
พฤษภาหน้ามืด
เป็นครั้งแรกที่ผมลองโฉบไปที่สะพานสุขตา สถานตากอากาศบางปู ในเดือน พ.ค.
เป็นครั้งแรกที่ผมลองโฉบไปที่สะพานสุขตา สถานตากอากาศบางปู ในเดือน พ.ค. แล้วพบว่านกนางนวลธรรมดา (Brownheaded Gull) ยังพอหลงเหลืออยู่บ้าง แม้ส่วนใหญ่จะบินกลับบ้านเกิดเมืองนอนไปแล้ว
ที่ผิดคาดก็คือ นกนางนวลที่ผลัดชุดขนผสมพันธุ์ กลับมีจำนวนน้อยยิ่งไปใหญ่ ทั้งที่ก่อนมา ผมเดาว่าหากยังมีนกนางนวลเหลืออยู่ ก็น่าจะโชว์ขนผสมพันธุ์สวยๆ กันแทบทุกตัว
ชุดขนที่ว่าก็คือการเปลี่ยนสีใบหน้าจากขาวจืด กลายเป็นสีน้ำตาล (ดูตามรูป ไม่ต้องบรรยายมาก) ประกาศต่อเพศตรงข้ามว่าพร้อมแล้วจะมีคู่
ส่วนสาเหตุที่ผมถ่อมาบางปู ในเดือนที่แทบไม่มีนักดูนกคนไหนมากันแล้ว เพราะเกิดคันไม้คันมือ อยากซ้อมการถ่ายรูปนกบิน และทดลองสูตรต่างๆ ที่อ่านมาจากโปรช่างภาพนกเมืองนอก
เรื่องของเรื่อง เพราะผมกำลังจะมีทริปใหญ่ประจำปี ไปดูนกที่ป่าใต้สุดของไทย “ฮาลาบาลา” และฝันไว้มากที่จะได้รูปแหล่มๆ ของนกเงือกสารพัดชนิดที่นั่น ขณะกำลังบินกลางดงดิบแถบเส้นศูนย์สูตร อะไรจะเหมาะกับการเป็นเป้าบินที่ฉวัดเฉวียน และวนไปวนมาให้ซ้อมซ้ำๆ เท่านกนางนวล
หากเปรียบการถ่ายรูปนกบินเป็นเกมกอล์ฟละก็ บางปูกับนกนางนวล ก็คือสนามไดรฟ์กอล์ฟดีๆ นี่เอง แหะๆ
เชื่อว่าคนมากมายไม่รู้ นกนางนวลที่บางปูนั้น ชาติกำเนิดมันไม่ใช่นกทะเลอย่างที่เห็น หากแต่เป็นนกน้ำจืดแห่งเทือกเขาสูงซะงั้น
อาณาจักรทำรังวางไข่ จะเป็นเกาะกลางทะเลสาบใหญ่ที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลมาก แถวเอเชียกลางตอนใต้ ทางตะวันตกจรดเตอร์กิสถาน ส่วนทางตะวันออกจรดจีน มองโกเลีย ทิเบต
พอหน้าหนาว บ้านมันหนาวยะเยือก ก็บินอพยพมา “พักร้อน” ตามแนวชายฝั่งทะเลอบอุ่นแถวเอเชียอาคเนย์ยันอินเดีย ไลฟ์สไตล์คล้ายๆ พวกฝรั่งยุโรป หนีหนาวมาตากอากาศชายทะเลเมืองไทยนั่นแล
แต่พวกที่มาเที่ยวบางปู คงจะสุขใจกว่าชายทะเลไหนๆ เพราะแถวนี้มี “กากหมู” ให้กินเป็นตัน







