
วิธีหยุดโจรผู้บ้าเลือด
ได้ยินว่า พระองคุลิมาลเถระ ท่านเป็นหนึ่งในพระพุทธสาวก 80 องค์
ได้ยินว่า พระองคุลิมาลเถระ ท่านเป็นหนึ่งในพระพุทธสาวก 80 องค์ ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านเคยได้ยินได้ฟังประวัติของท่านบ้างไหม ผมเชื่อว่าหลายท่านรู้เรื่องราวของพระเถระท่านนี้เป็นอย่างดี
ผมว่าประวัติของท่านให้แง่คิดแก่คนเราเยอะ โดยเฉพาะคนที่ทำความชั่ว หรือหลงผิด เป็นอุทาหรณ์สอนใจได้ดีมาก
ทุกครั้งได้ยินได้ฟังเรื่องของท่านจะชวนให้คิดเสมอนะว่า ไม่น่าเชื่อเลยคนชั่วกักขฬะขนาดท่าน ประหัตประหารทำลายล้างชีวิตคนไปหลายร้อย แต่สุดท้าย “รู้จักกลับตัวกลับใจ” เป็นคนดี
รู้ๆ กันอยู่ สมัยท่านเป็นฆราวาส แผ่นดินโกลาหลลุกเป็นไฟ ประชาชนพากันหวาดกลัวท่านในนาม “มหาโจรองคุลิมาล” ต้องอพยพบ้านเรือนไปอยู่ในเมืองใหญ่กันหมด ไม่งั้นจะต้องถูกฆ่า
ความโหดร้ายของท่านประชาชนรับรู้เป็นอย่างดี บ้าเลือด ฆ่าไม่เลือกแม้แม่ของตัวเองก็ยังจะฆ่า
ทางบ้านเมืองต้องออกประกาศใช้กำลังทหารเข้าปราบปราม จับตัวมาลงโทษตามกฎหมาย หรือถ้าต้องปลิดชีพก็ต้องทำหากจำเป็น
ในช่วงที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองกำลังไล่ล่าหาตัวท่านนั้น พระพุทธเจ้าก็ตามหาตัวท่านเช่นกัน แต่พระพุทธองค์ไม่ได้ตามหาอย่างนั้น เพราะทรงรู้ดีว่าองคุลิมาลนั้นอยู่ไหน
ทางบ้านเมืองก็จะปราบ พระพุทธเจ้าเอง ก็จะปราบเหมือนกัน เรียกว่ามีความต้องการแบบเดียวกัน คือปราบท่านให้หมดพยศจะได้ไปสร้างกรรมชั่วฆ่าคนอีกต่อไป
แน่นอนวิธีของทหารหรือเจ้าหน้าที่ไม่พ้นต้องใช้กำลัง หรือใช้อาวุธ ถ้าจำเป็นต้องทำซึ่งต่างจากวิธีของพระพุทธเจ้าสิ้นเชิง ไม่มีอาวุธใดๆ ทั้งสิ้นไปแต่ตัว
และวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปปราบโจรองคุลิมาลนั้นเป็นวันเดียวกับที่มารดาของโจรเดินทางไปแจ้งข่าวให้โจรลูกชายทราบว่าทางการกำลังส่งกองกำลังมาล่าตัว
พระพุทธเจ้าทรงล่วงรู้เหตุการณ์ข้างหน้า จึงเสด็จไปขวางโจรองคุลิมาลก่อนที่จะฆ่าแม่ของตัวเอง ครั้นพอองคุลิมาลเห็นพระพุทธเจ้าก็วิ่งไล่กวดทันที ด้วยหวังจะฆ่าและตัดเอานิ้วมือไปทำพิธีทางไสยศาสตร์
ในมือของเขาถือดาบเปรอะเปื้อนเลือด วิ่งตามพระพุทธเจ้าอย่างกระชั้นชิด แต่อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้ระยะที่จะลงดาบสักที ทั้งที่ตัวเขาวิ่งพระพุทธเจ้าทรงพระดำเนินปกติ
เชื่อไหมว่าการที่องคุลิมาลวิ่งไล่ตามพระพุทธเจ้า ในตำนานกล่าวไว้ว่า มีระยะทางไกลถึง 48 กิโลเมตร หรือ 3 โยชน์ เลยทีเดียว มาราธอนจริงๆ
วิ่งตามขนาดนี้และพยายามรักษาระยะด้วย ไม่เหนื่อยก็ให้รู้ไป พอหมดแรง จอมโจรเห็นท่าจะสู้ไม่ไหว จึงตะโกนออกไปว่า พระ! หยุดก่อน! พระ!หยุดก่อน!
“เราหยุดแล้ว แต่เธอน่ะยังไม่หยุด” พระพุทธเจ้าตรัสตอบ
พระพุทธดำรัสตอบ ทำให้องคุลิมาลเดือดเลยตะโกนไปว่า พระโกหก เดินอยู่แท้ๆ ยังไม่หยุด ปากยังบอกว่าหยุดอีก โกหกหน้าด้านๆ
พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า พระไม่ได้โกหกหรอก พระน่ะหยุดทำบาปแล้ว เธอสิเมื่อไหร่จะหยุดเสียที
สิ้นพระพุทธดำรัสตอบนั้น องคุลิมาลทิ้งดาบลงทันที พร้อมปลดพวงมาลัยนิ้วมือคนที่คล้องคอเหม็นตลบอยู่นั้นทิ้งเสีย ฝ่ายพระพุทธองค์ทรงรู้แล้วว่าองคุลิมาลนั้นเริ่มกลับใจ จึงทรงรออยู่และทรงแสดงธรรมจนกระทั่งได้ประทานการอุปสมบทให้ในที่สุด
จะเห็นว่าสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงใช้กับองคุลิมาลคือ ทรงทำให้เขาหมดแรงก่อนด้วยการใช้ฤทธิ์ให้เขาวิ่งตามไม่ทัน เพราะทรงเห็นว่าองคุลิมาลเป็นพวกบ้าเลือดถือว่าตัวมีกำลังเหนือคนอื่น ถ้าหมดกำลังหมดเมื่อไหร่ก็คงจะหมดฤทธิ์เดชเมื่อนั้น
อีกอย่างการที่องคุลิมาลต้องเป็นโจรฆ่าคนมากมายนั้น เพราะอยากได้ของดีจากอาจารย์ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าแต่ก่อนเป็นคนดี เรียนหนังสือเก่งกว่าศิษย์คนอื่นจนเพื่อนๆ อิจฉาพากันหาทางยุยงอาจารย์ว่าองคุลิมาลเป็นชู้กับเมียอาจารย์ ฝ่ายอาจารย์ก็หูเบาเลยคิดกำจัดและหวังยืมมือคนอื่นฆ่า จึงแกล้งให้องคุลิมาลไปตัดนิ้วคนมาให้ได้ 1,000 นิ้ว จะได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาสุดยอดให้
พระพุทธเจ้าทรงทราบข้อนี้ดีว่าองคุลิมาลเป็นคนตื่นอาจารย์ จึงได้แสดงฤทธิ์ให้เขาเห็นว่าพระองค์นี่แหละคือ ยอดอาจารย์สามารถยืดย่นแผ่นดินได้จนกระทั่งเขาต้องยอมแพ้ในที่สุด
อยากเดินใช่ไหม...เชิญ อยากวิ่งใช่ไหม...เอาสิตามสบาย แหมไม่อยากเชื่อ คนบ้าเลือดเนี่ยอึดมากพระพุทธเจ้าต้องใช้ฤทธิ์ตัดกำลังกันเลย







