
เดิมพันอาเซียน
กรณีวิกฤตระหว่างเวียดนามและจีนกำลังเข้าขั้นเลยเถิดไปไกลมากครับ ที่ปัญหาในครั้งนี้อาจจะส่งผลกระเทือนไปถึงในระดับภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับภูมิภาคอาเซียนที่ใน มิติหนึ่งก็ต้องการความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจกับจีน ขณะที่ในอีกด้านหนึ่งอาเซียนก็กำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับกรณีข้อพิพาทในทะเลจีนใต้
กรณีวิกฤตระหว่างเวียดนามและจีนกำลังเข้าขั้นเลยเถิดไปไกลมากครับ ที่ปัญหาในครั้งนี้อาจจะส่งผลกระเทือนไปถึงในระดับภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับภูมิภาคอาเซียนที่ใน มิติหนึ่งก็ต้องการความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจกับจีน ขณะที่ในอีกด้านหนึ่งอาเซียนก็กำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับกรณีข้อพิพาทในทะเลจีนใต้
ในขณะที่จีนพยายามที่จะแก้ปัญหาพื้นที่ทะเลจีนใต้ภายใต้กรอบทวิภาคีระหว่างจีนกับชาติอาเซียนที่มีปัญหาเท่านั้น แต่อาเซียนเองกลับพยายามที่จะแก้ไขปัญหาในระดับพหุภาคีระหว่างอาเซียนทั้งหมดกับจีน ซึ่งจะเห็นได้ว่าทางเลือกนี้ทำให้ในที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่เวียดนามเมื่อสองสัปดาห์ก่อนนั้นอาเซียนเลือกที่จะออกแถลงการณ์ต่อข้อพิพาทกับจีนโดยตรง
แต่กระนั้น ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเวียดนามเมื่อโรงงานของต่างชาติที่มีตัวอักษรคล้ายภาษาจีนหลายแห่งถูก ผู้ประท้วงบุกรุกเข้าทำลาย ไม่ว่าจะโรงงานจีน ญี่ปุ่น หรือไต้หวันนั้น กำลังทำให้บรรยากาศการลงทุนไม่เพียงแต่ในเวียดนามเองเท่านั้นที่อาจจะย่ำแย่ลง แต่สำหรับอาเซียนโดยรวมนั้นก็อาจจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย
ต้องไม่ลืมว่า ต่อกรณีปัญหาข้อพิพาทในทะเลจีนใต้นั้น บางประเทศที่มีปัญหากับจีน เช่น เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เลือกที่จะใช้ท่าที “แข็งกร้าว” เข้าใส่ เนื่องจากได้รับการหนุนหลังจากสหรัฐ ขณะที่บางประเทศที่ร่วมในปัญหานี้และอ้างสิทธิเหนือดินแดนข้อพิพาทเช่นกัน กลับเลือกที่จะเงียบ เช่น มาเลเซีย เพราะเห็นประโยชน์ในด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจมากกว่าที่จะเข้าไปข้องเกี่ยวใน ดินแดนข้อพิพาทในท่าทีแข็งกร้าวดังเช่นสองชาติข้างต้น
ดังนั้น ท่าทีของอาเซียนหลังจากนี้ไปจะเป็นไปอย่างยากลำบากมากขึ้น ว่าอาเซียนจะรวมกันเพื่อแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวมากขึ้นต่อจีนต่อไปหรือไม่
ยิ่งในช่วงเวลานี้ต้องยอมรับครับว่า อาเซียนกำลังอยู่ในสถานะที่จะต้อง “ถ่วงดุล” มหาอำนาจอย่างระมัดระวังที่สุด เพราะไม่เพียงแต่อิทธิพลจากจีนที่กำลังขยายลงมาทั้งในด้านเศรษฐกิจและการทหารอย่างแข็งกร้าว ซึ่งเห็นได้จากที่จีนไม่หวั่นเกรงเวียดนามแม้แต่น้อย ด้วยการส่งเรือขุดเจาะน้ำมันเข้าไปในพื้นที่ข้อพิพาท อาเซียนยังต้องเผชิญหน้ากับการกลับเข้ามา “ขอมีส่วนร่วม” ในภูมิภาคนี้ของสหรัฐที่ย้ำมาตลอดว่าจะถือหางอาเซียนอย่างแน่นอน
อาเซียนกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งสำคัญครับ ที่เรากำลังเป็นพื้นที่ปะทะของมหาอำนาจของโลกทั้งสองฝั่ง ดังที่กำลังเกิดขึ้นในเวียดนามขณะนี้
และดูเหมือนว่าทั้งจีนและสหรัฐก็พร้อมจะใช้อาเซียนเป็นสมรภูมิตัวแทนแล้วด้วยครับ







