posttoday
"สมบัติ"ซัดดีเอสไอรับใช้การเมืองยัดเยียดข้อหา

"สมบัติ"ซัดดีเอสไอรับใช้การเมืองยัดเยียดข้อหา

18 พฤษภาคม 2557

"สมบัติ" จวกดีเอสไอยัดเยียดข้อหากบฏ ทั้งที่ใช้สิทธิชุมนุมตามรธน. แฉหลักฐานยื่นขอหมายจับมีแค่ภาพถ่ายขึ้นเวทีปราศรัย

"สมบัติ" จวกดีเอสไอยัดเยียดข้อหากบฏ ทั้งที่ใช้สิทธิชุมนุมตามรธน. แฉหลักฐานยื่นขอหมายจับมีแค่ภาพถ่ายขึ้นเวทีปราศรัย

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Prof. Sombat Thamrongthanyawong, Ph.D ถึงกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตามหายจับข้อหาร่วมกันเป็นกบฏและอีกหลายข้อหา โดยข้อความที่นายสมบัติโพสต์เอาไว้มีเนื้อหาดังนี้

"ควันหลงจากข้อหากบฏ"

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณน้ำใจไมตรี ความห่วงใยเอื้ออาทร และกำลังใจจากเพื่อนมิตร ลูกศิษย์ รวมทั้งพี่น้องประชาชนทั้งประเทศที่กรุณามอบให้ผม เมื่อทราบว่าผมถูกรัฐบาลทรราชย์จับกุมในข้อหากบฏโดยทุกท่านได้ช่วยกันแชร์คำขอบคุณของผมถึงเวลานี้มากกว่าห้าหมื่นคน ซึ้งใจจริงๆครับสำหรับคนเป็นครูบาอาจารย์ที่ไม่มีอำนาจอะไร น้ำใจของท่านจะเป็นเหมือนน้ำทิพย์ที่เสริมพลังให้ผมยืนหยัดอุทิศตนเพื่อชาติและประชาชนตลอดไป

ข้อหากบฏที่กล่าวหาผมนั้นนับว่าร้ายแรงมาก อาทิ ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ สมคบกันเป็นอั้งยี่และซ่องโจร เป็นต้น ข้อหาจริงๆมีมากกว่านี้เยอะ โทษสูงสุดของข้อหากบฏคือ " ประหารชีวิต " หรือจำคุกตลอดชีวิต ไม่ธรรมดานะครับ !

ต้องขอถามท่านที่เคยไปร่วมชุมนุมว่าเคยเห็นผมกระทำการดังกล่าวหรือเปล่า? การชุมนุมของมวลมหาประชาชนนั้นกำนันประกาศย้ำอยู่เสมอว่าต้องยึดมั่นในความสงบ สันติ อหิงสา ไม่ใช้อาวุธ ไม่ใช้ความรุนแรง แม้กระทั่งการ์ดถ้าใครจะใช้อาวุธขอให้กลับบ้าน เพราะการชุมนุมของมวลมหาประชาชนเป็นการชุมนุมของพลเมืองดี พวกที่ใช้ความรุนแรงมีแต่พวกรัฐบาล และสมุนรัฐบาลเท่านั้นที่ใช้อาวุธสงครามทำร้ายมวลมหาประชาชนให้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ส่วนตัวผมที่ถูกกล่าวหาเท่าที่ทบทวนได้ขณะนี้ที่ทำเป็นหลักคือการปราศรัยบนเวทีเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจทางการเมืองแก่ประชาชนผู้ร่วมชุมนุม และร่วมประชุมให้ความเห็นทางวิชาการแก่กำนัน คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าเคยกระทำการตามข้อกล่าวหาเมื่อไร อยากเห็นหลักฐานที่เขากล่าวหาจริงๆ จะได้รู้ว่าผมละเมอไปทำตามที่เขากล่าวหาหรืออย่างไร แต่ทนายบอกว่าหลักฐานที่ DSI เสนอศาลตอนขอหมายจับผมครั้งแรกมีแต่ภาพการปราศรัยเท่านั้น

สรุปก็คือผมถูกยัดเยียดข้อหา เพราะโดยความเป็นจริงผมใช้สิทธิ์ในการชุมนุมทางการเมืองตามมาตรา 63 และ มาตรา 69 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 คนที่มีฐานะทางสังคมระดับผมยังถูกยัดเยียดข้อหาได้ถึงเพียงนี้ แล้วประชาชนตาดำๆจะเหลืออะไร

ที่ว่าระดับผมอย่างน้อยก็เคยรับราชการจนดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์และได้รับพระราชทานสายสพายชั้น" มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก " ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของข้าราชการประจำ เคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีของนิด้าถึงสองสมัย และได้รับปริญญาเอกกิติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยอินเดียน่า สหรัฐอเมริการวมทั้งได้รับการยกย่องให้เป็นศิษย์เก่าดีเด่นของสถาบันการศึกษาหลายสถาบัน นับว่าในชีวิตได้กระทำความดีมาพอสมควร แต่ก็ยังไม่เว้นที่จะถูกพวกลิ่วล้อของระบอบทักษินยัดเยียดข้อกล่าวหา

ความจริงตอนที่ศาลอนุมัติให้ออกหมายจับนั้น ศาลได้ระบุไว้ชัดเจนว่าให้เจ้าพนักงานมีอำนาจควบคุมตัวผู้ถูกจับได้เพียงเท่าที่จำเป็นในการนำตัวส่งฟ้องต่อศาลเท่านั้น พนักงานสอบสวนจะสอบสวนต่อหรือสอบสวนเพิ่มเติมไม่ได้ ปรากฎว่า DSI เจ้าเล่ห์ทำเรื่องฝากขังเพื่อจะสอบสวน เพราะยังไม่เคยสอบสวนผมเลย แต่ตอนไปขอออกหมายจับไปโกหกศาลว่าสอบสวนเสร็จแล้ว ศาลจึงยกคำร้อง ทำให้ฝากขังผมไม่ได้ อัยการจึงต้องรีบทำคำฟ้องเดี๋ยวนั้น

ท่านลองคิดดูถ้า DSI ซึ่งมี่หน้าที่อำนวยความยุติธรรม แต่รับใช้การเมืองถึงกับยัดเยียดข้อหาให้กับประชาชน เราควรจะมี DSI ต่อไปอีกหรือ? และไม่ทราบว่าอัยการร่วมมือกับ DSI ได้อย่างไร? ที่ส่งฟ้องผมโดยไม่มีหลักฐานตามที่กล่าวหา ทั้งๆที่ผมใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ผูกพันอัยการตามมาตรา 216 อย่าลืมว่าปัจจุบันอัยการเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญนะครับ ไม่ใช่หน่วยงานภายใต้การบังคับบัญชาของฝ่ายบริหาร ควรจะทำหน้าที่อำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนเชื่อถือศรัทธา

ถ้าปราศรัยบนเวทีชุมนุมทางการเมืองแล้วถูกฟ้องข้อหากบฏมีโทษถึงประหารชีวิต มันจะไม่ยิ่งไปกว่าประเทศเผด็จการหรือครับ! แล้วจะตะโกนก้องอวดอ้างว่าปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไร?

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI