
พ้นเก้าอี้แต่คดียังไม่จบ
แม้ว่า ยิ่งลักษณ์ จะกลายเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ใช่ว่าผลพวงจากการกระทำในอดีตจะจบลงตามสถานภาพ หลังจากนี้ “ยิ่งลักษณ์” ยังต้องเผชิญกับมรสุมอีกหลากระลอก
แม้ว่า ยิ่งลักษณ์ จะกลายเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ใช่ว่าผลพวงจากการกระทำในอดีตจะจบลงตามสถานภาพ หลังจากนี้ “ยิ่งลักษณ์” ยังต้องเผชิญกับมรสุมอีกหลากระลอก
เริ่มตั้งแต่การพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คดีรับ “จำนำข้าว” ซึ่งอาจจะลงมติได้ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ ซึ่งหากมีมติชี้มูลความผิดตามขั้นตอนแล้ว ป.ป.ช. จะส่งเรื่องให้วุฒิสภาดำเนินการถอดถอน
ขณะเดียวกันหาก ป.ป.ช. เห็นว่า “ยิ่งลักษณ์” ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของรัฐบาลและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ไม่พยายามยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าว เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ก็จะส่งรายงานไปให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองดำเนินคดีต่อไป
อีกหนึ่งความรับผิดชอบอันแสนสาหัสที่ติดตัว “ยิ่งลักษณ์” คือ กรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงก่อนจะถึงวันวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเพียง 1 วัน เรียกร้องให้ “ยิ่งลักษณ์” รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดจากการจัดการเลือกตั้งล้มเหลวในวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา มูลค่า 3,885 ล้านบาท
ทั้งนี้ สตง.เห็นว่าการดำเนินการดังกล่าว เป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วยเหตุผลและก่อให้เกิดความเสียหาย ย่อมเข้าข่ายเป็นการกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยให้เหตุผลว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งได้แจ้งให้ “ยิ่งลักษณ์” เลื่อนเลือกตั้งแล้ว แต่กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลง







