
องค์กรสื่อฯรณรงค์หยุดวาทกรรมความขัดแย้ง
องค์กรสื่อจัดงานวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ปี 57 เรียกร้องทุกฝ่ายเคารพเสรีภาพสื่อฯ พร้อม รณรงค์หยุดวาทกรรมความขัดแย้ง
องค์กรสื่อจัดงานวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ปี 57 เรียกร้องทุกฝ่ายเคารพเสรีภาพสื่อฯ พร้อม รณรงค์หยุดวาทกรรมความขัดแย้ง
วันที่ 2 พ.ค. ที่อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถ.สามเสน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จัดงานวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ตามที่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ประกาศให้วันที่ 3 พ.ค.ของทุกปีเป็น “วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก” เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสื่อ ความปลอดภัยของสื่อและหลักนิติธรรม และความอยู่รอดและเกียรติภูมิของสื่อ ภายในงาน 2สมาคมสื่อได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ เรียกร้องสื่อมวลชน คู่ขัดแย้งในสังคม และประชาชนร่วมกันตระหนักถึงการส่งต่อข้อความ หรือการเผยแพร่ภาพที่จะนำไปสู่การ “สร้างความเกลียดชัง ความรุนแรง และเพิ่มความขัดแย้ง” โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อบุคคลและสังคมโดยรวม ด้วยการงดเว้นการนำเสนอและผลิตซ้ำ ด้วยการใช้ภาษา ข้อความ หรือภาพข่าวที่นำไปสู่ความเกลียดชัง ซึ่งจะก่อให้เกิดความรุนแรงที่จะตามมา
รวมทั้งใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารด้วยการกลั่นกรองอย่างรอบด้าน และระมัดระวังในการเผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูลที่จะนำไปสู่ความเกลียดชังและความขัดแย้งในวงกว้าง ตลอดจนเรียกร้องให้ภาครัฐ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และองค์กรวิชาชีพสื่อ ดำเนินการตามบทบาทหน้าที่ โดยไม่เลือกปฏิบัติในการเฝ้าระวังและกำกับดูแลสื่อทุกประเภท ให้อยู่ภายใต้กรอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพและบทบัญญัติของกฎหมาย
ต่อมาเวลา 10.15น. มีการจัดเสวนา “เสรีภาพ...บนความรับผิดชอบ – หยุดวาทกรรมความขัดแย้ง”โดยมีนักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชน และสื่อมวลชนจำนวนมากเข้าร่วมงาน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อาทิ นางพิจิตรา สึคาโมโต้ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสุนัย ผาสุก ผู้ประสานที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรต์วอตซ์ประจำประเทศไทย นายพิภพ พานิชภักดิ์ สื่อมวลชนอิสระ นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ โดยส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ปัญหาการใช้วาทกรรมความขัดแย้ง (เฮดสปีด) กำลังเป็นปัญหาหนึ่งของสังคมไทย โดยมีประเด็นความแตกต่างของอุดมการณ์ทางการเมือง ปัญหาอันดับ1 รองลงมาคือประเด็นชาติพันธุ์ เพศสภาพ และศาสนา ตามลำดับ โดยมีทุกฝ่ายในสังคมช่วยกันโยนฟืนราดน้ำมันความขัดแย้งเอาไว้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของสื่อมวลชนทุกแขนงจะต้องช่วยกันกลั่นกรอง ไม่นำเสนอข้อมูลที่เป็นตัวกระตุ้นสร้างความขัดแย้งเกลียดชังบานปลาย
ทั้งนี้ นางพิจิตรา สึคาโมโต้ กล่าวว่า วาทกรรมความขัดแย้ง จะมีวิวัฒนาการไปตามบริบททางสังคม แม้ในปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีฟรีมากมายเปิดช่องให้คนทั่วไปสามารถผลิตสื่อเองได้การพูดเป็นสื่อพลเมืองมากขึ้น แต่สังคมไทยก็ยังต้องการผู้ประกอบการสื่อมวลชนตัวจริงเพื่อบอกว่าสังคมเราไม่ต้องการวาทกรรมความขัดแย้ง สังคมไหนใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลสังคมนั้นไม่มีทางเป็นประชาธิปไตย ถ้าสังคมไหนเป็นสังคมที่มีวาทกรรมความขัดแย้งเกิดขึ้น มีเนื้อหาทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ นั่นหมายถึงเรากำลังใช้เสรีภาพตามอุดมการณ์ประชาธิปไตยทำลายสังคมประชาธิปไตย







