
"สุรชัย"ลั่นพร้อมชิงเก้าอี้ประธานวุฒิฯ
สุรชัย เสียใจ "พีรพันธุ์" ถึงอนิจกรรม ระบุ ถือเป็นสูญเสียครั้งสำคัญ ลั่นพร้อมชิงเก้าอี้ประธานวุฒิฯ ชี้ 36สว.ต้องหยุดทำหน้าที่ หลังปปช.ชี้มูล
สุรชัย เสียใจ "พีรพันธุ์" ถึงอนิจกรรม ระบุ ถือเป็นสูญเสียครั้งสำคัญ ลั่นพร้อมชิงเก้าอี้ประธานวุฒิฯ ชี้ 36สว.ต้องหยุดทำหน้าที่ หลังปปช.ชี้มูล
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา กล่าวแสดงความเสียใจกับการอนิจกรรมของนายพีรพันธุ์ พาลุสุข รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมกับชื่นชมการทำงานของนายพีรพันธุ์ที่ผ่านมาว่า รู้สึกเสียดายที่ต้องสูญเสียนักการเมืองน้ำดีที่มีคุณค่าและได้ทำประโยชน์อย่างมากมายให้กับประเทศไทย
“ท่านพีรพันธุ์ถือเป็นนักการเมืองที่มีคุณค่า มีจุดยืน ทำคุณประโยชน์ให้กับบ้านเมือง จึงรู้สึกเสียดายทื่ต้องสูญเสียบุคคลแบบนี้ไป และในภาวะการเมืองแบบนี้ที่มีปัญหาต่างๆเกิดขึ้นหากท่านยังอยู่ท่านก็จะสามารถแสดงความคิดความเห็นที่เป็นคุณประโยชน์ แต่การสูญเสียอย่างกระทันหันเช่นนี้ก็ไม่รู้จะบรรยายเป็นคำพูดอย่างไรดี”นายสุรชัย กล่าว
นายสุรชัย กล่าวถึงการเลือกตั้งประธานวุฒิสภาว่า การที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา จะเสนอญัตติเพื่อให้เลือกประธานและรองประธานวุฒิในการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญหลังจากพิจารณาวาระการเลือกกรรมการป.ป.ช. และผู้ทรงคุณวุฒิในศาลปกครองเสร็จแล้ว ถือเป็นความคิดเห็นที่สมาชิกท่านหนึ่งจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่ในที่สุดต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมว่าจะเห็นเช่นไร ซึ่งส่วนตัวไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีสิทธิ์พิจารณาได้หรือไม่ เพราะจะเป็นการชี้นำ
เมื่อถามว่านายไพบูลย์ระบุว่าจะเสนอชื่อนายสุรชัยเข้าชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา นายสุรชัย กล่าวว่า ส่วนตัวถ้าได้รับความไว้วางใจในการเสนอชื่อ ก็พร้อมที่จะแข่งขันตามกติกาและข้อบังคับที่กำหนดไว้
“ใครก็ตามที่มาเป็นวุฒิสภาจะต้องมีความเป็นกลาง เป็นอิสระ ไม่ถูกครอบงำจากฝ่ายการเมือง และต้องเป็นผู้ที่สร้างความเป็นเอกภาพ เป็นปึกแผ่นให้สถาบันวุฒิสภา เพราะปัจจุบันสังคมคาดหวังกับสถาบันวุฒิสภาอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นสถาบันนิติบัญญัติเดียวที่ยังเหลืออยู่ ดังนั้นใครที่เข้ามาเป็นต้องมีหลักมีเกณฑ์ทำให้วุฒิสภาให้เป็นสภาของผู้ใหญ่” นายสุรชัย กล่าว
เมื่อถามว่าหากได้รับตำแหน่งประธานวุฒิสภาจริงจะสามารถรับมือต่อแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองต่างๆได้หรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า ตนเองมีความพร้อม ขนาดปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภาก็ยังมีแรงบีบมาทุกทาง ถ้าตนได้รับความไว้วางใจจริงถึงตอนนั้นก็ต้องทนให้ได้
นายสุรชัย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามป.ป.ช.ชี้มูลความผิดสว. 36 คนจากกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของสว. ว่า ส.ว.ทั้ง 36 คนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าวุฒิสภาจะมีมติไม่ถอดถอน ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนด
นายสุรชัย กล่าวว่า ขณะเดียวกันแต่ตอนนี้มีประเด็นที่ต้องพิจารณาคือการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสว.เลือกตั้งปัจจุบันที่กำลังสิ้นสุดสมาชิกภาพ ซึ่งยังมีความคิดเห็นสวนทางกันอยู่ 2 มุม คือ 1.สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้วินิจฉัยว่าการสิ้นสุดสมาชิกภาพของ สว.เลือกตั้งชุดเก่าจะนับตั้งแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สว.เลือกตั้งชุดใหม่ครบ 95% แต่ สว.เลือกตั้งเห็นว่าการตีความดังกล่าวไม่ถูก โดยเห็นว่าการสิ้นสุดสมาชิกภาพต่อเมื่อสว.ชุดใหม่ได้ปฎิญาณตน และ 2.การได้รับสิทธิประโยชน์ของสว.เลือกตั้งว่าจะได้รับไปถึงเมื่อใด ซึ่งในเรื่องการเบิกจ่ายดังกล่าวจะต้องยึดตามระเบียบและข้อกำหนดของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้เปิดให้สว.เลือกตั้งชุดใหม่ที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มารายงานตัว โดยมีสว.เข้ามาทยอยรายงานตัวแล้ว 7 ราย ได้แก่1.นายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ สว.ระนอง 2.นางญาณีนาถ เข็มนาค สว.อำนาจเจริญ 3.นายประพาส นวนสำลี สว.หนองบัวลำภู 4.นายสมชาย เหล่าสายเชื้อ สว.อุบลราชธานี 5.น.ส.วิลดา อินฉัตร สว.ศรีสะเกษ 6.นายบัณฑูรย์ เกียรติก้องชูชัย สว.ชัยภูมิ และ 7.พล.อ.อ.สุจินต์ แช่มช้อย สว.สุราษฎร์ธานี







