
ปรัชญาก้นครัว
ผมชอบกินแกงเหลืองมาก แกงเหลืองหรือที่คนปักษ์ใต้เรียกแกงส้มนั่นแหละครับ
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
ผมชอบกินแกงเหลืองมาก
แกงเหลืองหรือที่คนปักษ์ใต้เรียกแกงส้มนั่นแหละครับ
จำได้ว่ารู้สึกชอบจริงๆ จังๆ ก็อีตอนที่ไปกินเมนูแกงเหลืองปลาสำลีหน่อไม้ดองที่ร้านบ้านไอซ์ ย่านประชานิเวศน์ 2 เมื่อราวสิบปีก่อน
รสชาติเผ็ดเปรี้ยวร้อนแรงประทับอกประทับใจผมมาตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ถึงขั้นยกให้เป็นหนึ่งในเมนูโปรดตลอดกาลเลยทีเดียว
เท่าที่นึกออกในตอนนี้ ร้านอาหารปักษ์ใต้ที่คิดว่าฝีไม้ลายมือในการปรุงแกงเหลืองไร้เทียมทาน ได้แก่ร้านเบียร์หิมะ และร้านปัญญาซีฟู้ด ละแวกประชาชื่น ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ชะอวด นครศรีธรรมราช ย่านราชพฤกษ์ และร้านเนินขุมทอง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
อร่อยจนถึงขนาดที่ว่ามือหนึ่งถือช้อนซดน้ำแกง อีกมือต้องยกแก้วน้ำเย็นรอกระดกตาม หลายครั้งหลายหนซื้อกลับบ้าน เทใส่หม้ออุ่นแล้วอุ่นอีกจนน้ำแห้งขอดถึงค่อยทิ้ง
โดยส่วนตัว แกงเหลืองที่โคตรอร่อย มากกว่า 80% มาจากฝีมือแม่ครัวบ้านๆ หรือพูดให้เข้าใจง่ายคือไปรับประทานฝีมือแม่ครัวตามบ้านช่องคนอื่นเขา ไม่ใช่รสมือจากแม่ครัวร้านอาหาร
มื้อในความทรงจำเกิดขึ้นเมื่อครั้งไปทำข่าวที่นครศรีธรรมราช วันนั้นผู้นำชุมชนแห่งหนึ่งเขาเกณฑ์ทัพชาวบ้านมาตั้งครัวทำอาหารเลี้ยงนักข่าว ปลาทอดขมิ้น น้ำชุบ แกงไตปลา แกงเหลือง จำได้ว่ามื้อนั้นผมฟาดข้าวสวยไป3จาน ก้มหน้ากินอย่างเอร็ดอร่อยจนทิ้งปากกา ทิ้งสมุดจดข่าว ไม่ทำการทำงานมันแล้ว
มื้อในความทรงจำอีกครั้งหนึ่งเมื่อตอนแวะไปงานแต่งงานของเพื่อนที่ชุมพร ณ บ้านหลังเล็กๆ หลังคามุงจากกลางป่าต้นยาง เสียงแมลงกรีดร้องระงม อากาศเย็นแม้ยามกลางวัน ขณะที่ท้องร้องหิวโหย เจ้าบ้านก็ยกหม้อแกงเหลืองไข่ปลาเรียวเซียวใส่ออดิบที่เหลือๆ มาให้ พร้อมข้าวสวยตามมีตามเกิด แค่นำมาอุ่นให้ร้อนเท่านี้ก็ขึ้นสวรรค์ ทุกคนก้มหน้าก้มตากินอย่างมูมมาม ท่ามกลางสายตาเจ้าของบ้านที่มองมาอย่างภูมิใจในรสมือตัวเองคงสงสัยว่าไอ้หนุ่มหน้าเมืองกรุงมันกินอาหารปักษ์ใต้กันเป็นด้วยหรือ ?
“อย่างงี้ต้องหาเมียเป็นคนใต้” แกพึมพำเป็นภาษาทองแดง
ผมคิดว่าแกงเหลืองแบบบ้านๆให้ประสบการณ์ต่างจากแกงเหลืองที่รับประทานในร้านอาหารพอสมควร นั่นคือประสบการณ์แปลกใหม่ จากที่เคยชิมแต่แกงเหลืองปลากะพงใส่ยอดมะพร้าว ไม่ก็หน่อไม้ดอง กลายมาได้กินปลาอื่นๆ หลายชนิด เช่น ปลาอินทรี ปลาแซลมอน ปลากระบอก ปลาเนื้ออ่อน บางที่บางถิ่นใส่ไข่ปลาด้วย ผักเผิกก็แปลกตา ทั้งมะละกอ ไหลบัว ดอกกะหล่ำมะรุม ดอกขจร ออดิบ แม้กระทั่งเปลือกแตงโมอ่อนก็ยังเคยเจอ รวมถึงอีกมากมายที่เราไม่รู้ชื่อเรียก
อีกเรื่องที่ขาดไม่ได้คือบรรยากาศ ก้นครัวโทรมๆ หม้อก้นดำปิ๊ดปี๋ แต่รสมือแม่ครัวยิ่งกว่าเทวดา นั่งบนแคร่ไม้ไผ่เปิบข้าวไปซดแกงไป ท่ามกลางอากาศเย็นจัดจากป่ายางโปรยฝนฉ่ำ คนละเรื่องกับรับประทานในห้องแอร์เป็นไหนๆ
ไม่นานมานี้ ผมนึกครึ้มอยากลองทำแกงเหลืองรับประทานเองง่ายๆ ที่บ้าน ตัดสินใจเดินไปซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน คว้าหมูสันนอกมาครึ่งกิโล ฉวยพริกแกงเหลืองสำเร็จรูปมาหนึ่งถุง พร้อมด้วยหน่อไม้ดองสำเร็จรูป
ด้วยความที่เป็นมือใหม่สมัครเล่น ไม่ดูตำรา แถมวัตถุดิบก็ขาดๆ เกินๆ ไม่พร้อมเลยแม้แต่น้อย ปรุงไปบ่นไป จนท้ายที่สุดก็ได้แกงเหลืองหมูใส่หน่อไม้ดองมาหนึ่งหม้อเล็กใช้เวลาทั้งสิ้นเกือบสองชั่วโมง ปรากฏว่าไม่อร่อยเลย เพราะพริกแกงซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญนั้นไม่ค่อยมีคุณภาพ รสไม่เข้ม กลิ่นไม่หอม เลยออกมารสชาติมันก้ำๆ กึ่งๆ ไม่ถึงของ
บทเรียนครั้งนั้นสอนให้ผมรู้ว่าเมื่อใดก็ตามที่เราลงมือทำอะไรสักอย่าง ทั้งที่ไม่ผ่านการฝึกฝนเรียนรู้ อุปกรณ์เครื่องมือไม่พร้อม ขาดประสบการณ์ ก็อย่าหวังจะได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบดั่งที่ใจต้องการ
ลงทุนต่ำ แต่หวังผลกำไรสูง ฝันไปเถอะไอ้หนู
สุดท้ายแล้วมื้อนั้นผมจำใจต้องกินแกงเหลืองฝีมือตัวเองให้หมด แม้ไม่อร่อย แต่ด้วยความภาคภูมิใจ ก็สามารถจัดการจนหมดเกลี้ยง ขณะเก็บถ้วยเก็บชามเปิดก๊อกน้ำไหลซู่ๆ อยู่นั่นเอง ประโยคหนึ่งก็แวบขึ้นมาในหัวสมอง
เป็นประโยคของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์นักเขียนในดวงใจของผม ที่เคยบอกไว้ว่า
“ไม่มีใคร Born to be เพราะฉะนั้นเราจึงต้อง Practice practice practice”
โอเค คราวหน้าต้องอร่อยแน่นอนผมบอกตัวเองอย่างมั่นใจ







