
บุรีรัมย์แล้งชาวนาหนีปลูกแตงไทยรอฝน
บุรีรัมย์-ชาวนาหันไปปลูกพืชอายุสั้นใช้น้ำน้อยรอฝนแทนหลังประสบภาวะภัยแล้งนาน
บุรีรัมย์-ชาวนาหันไปปลูกพืชอายุสั้นใช้น้ำน้อยรอฝนแทนหลังประสบภาวะภัยแล้งนาน
สถานการณ์ภัยแล้งจ.บุรีรัมย์ ยังวิกฤตหลายพื้นที่ไม่มีฝนตก ทำให้แหล่งน้ำลำคลองต่างๆ มีสภาพตื้นเขินแห้งขอด เกษตรกรหลายหมู่บ้านในเขตอ.เมืองบุรีรัมย์จึงยังไม่ไถหว่านข้าวเพราะเกรงจะได้รับความเสียหาย แต่ได้หันมาปลูกพืชอายุสั้นที่ใช้น้ำน้อย อาทิ แตงไทย แตงโม แตงกวา หรือพืชอายุสั้นชนิดอื่นที่สามารถเก็บผลผลิตได้ภายใน 1 – 2 เดือนแทน เพื่อรอให้ฝนตกลงมาเพียงพอที่จะทำการเพาะปลูกข้าวซึ่งเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก
อีกทั้ง เพื่อเป็นการเก็บผลผลิตขายหารายได้ไว้เป็นค่าจ้างรถไถและซื้อปัจจัยการผลิต สำหรับลงทำนาในฤดูกาลนี้ เนื่องจากเกษตรกรหลายรายไม่มีทุนในการทำนา เพราะยังไม่ได้รับเงินในโครงการรับจำนำข้าวปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามยังมีเกษตรกรหลายรายที่ยอมเสี่ยงไถหว่านข้าวเพื่อรอฝนที่คาดว่าจะตกลงมาในช่วงนี้ จากข้อมูลพบว่าในพื้นที่จ.บุรีรัมย์ ส่วนใหญ่จะทำนาหว่านมากกว่านาดำเพราะส่วนใหญ่จะเป็นนาดอนไม่มีน้ำเพียงพอในการทำนาดำ
นางรุ่งอรุณ ศรีสุวรรณ เกษตรกรบ้านหนองไผ่น้อย ต.ชุมเห็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า จากภาวะฝนที่ตกล่าช้าจึงได้ตัดสินใจปรับพื้นที่นา หันมาปลูกแตงไทยซึ่งเป็นพืชอายุสั้นและใช้น้ำน้อย เพื่อรอให้ฝนตกลงมาเพียงพอจึงจะทำการเพาะปลูกข้าว
อีกทั้งต้องการจะหารายได้เป็นทุนสำหรับซื้อปัจจัยการผลิตในการลงทุนทำนา เพราะเนื่องจากพึ่งได้รับเงินจำนำข้าวเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา แต่ก็ต้องนำไปชำระหนี้สิน ธกส. และหนี้นอกระบบที่กู้ยืมมาใช้จ่ายในครอบครัว ช่วงที่รัฐบาลจ่ายเงินจำนำข้าวล่าช้า ทั้งยังระบุอีกว่าได้ประสบปัญหาภัยแล้งต่อเนื่องมาหลายปี ทำให้ได้ผลผลิตไม่เต็มที่เท่าที่ควรบางปีต้องขาดทุน จึงได้เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาการจ่ายเงินจำนำข้าวให้เร็วกว่านี้ และให้ราคาข้าวอยู่ที่กิโลกรัมละ 20บาท เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวนาด้วย







