
พึ่งสว.ตั้งนายกฯม.7
บรรเจิดชี้รธน.เปิดทางตั้งนายกรัฐมนตรีได้อ้างอิงจารีตประเพณีหลัง14ตุลา16
บรรเจิดชี้รธน.เปิดทางตั้งนายกรัฐมนตรีได้อ้างอิงจารีตประเพณีหลัง14ตุลา16
บรรเจิดชี้รัฐธรรมนูญเปิดทางให้วุฒิสภา เสนอแต่งตั้งนายกฯ คนใหม่ได้
นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยในงานเสวนาหัวข้อ “มองอนาคตประเทศไทย หลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ : กรณีความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง จะให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ทันทีเนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้มีสภาวะสุญญากาศ ส่วนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังคงรักษาการต่อไป
“ในที่นี้เมื่อสภาผู้แทนราษฎรพ้นจากตำแหน่งจากการยุบสภา ก็ต้องใช้สมาชิกวุฒิสภาเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่เมื่อได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายกรัฐมนตรีก็จะตั้ง ครม. ทำให้ ครม. รักษาการชุดเดิมก็จะสิ้นสุดลง” นายบรรเจิด กล่าว
ทั้งนี้ กระบวนการสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ มาตรา 172 กำหนดไว้ว่าให้ดำเนินการให้เสร็จภายใน 30 วันหากยึดตามหลักจารีตประเพณี หลังเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี ลาออก รองประธานวุฒิสภา ก็ทูลเกล้าฯ ถวาย เสนอชื่อ นายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกฯ คนใหม่ทันที ซึ่งโดยกระบวนการก็ต้องเชื่อมโยงกับมาตรา 7 ไม่มีกระบวนอื่น
นายบรรเจิด กล่าวว่า กรณีที่ นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม จะเสนอมาตรา 7 เพื่อขอพระบรมราชวินิจฉัย หาก ครม. พ้นทั้งคณะนั้นจะไม่สามารถยื่นได้ หากศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งเพียงคนเดียว ไม่ได้พ้นทั้งคณะ เนื่องจาก ครม. ยังคงรักษาการอยู่
นางนิสดารก์ เวชยานนท์ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือว่ามีอำนาจสูงสุด และผูกพันกับทุกองค์กร ฉะนั้นคำวินิจฉัยครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าจะทำให้เกิดวิกฤต หรือคลี่คลายวิกฤต จึงขอให้ทุกฝ่ายยอมรับคำตัดสินของศาลและยอมรับกระบวนการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
“ถ้าไม่มี ครม. นายกฯ ก็มีปลัดกระทรวง รัฐบาลไม่มีก็เอาปลัดกระทรวงดีๆ ก็ได้ เราเสียโอกาสมานาน ไม่มีใครอยากอยู่ในสภาพนี้เด็ดขาด” นางนิสดารก์ กล่าว







