posttoday
ปลัดยุติธรรมผุดแนวคิดคู่ขัดแย้งเว้นวรรค1ปีเพื่อปฏิรูป

ปลัดยุติธรรมผุดแนวคิดคู่ขัดแย้งเว้นวรรค1ปีเพื่อปฏิรูป

30 เมษายน 2557

เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปเสนอเลือกตั้งเฉพาะกิจ1ปี ชี้เลือกตั้งบนความขัดแย้งไม่ได้อะไร

เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปเสนอเลือกตั้งเฉพาะกิจ1ปี ชี้เลือกตั้งบนความขัดแย้งไม่ได้อะไร

วันที่ 30 เม.ย. ที่โรงแรมเดอะสุโกศล เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปได้จัดเวทีความคิดเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ครั้งที่ 4 ในหัวข้อ"การปฏิรูปบนวิถีประชาธิปไตย" นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะคณะทำงานเครือข่ายฯ เปิดเผยว่า การปฏิรูปและการเลือกตั้ง จำเป็นต้องเชื่อมโยงกัน มากกว่าทำอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยไม่เห็นความสัมพันธ์ระหว่างกัน ทั้งนี้ หากเลือกตั้งภายใต้ความขัดแย้ง ก็อาจเจอปัญหาที่เคยเจอมาก่อนหน้านี้ เช่น การหาเสียง ไม่สามารถหาเสียงได้ในทุกพื้นที่ หรือ การลงคะแนน ไม่สามารถทำได้ เพราะฉะนั้น จึงต้องแก้ปัญหาพื้นฐานก่อนว่าจะคุยกันเรื่องอะไร ให้ตกลงกันได้ทุกฝ่าย

“ถ้าคุยเรื่องความขัดแย้งในอดีต ก็อาจจะคุยกันไม่ได้ แต่ท่ามกลางความขัดแย้งที่เห็นต่าง เราเห็นจุดร่วมที่ตรงกันคือการปฏิรูป ว่าจะเดินหน้าอย่างไรให้มีระบบประชาธิปไตยที่มั่นคง และมีกระบวนการยุติธรรมที่ดี ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างการมีส่วนร่วม ทั้งนี้ ทุกคนต้องการประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ทำอย่างไรให้หลักนิติธรรมเป็นที่ต้องการของทุกฝ่าย หรือเรื่องประชานิยมที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ให้ทำ แต่คำถามก็คือเราดูแลคนยากจนดีแค่ไหน ในที่สุดก็ต้องลดความเหลื่อมล้ำ เรื่องแบบนี้ผมว่าคุยกันได้” ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าว

นายกิตติพงษ์ กล่าวอีกว่า วิกฤตขณะนี้ อย่าดูความขัดแย้งเพียงแค่ผิวเผิน แต่ควรเอาความขัดแย้งมาหาจุดร่วม เพื่อให้ประเทศเคลื่อนต่อไปข้างหน้า ทั้งนี้ อยากเสนอแนวคิดว่า การเลือกตั้งคราวหน้า อาจต้องเปลี่ยนโหมด จากการแข่งขันกันเลือกตั้งตามปกติ ไปสู่การมีรัฐบาลชั่วคราวเพื่อการปฏิรูป เพราะฉะนั้น การหาเสียง หรือ พรรคการเมือง จะต้องไม่เสนอนโยบายปกติ แต่จะเปลี่ยนเป็นการเสนอนโยบายเพื่อการปฏิรูปเท่านั้น โดยความเห็นส่วนตัวคิดว่า อาจให้นักการเมืองที่เป็นคู่ขัดแย้งทั้งหมดเสียสละว่าจะไม่ลงเลือกตั้งในครั้งนี้ เพื่อให้การปฏิรูปสามารถดำเนินการต่อไปโดยไม่มีความขัดแย้ง

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่สำคัญขณะนี้คือผู้ที่ได้เปรียบจากโครงสร้างสังคมปัจจุบันไม่เห็นประโยชน์ของการเปลี่ยนแปลง จึงไม่ต้องการให้เกิดการปฏิรูปขึ้นวันนี้ กระบวนการ กลไกนำไปสู่การปฏิรูปจึงสำคัญที่สุด ซึ่งต้องคิดว่า กระบวนการที่จะล็อกให้เกิดการปฏิรูปอย่างแน่นอนจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ ความขัดแย้งไม่มีวันหายไป แต่คำถามสำคัญหลังจากนี้คือ คนไทยจะอยู่ร่วมกับความขัดแย้งที่มีอยู่อย่างไร

ขณะที่ นางจารุพรรณ กุลดิลก อดีต สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ดีใจที่ได้เห็นความพยายามในการหาทางออกจากวิกฤต คำถามสำคัญของการปฏิรูปครั้งนี้ คือทำอย่างไรให้คนเป็นเจ้าของกติกา หวงแหนกติกา แล้วรักษากติกานั้น ซึ่งเชื่อว่า หากทุกฝ่ายพยายามผลักดัน เชื่อมโยงข้อมูลให้เพียงพอในการตัดสินใจ จะสามารถให้กระบวนการปฏิรูปเดินหน้า และก้าวข้ามความขัดแย้งไปได้

นอกจากนี้ นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ตัวแทนเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป ได้อ่านแถลงการณ์ของเครือข่าย ระบุว่า ว่าวิกฤตการเมืองขณะนี้ได้สร้างความเสียหาย และทำลายศักยภาพ และโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างที่ไม่อาจประเมินได้ โดยสถานการณ์ความขัดแย้งมีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความแตกแยกและการเผชิญหน้าจองประชาชนที่มีความคิดเห็นทางการเมืองต่างกันในวงกว้าง

ทั้งนี้ เครือข่ายได้รับฟังข้อคิดเห็นจากคู่ขัดแย้ง และจากเวทีต่างๆ ทั่วประเทศ มีข้อเสนอแนะได้แก่  1.การปฏิรูปประเทศเพื่อให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเป็นเป้าหมายร่วมกันของคู่ขัดแย้งและประชาชนทุกฝ่าย อีกทั้งประเด็นความต้องการในการปฏิรูปของทุกฝ่ายมีความสอดคล้องกันในหลายๆ ด้าน การปฏิรูปประเทศจึงเป็นโอกาสร่วมกันในการนำพาประเทศออกจากกับดักความขัดแย้ง และสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน

2.พลังทางสังคมที่เกิดจากการที่ทุกภาคส่วนได้ตื่นตัวและต้องการมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของประเทศไทยในครั้งนี้ มีมากพอที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปภายใต้วิถีประชาธิปไตยเพื่อหาทางออกจากความขัดแย้งและเดินหน้าสู่การปฏิรูปประเทศในรูปแบบซึ่งเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

3.ระบอบประชาธิปไตยของไทยยังไม่ได้เดินทางถึงทางตัน แต่ยังสามารถอาศัยกลไกภายใต้ระบอบประชาธิปไตย เพื่อร่วมคิดร่วมทำ ร่วมแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งและเดินหน้าเข้าสู่เส้นทางการปฏิรูปประเทศได้

4.การกำหนดวันเลือกตั้งและกระบวนการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว โดยมิได้มีการเจรจาหาทางออกจากความขัดแย้งร่วมกัน และกำหนดกรอบ กลไก และแนวทางในการปฏิรูปประเทศจนได้ข้อสรุปอันเป็นที่ยอมรับร่วมกันของทุกฝ่ายควบคู่กันไปด้วยนั้น นอกจากจะมิใช่แนวทางแก้ไขปัญหาที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้แล้ว ยังอาจเป็นการสร้างประเด็นปัญหาเพิ่มขึ้นมาในสังคมไทยเหมือนดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายฯ จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดเงื่อนไขข้อเรียกร้องทางการเมือง ถอยกันคนละก้าว และหันมาร่วมคิดร่วมคุยโดยใช้กลไกประชาธิปไตย เพื่อหาทางออกจากวิกฤตการณ์ทางการเมือง ลดความขัดแย้งแตกแยกในสังคม และเร่งสร้างหลักประกันที่มีพันธะผูกพันทางการเมือง เพื่อนำประเทศก้าวสู่การปฏิรูปบนพื้นฐานแห่งประโยชน์ของประเทศและประชาชนส่วนรวมโดยเร็ว

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน