ร่ายยาวต่อว่า หลังจากประกาศกฎอัยการศึกได้แจ้งข่าวไปยังทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการก่อความรุนแรงให้ยุติการกระทำ โดยทหารพร้อมทำทุกอย่างด้วยความเด็ดขาดภายใต้กฎอัยการศึกเพื่อให้สถานการณ์สงบเรียบร้อยโดยเร็ว

“อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพมหานคร ขอให้งดการเดินทางและใช้ชีวิตตามปกติ ส่วนผู้ใดหรือหน่วยงานใดที่มีการปลุกปั่น ยุยง ชักชวนให้มีกองกำลังเข้ามาสร้างความวุ่นวายหรือก่อให้เกิดเหตุเผชิญหน้า ขอให้ยุติการกระทำเสีย” พล.อ.ประยุทธ์ พูดกับที่ประชุม

หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้หันไปหา วิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมกับพูดว่า “ท่านปลัดมหาดไทยก็เหมือนกัน ไม่ต้องไปเรียกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อส. มาสู้กับทหารนะ เพราะไม่มีวันชนะ ไม่มีทางรบชนะทหาร อย่าทำอีก”

พร้อมกับแสดงท่าทีอีกว่าสังคมควรหันหน้าเข้าหากัน และที่ต้องประกาศกฎอัยการศึก ก็เพราะขณะนี้ไม่มีใครฟังใคร ใครพูดอีกฝ่ายก็ไม่ฟังจึงต้องออกมา

“ผมเชื่อว่าธรรมชาติของคนไทยโกรธกันได้ไม่นาน ใครก็ตามที่ไปเรียกต่างชาติให้เข้ามาเป็นกรรมการ อย่าทำ เรื่องคนไทยแก้ไขกันเองได้ อย่าไปเรียกคนต่างชาติเข้ามาให้ขายหน้าเขา” ผบ.ทบ. ระบุ

หลังจากแสดงท่าทีเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ได้เปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการแสดงความคิดเห็น โดย นพ.ณรงค์ได้ยกมือขึ้นพูดว่าสถานการณ์ในขณะนี้ไม่เหมาะที่จะให้มีการเลือกตั้ง แต่ต้องจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็วเพื่อให้ประเทศเดินหน้า พล.อ.ประยุทธ์จึงได้แซวกลับไปยังปลัด สธ. ว่า “ท่านเป็นอย่างไร โดนไปหลายคดีนี่”

เมื่อ นพ.ณรงค์พูดเสร็จ ถวิลก็ยกมือขึ้นพูดต่อว่า ที่ผ่านมาโดนคุณธาริต อธิบดีดีเอสไอ ตั้งข้อหากบฏ ซึ่งมีโทษจำคุกหลายปี ไม่เป็นธรรม แต่ไม่ถือโทษ พร้อมสนับสนุนให้ประเทศเดินหน้าและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญ

ได้ฟังดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้หันไปถามที่ประชุมว่า อธิบดีธาริตมาด้วยหรือไม่ ธาริตซึ่งนั่งอยู่แถวหลังสุดได้ยกมือขึ้น บอกว่ามา พล.อ.ประยุทธ์จึงได้ตอบกลับไป

“ให้คุณธาริตไปถอนคดีความต่างๆ ที่ตั้งข้อหาคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ไหม เพราะสร้างปัญหา ทำให้เกิดความแตกแยกและไม่ได้ประโยชน์ หยุดได้แล้ว เละหมดแล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ พูดในที่ประชุมด้วยท่าทีดุดัน เรียกเสียงปรบมือและเสียงหัวเราะให้กับผู้เข้าร่วมประชุมบางส่วน

ส่วนปฏิกิริยาของธาริตนั้นไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่พยักหน้าหงึกๆ นิ่งเฉย หน้าชาอยู่นานหลายนาที

หลังจากนั้น ถวิลยังพูดต่ออีกว่า อยากให้ข้าราชการที่เป็นหัวหน้าหน่วยราชการที่นั่งอยู่ในที่นี่รวมใจเป็นหนึ่งเดียวในการผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติในแนวทางที่ถูกต้อง จนได้รับเสียงแซ่ซ้องปรบมือจากที่ประชุม

น่าสังเกตว่าตลอดการประชุม ซึ่งใช้เวลา 1 ชั่วโมงเศษ มีวรรคทองจาก พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ 2 คำ คือ “ผมเอาจริงนะ” ถึง 3 รอบ และ “อย่ารบกับทหาร ไม่มีวันชนะ” อีก 2 รอบ

นอกจากนั้น ผบ.ทบ.ยังฝากถึง “แกนนำ” คนหนึ่งอีกว่า “ไอ้แกนนำคนไหนอยากลองดีก็มา อยากรู้เหมือนกัน ผมไม่ได้ท้าทายนะ”

เป็นท่าทีล่าสุดจาก พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งบัดนี้กลายเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศไปเป็นที่เรียบร้อย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน