
วุฒิสภานัดถกกฤษฎีกาก่อนเคาะตั้งนายกฯ
วุฒิสภานัดถกกฤษฎีกา 16 พ.ค. ก่อนกำหนดแนวทางตั้งนายกฯ ยันไม่ใช่นายกฯมาตรา 7 แต่เป็นนายกฯเฉพาะกิจ
วุฒิสภานัดถกกฤษฎีกา 16 พ.ค. ก่อนกำหนดแนวทางตั้งนายกฯ ยันไม่ใช่นายกฯมาตรา 7 แต่เป็นนายกฯเฉพาะกิจ
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. เวลา18.00น. พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ สว.สรรหา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานประสานองค์กร แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมร่วมกันของสว.กับหัวหน้าส่วนราชการมีความเห็นตรงกันว่า ในระหว่างที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้จากตำแหน่งไปแล้วทำให้มีปัญหาในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินโดยเฉพาะการจัดทำงบประมาณประจำปี2558 หากการเลือกตั้งและการให้ได้นายกรัฐมนตรีมาตามระบบเกิดความล่าช้าจะทำให้มีปัญหาในการงบประมาณอย่างมาก ซึ่งจะมีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ จึงเป็นเหตุผลที่ยืนยันว่าเราจำเป็นต้องหานายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็มเพื่อขับเคลื่อนประเทศและดำเนินการปฎิรูปประเทศไปด้วย
เมื่อถามว่า ได้มีการกรอบเวลาเกี่ยวกับตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่อย่างไร พล.อ.อ.วีรวิท กล่าวว่า “เรื่องกรอบเวลา เรายังไม่ได้มีการพูดคุยกัน แต่คิดว่าการกระทำจะมีสองขั้นตอน คือ กระบวนการของได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีจะต้องทำอย่างไร และกระบวนการหาตัวบุคคล หลายท่านได้ให้ข้อมูลว่าเราอาจต้องมีการกำหนดคุณสมบัติขึ้นพื้นฐานและต้องมีการเสนอชื่อจากภาคส่วนต่างๆแล้วนำมาคัดสรรในที่ประชุมวุฒิสภากัน”
เมื่อถามหากวุฒิสภาเสนอให้มีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี จะถือว่าเป็นการตั้งรัฐบาลซ้อนรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.อ.วีรวิท กล่าวว่า ขณะนี้ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ แต่เป็นรัฐบาลที่ทำหน้าที่หลังจากนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ทั้งนี้ ในรัฐธรรมนูญมาตรา 180 วรรคท้ายระบุว่าให้มีกระบวนการให้ความเห็นชอบในการเลือกนายกรัฐมนตรี
“เราต้องเข้าใจตรงกันว่ารัฐบาลในปัจจุบันเป็นช่วงในระหว่างการที่จะหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ เมื่อกระบวนการหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้วและเมื่อมีพระบรมราชโองการออกมารัฐบาลนี้ก็จะหมดหน้าที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 180 ซึ่งถือว่าไม่เป็นการตั้งรัฐบาลซ้อนรัฐบาล”พล.อ.อ.วีรวิทกล่าว
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สว.สรรหา กล่าวว่า ถ้ามีการพูดคุยกันกับระหว่างรัฐบาลกับนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เพื่อให้รัฐมนตรีที่เหลืออีก 25 คนลาออกก็จะทำให้เรื่องง่าย แต่ถ้ายังไม่ลาออก จะเป็นเรื่องของเราต้องยืนยันตามรัฐธรรมนูญว่าสามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 16 พ.ค.ทางคณะทำงานของสว.จะไปพบกับคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อให้ยืนยันในแง่ที่ว่าวุฒิสภาสามารถเสนอนายกรัฐมนตรีเฉพาะกิจได้
“ขอยืนยันว่าทุกอย่างที่เราทำไปนั้นเป็นการทำภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่มีการทำนอกรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งมาตรา 7 เรายังไม่ได้พูดถึงเลย แต่เราใช้คำว่านายกรัฐมนตรีเฉพาะกิจ นายกรัฐมนตรีคนกลางที่เสนอเข้ามาภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ถึงแม้จะเป็นนายกรัฐมนตรีมาตรา 7 แต่มาตรา 7ก็ยังอยู่ในรัฐธรรมนูญ”นพ.เจตน์ กล่าว
นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะทำงานได้พยายามเชิญตัวแทนกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มาหารือ แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ อย่างไรก็ตาม เราได้รับการตอบรับจากรัฐบาลว่าพร้อมจะพูดคุยกับคณะทำงานแล้วโดยจะหารือกันในวันที่ 17 พ.ค. แม้จะมีการนัดพบกับรัฐบาลแต่ก็จะไม่มีผลการพิจารณาผลสรุปของวุฒิสภาในวันที่ 16 พ.ค. เพราะวุฒิสภายังคงทำงานตามปกติ







