posttoday
"ฟิลิปส์" ขยายฐานภูธรเจาะลูกค้าองค์กรรักษาแชมป์

"ฟิลิปส์" ขยายฐานภูธรเจาะลูกค้าองค์กรรักษาแชมป์

12 พฤษภาคม 2557

หลังจากก้าวขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและอุปกรณ์แสงสว่าง บริษัท ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย)

โดย...จะเรียม สำรวจ

หลังจากก้าวขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและอุปกรณ์แสงสว่าง บริษัท ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) ยังคงเดินหน้าเปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันก็พยายามหากลยุทธ์ทางการตลาดใหม่มาเอาใจลูกค้า

แม้ว่าจะขึ้นมาเป็นผู้นำในกลุ่มสินค้าธุรกิจไฟฟ้าและอุปกรณ์แสงสว่าง แต่กลยุทธ์ทางการตลาดที่บริษัท ฟิลิปส์ฯ เลือกนำมาใช้ในปีนี้ ยังคงเน้นไปในเรื่องการสร้างแบรนด์ เพื่อให้เครื่องใช้ไฟฟ้าฟิลิปส์เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ก็ยังคงเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ปีนี้มีแผนที่จะเปิดตัวใหม่เข้ามาทำตลาดอีกไม่ต่ำกว่า 1,000 รายการ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับเทคโนโลยีอุปกรณ์แสงสว่าง โดยเฉพาะหลอดไฟแอลอีดี ซึ่งเป็นพระเอกของบริษัท ฟิลิปส์ฯ ให้ได้มากที่สุด

ธนากร วงศ์วิเศษ ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและอุปกรณ์แสงสว่าง บริษัท ฟิลิปส์ฯ กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ บริษัทจะหันมาให้ความสำคัญกับการขยายฐานกลุ่มลูกค้าองค์กรมากขึ้น เนื่องจากยังมีช่องว่างให้เข้ามาทำตลาดอีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าของหน่วยงานภาครัฐที่อยู่ในตลาดต่างจังหวัด เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เนื่องจากในแต่ละปีหน่วยงานดังกล่าวจะได้รับการอนุมัติงบให้นำมาใช้กับการเปลี่ยนและติดตั้งอุปกรณ์แสงสว่าง บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสในการเข้ามาทำตลาดในช่องทางดังกล่าว

จากแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว นับจากนี้บริษัท ฟิลิปส์ฯ จะเร่งส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายเข้าไปติดต่อในหน่วยงานดังกล่าว เพื่อให้ได้งานประมูล ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวบริษัทฟิลิปส์ฯ จะนำมาใช้กับองค์กรภาคเอกชนด้วยโดยเฉพาะกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการเปลี่ยนหลอดไฟที่เป็นหลอดประหยัดพลังงาน

นอกจากนี้ หลังจากกระทรวงพลังงานได้เปิดโครงการ DEDE SUBSIDY 80 20 ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดขายหลอดไฟของบริษัท ฟิลิปส์ฯ มีอัตราการเติบโตอย่างก้างกระโดด เนื่องจากโครงการดังกล่าวได้เข้ามาสนับสนุนหน่วยงานเอกชนที่ต้องการประหยัดพลังงาน โดยมีหลักการคร่าวๆ คือ หากหน่วยงานใดมีการใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าที่ทำให้เกิดการประหยัดพลังงานตามมาตราการที่ทางพพ. จะได้สิทธิ์ในการเครมเงินคืนเมื่อซื้อสินค้าประหยัดพลังงานได้ 20% ส่วนเจ้าของกิจการที่ไม่ได้เป็นโรงงานหรืออาคารควบคุมจะได้สิทธิ์เครมเงินคืนสูงถึง 30% ของมูลค่าการลงทุน

นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านแคมเปญผ่อนจ่ายกับบริษัท ฟิลิปส์ฯ เมื่อลูกค้าซื้อหลอดไฟแอลอีดีสนใจเข้าร่วมแคมเปญดังกล่าว บริษัทจะมีการคำนวณในด้านของต้นทุนค่าใช้จ่ายในการซื้อหลอดไฟแอลอีดี คำนวณการประหยัดไฟ และคำนวณจำนวนปีที่จะคืนทุน หากบริษัทใดเข้ากฎตามที่บริษัท ฟิลิปส์ฯ กำหนด ก็จะได้รับสิทธิการผ่อนชำระค่าใช้จ่ายการซื้อหลอดไฟแอลอีดี

ธนากร กล่าวต่อว่า หลังจากเปิดแคมเปญผ่อนจ่ายซื้อหลอดแอลอีดีตั้งแต่ช่วงกลางปี 2556 ที่ผ่านมา มีลูกค้าสนใจเข้าร่วมแคมเปญดังกล่าวเป็นที่น่าพอใจ โดยลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมแคมเปญจะเป็นกลุ่มที่ใช้ไฟมาก และมีจุดคุ้มทุนภายใน 12 ปี ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนกลุ่มลูกค้าโรงแรมที่ถึงจุดคุ้มทุนในการซื้อหลอดไฟแอลอีดีประมาณ 8 เดือน ส่วนใหญ่จะเน้นจ่ายเงินสด

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัทจะให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมทางการตลาดผ่าน 13 ตัวแทนจำหน่าย ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันก็จะกระจายสินค้าใหม่ให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งกิจกรรมที่บริษัท ฟิลิปส์ฯ จะจัดขึ้น เพื่อสร้างแบรนด์และกระตุ้นยอดขายให้มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น กิจกรรมดังกล่าว คือ การเข้าร่วมงาน Thailand’s LED Expo 2014 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 พ.ค.นี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายในงานจะมีการแสดงและจำหน่ายสินค้าจำนวน 4 โซน ประกอบด้วยโซน Phillips Color Kinatic จะเป้นการแสดงโคมไฟสำหรับใช้ภายนอกอาคาร

ขณะที่โซน Phillips Industrial solution จะเป็นการนำเสนอนวัตกรรมส่องสว่างแอลอีดี ประหยัดพลังงาน ส่วนโซน Phillips LED Number 5 จะเป็นการแสดงอุปกรณ์ส่องสว่างที่ได้รับมาตรฐานประหยัดไฟเบอร์ 5 และโซน Phillips Disney Range จะเป็นการแสดงผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีส่องสว่างผ่านคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนจากเทพนิยายของดิสนีย์

หลังจากจบการจัดงานดังกล่าว นอกจากจะสร้างแบรนด์ให้ผู้บริโภครู้จักนวัตกรรมกลุ่มสินค้าอุปกรณ์แสงสว่างมากขึ้น และมียอดขายเป็นที่น่าพอใจแล้ว บริษัทยังคาดว่าจะมีกลุ่มลูกค้าองค์กรให้ความสนใจเจรจาธุรกิจไม่ต่ำกว่า 10 ราย เนื่องจากลูกค้าจะได้เห็นและได้สัมผัสกับสินค้าที่นำไปร่วมแสดง

ทั้งนี้ ในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือประมาณปี 2560 บริษัท ฟิลิปส์ฯ มั่นใจว่า จะสามารถผลักดันให้สัดส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าองค์กรปรับเพิ่มขึ้นมาเป็น 50% เท่ากับกลุ่มลูกค้าทั่วไป จากปัจจุบันกลุ่มลูกค้าองค์กรมีสัดส่วนเพียง 40% เท่านั้น

จากแผนงานที่วางไว้ บริษัท ฟิลิปส์ฯ คาดว่า ถึงสิ้นปีบริษัทจะยังมีรายได้เติบโตตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้ว่าสภาพแวดล้อมทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองจะไม่เอื้อต่อการออกมาทำการตลาดมากเท่าไรนัก ขณะเดียวกันการแข่งขันในกลุ่มสินค้าอุปกรณ์แสงสว่างยังมีความรุนแรง โดยเฉพาะในเรื่องของราคาขาย ปีนี้คาดว่าจะปรับราคาลงมาอีกไม่ต่ำกว่า 20%

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI