
เปิดตัวภาคี"ประชาชนคือคนกลาง"ค้านนายกฯม.7
“เจษฎา” นำทีมเปิดเครือข่ายหนุนเลือกตั้ง ค้านนายกฯ คนกลาง ชี้สร้างความขัดแย้งต่อไม่รู้จบ
“เจษฎา” นำทีมเปิดเครือข่ายหนุนเลือกตั้ง ค้านนายกฯ คนกลาง ชี้สร้างความขัดแย้งต่อไม่รู้จบ
เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ได้มีการจัดงานเปิดตัว “ภาคีประชาชนคือคนกลาง” ซึ่งเกิดขึ้นโดยการรวมตัวของแต่ละกลุ่ม อาทิ กลุ่มขั้วที่ 3 คัดค้านความรุนแรง, กลุ่ม Respect My Vote, กลุ่มสภาหน้าโดม, กลุ่มพอกันที, กลุ่ม My freedom ฯลฯ
นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ก่อตั้งกลุ่มขั้วที่ 3 คัดค้านความรุนแรง เปิดเผยว่า ได้ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ที่ผ่านมา และมองว่าทางออกเดียวที่จะออกจากความขัดแย้งในขณะนี้คือการเลือกตั้งเพื่อการปฏิรูปประเทศ ซึ่งจะสามารถให้โอกาสประชาชนตัดสินใจเองได้ว่าต้องการอะไร และอนาคตในมือเป็นอย่างไร มากกว่าให้แต่ละกลุ่มการเมืองอ้างประชาชนของตัวเอง แล้วตัดสินใจแทน ซึ่งจะทำให้ปัญหาเดินต่อไปไม่รู้จบ
นายเจษฎา กล่าวอีกว่า หากปล่อยให้มีการเสนอนายกรัฐมนตรีคนกลาง ผ่านมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ 2550 จะยิ่งวุ่นวายไม่รู้จบ เพราะจะมีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งมาคัดค้านทันที แม้จะมีการเสนอชื่อโดยวุฒิสภาก็ตาม แต่วุฒิสภาเหล่านี้ก็เป็นตัวแทนของประชาชนเพียงครึ่งเดียวของจำนวนทั้งหมด เพราะฉะนั้น ปัญหาก็ยังคงเหมือนเดิมต่อไป ทั้งนี้ โดยส่วนตัวก็เชื่อว่าสถานการณ์ขณะนี้ ไม่มีคนกลางที่แท้จริง จึงได้ตั้งภาคีนี้ขึ้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งเสียงในการแสดงความคิดเห็นว่าไม่เห็นด้วยกับแนวทางของกปปส.ขณะนี้ รวมถึงขอให้รองประธานวุฒิสภา ได้รับฟังเสียงของภาคีประชาชนคือคนกลางด้วย
“วันนี้เราเสียหายทั้งทางเศรษฐกิจ และการสูญเสียอย่างการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตมามากพอแล้ว ถ้าไปต่อไม่ถูกทางจะยิ่งน่ากลัวกว่ามาก และที่ผ่านมาเราก็มีบทเรียนจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬมาแล้ว ผมยืนยันว่ามาตรา 7 ไม่ใช่การแก้ปัญหา และไม่ใช่หลักจารีตประเพณีอย่างที่ถูกอ้างถึง เพราะตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ 2540 รัฐธรรมนูญ 2550 ที่ให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง ก็ถือว่าจบไปแล้ว” นายเจษฎากล่าว
ขณะที่ นายเอก อัตถากร แกนนำกลุ่ม Respect my vote กล่าวว่า หากกลุ่มกปปส. สามารถทำให้ประธานวุฒิสภาเสนอชื่อนายกฯ คนกลางได้ ก็จะออกมาไล่นายกฯ คนกลางในรูปแบบเดียวกันกับที่กปปส.เคยทำ และทำอยู่ในขณะนี้เช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ภาคีประชาชนคือคนกลาง ยังได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ต้องการเห็นประเทศเดินหน้าต่อไปได้ด้วยการเคารพสิทธิและเสียงของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย อย่างสงบสันติ คิดต่างแต่ไม่แตกแยก ไม่เอาปฏิวัติและรัฐประหาร ไม่เอาความรุนแรง และปรารถนาจะเห็นการปฎิรูปร่วมกันของคนทั้งสังคมบนพื้นฐานประชาธิปไตยที่ทุกคนมีสิทธิมีเสียงเท่าเทียมกัน
ทั้งนี้ หลักสำคัญของภาคีประชาชนคือคนกลาง คือ ให้ประชาชนได้กำหนดอนาคตตนเอง ได้มีส่วนร่วมการตัดสินใจต่อชะตากรรมของประเทศที่มีอยู่เท่ากันทุกผู้นาม ผ่านข้อเสนอ 3 ข้อ คือ 1.เดินหน้าเลือกตั้งให้เร็วที่สุดตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2.ขอให้เตรียมพร้อมเข้าสู่โหมด ปกป้องการเลือกตั้ง ด้วยวิถีทางต่างๆ เท่าที่จะทำได้บนพื้นฐานการเคารพความเห็นที่แตกต่างและไม่ใช้ความรุนแรงมุกรูปแบบ และ 3.ขอให้องค์กรต่างๆที่พยายามหาทางออกให้กับบ้านเมืองขณะนี้ เช่น วุฒิสภา กรุณาให้โอกาสเราชี้แจง รับฟังเคารพความเห็นของประชาชนอีกส่วนหนึ่ง ไม่ใช่แค่ กปปส. หรือ นปช.







