
"ปึ้ง"ยัน"ปู"ไม่จำเป็นต้องเว้นวรรคตาม"มาร์ค"
“สุรพงษ์” เชื่อ “อภิสิทธิ์” ขาดคุณสมบัติลงส.ส. อยู่แล้วจึงประกาศเสียสละ มั่นใจ ปชป.จะลงเลือกตั้ง เตรียมทำหนังสือเตือนรัฐวิสาหกิจร่วมม็อบกปปส.ผิดกม.
“สุรพงษ์” เชื่อ “อภิสิทธิ์” ขาดคุณสมบัติลงส.ส. อยู่แล้วจึงประกาศเสียสละ มั่นใจ ปชป.จะลงเลือกตั้ง เตรียมทำหนังสือเตือนรัฐวิสาหกิจร่วมม็อบกปปส.ผิดกม.
เวลา 09.30 น.วันที่ 2 พ.ค. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศอ.รส. กล่าวถึงการเตรียมเปิดเผยข้อเสนอเพื่อหาทางออกให้กับประเทศของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยประกาศด้วยว่าจะไม่ลงเลือกตั้งหากข้อเสนอได้รับการยอมรับ ว่า คนทั่วไปจะเข้าใจว่า เป็นการเสียสละโดยไม่ต้องการผลประโยชน์จากการเรียกร้องครั้งนี้ แต่ตนคิดว่านายอภิสิทธิ์ มีปัญหาส่วนตัวหลายประการด้วยกัน อย่างแรกคือคุณสมบัติในการสมัครส.ส. ซึ่งมีปัญหาแน่นอน เนื่องจากถูกร้องเรียนกรณีถูกปลดจากการเป็นทหาร และอีกประการหนึ่งคือการต่อสู้คดีสลายการชุมนุมปี 2553 โดยนายอภสิทธิ์ ต้องพูดให้สังคมเข้าใจอย่างชัดเจน แต่ต้องขอบคุณนายอภิสิทธิ์ ที่พยายามหาทางออกให้กับประเทศ อย่างไรก็ตามรัฐบาลพร้อมจะรับฟังข้อเสนอจากนายอภิสิทธิ์ อยู่แล้ว ถ้าเป็นข้อเสนอที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ จะถือว่าเป็นทางออกที่ดี โดยรัฐบาลหวังว่าจะได้เห็นข้อเสนอที่ดี
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องจัดการเลือกตั้ง ตามที่กกต.เสนอ ในวันที่ 20 ก.ค. โดยสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือการออกพ.ร.ฎ.ในการเลือกตั้งใหม่ ถ้าสามารถนำมาพิจารณาในที่ประชุมครม.ในวันที่ 6 พ.ค.ได้ และเสนอทูลเกล้าฯ ก็จะดำเนินการทัน ซึ่งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ระบุว่าจะสามารถดำเนินการรับสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อได้ ในวันที่ 25 พ.ค. ตนเกรงว่าถ้ากกต.ร่างพ.ร.ฎ. ได้ล่าช้าจะไม่ทัน จึงเป็นห่วงตรงนี้
“การที่กกต.จะประกาศกำหนดเวลา อย่างนั้นอย่างนี้ ต้องให้เกิดความชัดเจนก่อนค่อยประกาศ และวันนี้ประชาชนยังไม่เข้าใจ เพราะร่างพ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่จะต้องร่างโดยกกต.เพื่อส่งมาให้ครม. โดยวันในที่จะประชุมครม.นายกฯ จึงได้ให้คณะกรรมการกฤษฎี ไปร่วมร่างพ.ร.ฎ. ด้วยกันจะได้ไม่เสียเวลา เพื่อให้ทันต่อกำหนดระยะเวลา” นายสุรพงษ์ กล่าว
นายสุรพงษ์ กล่าวถึงกรณีการประสานงานร่วมกับกกต.ในการดูแลการเลือกตั้ง ว่า เราจะตั้งคณะทำงาน และเสนอข้อมูลให้กับกกต. เพื่อประสานงานร่วมกันในการดูแลการเลือกตั้งให้เรียบร้อย วันนี้ฝ่ายความมั่นคงจะไม่ทำงานไม่ได้ ฝ่ายตำรวจ ทหาร และมหาดไทย เราจะตั้งทีมพิเศษขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษในพื้นที่ที่มีปัญหา
“ถ้าผบ.เหล่าทัพ สนับสนุนดูแลการเลือกตั้งเชื่อว่าการเลือกตั้งจำเสร็จได้ด้วยดี เพราะกปปส.เกรงใจทหาร โดยการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเราไม่ได้มีการวางแผนแต่ตอนนี้เรารู้ปัญหาแล้ว ส่วนพื้นที่ภาคใต้ที่มีปัญหานั้นก็มีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ว่าจะให้มีการดำเนินการในค่ายทหาร” นายสุรพงษ์ กล่าว
นอกจากนี้สิ่งที่เราเป็นห่วงคือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เดินทางไปที่รัฐวิสาหกิจต่างๆ เราเกรงว่าถ้ามีความวุ่นวายด้วยการตัดน้ำตัดไฟ จะทำอย่างไร โดยในที่ประชุมศอ.รส.วานนี้(1พ.ค.)ตนได้ขอให้กองทัพ ดูว่าจะมีทหารช่างช่วยปฏิบัติหน้าที่แทน กรณีพนักงานรัฐวิสาหกิจไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ หรือไปร่วมชุมนุม โดยฝ่ายทหารได้ขอไปทบทวนรายละเอียดก่อน นอกจากนี้ศอ.รส.จะมีหนังสือแจ้งไปถึงหน่วยงานรัฐวิสหากิจต่างๆ ว่า การเข้าร่วมกับกลุ่มกปปส.ที่มีความผิดชัดเจน และมีหมายจับ เราเกรงว่าจะมีพนักงานรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งการไปเข้าร่วมก็จะถือว่ามีความผิดแน่นอน ทั้งทางวินัย และทางกฎหมาย
สื่อข่าวถามว่าเชื่อว่าสุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์ จะลงเลือกตั้งหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า จากที่ติดตาม ตนเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะลงเลือกตั้ง ตนเคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์มาจึงอ่านใจได้พอสมควร โดยเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่หนีการเลือกตั้งแล้ว เพราะถ้าหนีอีกครั้ง สังคมจะรับไม่ได้กับพรรคการเมืองที่เก่าแก่ และประกาศว่าเป็นพรรคการเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้จากการที่นายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่ามีส่วนร่วมในการก่อเกิดความวุ่นวาย ก็เหมือนโจรกลับใจ เป็นสิ่งที่ดีจะได้มาลงเลือกตั้งกัน
เมื่อถามว่าหากนายอภิสิทธิ์ ประกาศชัดเจนว่าไม่ลงเลือกตั้ง หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ลงเลือกตั้งเช่นกัน จะทำให้บรรยากาศเข้าสู่การปฏิรูปได้ชัดขึ้นหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ไม่ใช่การที่ว่านายอภิสิทธิ์ ประกาศแล้วนายกฯ ก็ประกาศตาม ต้องดูด้วยเหตุด้วยผล และข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ก่อน สิ่งใดที่เป็นทางออกที่ดี เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยทุกคนพร้อมที่จะหาทางออกที่ดีที่สุด เพราะวันนี้ประเทศเสียหายมาเยอะ โดยตนต้องรีบดำเนินการสร้างความเชื่อมั่น โดยหลังจากมีการประกาศวันเลือกตั้งเรียบร้อย ตนจะออกเดินสายสร้างความเชื่อมั่นแก่ต่างชาติ และในวันที่ 11 พ.ค.นี้ นายกฯ จะเดินทางไปร่วมประชุมอาเซียน ซัมมิท ที่ประเทศเมียนมาร์อย่างแน่นอน เพื่อไปชี้แจงว่าประเทศยังอยู่ในระบอบประชาธิปไตย







