
เป็นห่วง?
ในเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กรุงเนย์ปิดอว์ของพม่าเมื่อวานนี้ นอกเหนือจากประเด็นร้อนแรงเรื่องวิกฤตในทะเลจีนใต้ที่เกิดการปะทะกันระหว่างจีนและเวียดนามแล้ว ก็ยังมีการร้องขอให้สมาคมอาเซียนออกแถลงการณ์ต่อวิกฤตการเมืองในประเทศไทยเสียด้วย
ในเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กรุงเนย์ปิดอว์ของพม่าเมื่อวานนี้ นอกเหนือจากประเด็นร้อนแรงเรื่องวิกฤตในทะเลจีนใต้ที่เกิดการปะทะกันระหว่างจีนและเวียดนามแล้ว ก็ยังมีการร้องขอให้สมาคมอาเซียนออกแถลงการณ์ต่อวิกฤตการเมืองในประเทศไทยเสียด้วย
ผู้ร้องขอนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนครับ คือ ฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา ผู้ดูเหมือนว่าจะใกล้ชิดกับการเมืองไทยเสียเหลือเกิน ซึ่งในแถลงการณ์ของอาเซียนเรียกร้องให้ไทยเปิดการเจรจากัน และเคารพในหลักนิติธรรม และประชาธิปไตย
จะว่าไปแล้ว สถานการณ์การเมืองไทยนั้น อาเซียนสามารถแสดงความเป็นห่วงได้ แต่คงจะไม่ถึงกับต้องออกแถลงการณ์ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในประเทศของไทยอย่างชัดเจน และอาเซียนก็มีธรรมเนียมปฏิบัติอยู่แล้วว่าจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของเพื่อนบ้าน
อีกทั้งสถานการณ์ในเมืองไทยขณะนี้ จะว่ากันตามตรงก็จำกัดวงอยู่ที่การเมืองภายในของไทย ไม่ได้กระทบหรือเป็นความเสี่ยงของภูมิภาคอาเซียนแต่อย่างใด คงมีแต่ฮุนเซนนั่นแหละครับ ที่อาจจะเดือดร้อนบ้าง ถ้าหากฝ่ายที่ฮุนเซนฝักใฝ่จะหมดอำนาจไป นั่นก็แล้วแต่โชควาสนาล่ะครับ
ขนาดกรณีข้อพิพาทที่ยิงกันตู้มต้ามระหว่างไทยกัมพูชา เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ไทยยังยันไว้ได้ว่าเป็นเรื่องปัญหาระดับทวิภาคี ไม่ใช่เรื่องพหุภาคีที่อาเซียนจะเข้ามาจุ้นจ้านได้ง่ายๆ แม้ว่ากัมพูชาจะพยายามดึงอาเซียนเข้ามายุ่งจนใจจะขาดก็ตามที
แน่นอนครับ แม้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองภายในของประเทศเรา ที่อาเซียนไม่ควรจะเข้ามาก้าวก่ายหรือแทรกแซงกิจการภายในของเรา แต่อีกด้านหนึ่ง วิกฤตการเมืองของไทยที่อาจจะรุนแรงขึ้น และนำไปสู่การแปรเปลี่ยนของการเมืองไทยได้ในอนาคตนั้นก็อาจจะเป็นต้นแบบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของบางชาติในภูมิภาคอาเซียนก็เป็นได้
เพราะจะว่าไปแล้ว ภูมิภาคอาเซียนน่าจะเป็นแหล่งรวมของระบอบการปกครองระบบการเมืองที่พิการมากที่สุดในโลกแล้วด้วยซ้ำ
ไม่มีประเทศไหนที่เป็นประชาธิปไตยแท้ๆ ด้วยซ้ำไป หนำซ้ำยังเกิดการละเมิดสิทธิ การกวาดล้างนักการเมืองฝ่ายตรงกันข้าม ไปจนถึงการคอร์รัปชั่นกันในวงกว้างในหลายประเทศ
ผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทย การลุกขึ้นของประชาชนเพื่อความเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าเช่นนี้ น่าจะเป็นสิ่งที่อาเซียนควรนำไปเรียนรู้มากกว่าที่จะมาออกแถลงการณ์เป็นห่วงด้วยซ้ำไป
โดยเฉพาะท่านฮุนเซนนั่นแหละครับ ที่ควรต้องเรียนรู้มากๆ ครับ...!







