posttoday
ตั้งทีมโต้ขบวนการล้มเจ้า

ตั้งทีมโต้ขบวนการล้มเจ้า

30 เมษายน 2557

โดย...ทีมข่าวการเมือง

โดย...ทีมข่าวการเมือง

คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ซึ่งมี พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์ สว.สรรหา เป็นประธาน จัดสัมมนาหัวข้อ “การเสริมสร้างความเข้มแข็งในการพิทักษ์สถาบันกษัตริย์” ขึ้น เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายสร้างเครือข่ายสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อตอบโต้และทำลายพฤติกรรมของบุคคลที่บ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์

สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา กล่าวเปิดการสัมมนาตอนหนึ่งว่า เมื่อมีผู้ใดไปละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ พระองค์ท่านไม่อยู่ในฐานะที่ตอบโต้ได้ โดยรัฐธรรมนูญเขียนไว้ให้ประชาชนมีหน้าที่พิทักษ์รักษาความมั่นคงของรัฐและสถาบันกษัตริย์ และเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะพิทักษ์สถาบันกษัตริย์เช่นกัน คำถามคือท่านได้ทำหน้าที่นี้ดีเพียงใด

“ปัจจุบันพบว่ามีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม บางครั้งส่งผลกระทบต่อสถาบันฯ ถึงแม้การกระทำต่างๆ จะมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่สิ่งสำคัญคือต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย” สุรชัย ระบุ

การสัมมนาครั้งปิดลับ แต่ได้แจกเอกสารประกอบการสัมมนาได้รวบรวมความคิดในการจัดตั้งเครือข่ายพิทักษ์สถาบันฯ ไว้อย่างน่าสนใจ

เอกสาร ระบุว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มีนักการเมืองกลุ่มหนึ่งได้ทำการทุจริตอย่างเปิดเผย และได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติงานของ 3 องค์กรหลัก ประกอบด้วย ทหาร ศาล และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรที่นักการเมืองกลุ่มนั้นไม่สามารถใช้เงินซื้อหรือควบคุมได้ เพราะมีความผูกพันยึดโยงกับสถาบันฯ อย่างเหนียวแน่น

นักการเมืองกลุ่มนี้จึงคิดทำลายสถาบันฯ เพื่อจะได้ลดความเชื่อถือของประชาชนและบุคลากรของทั้ง 3 องค์กร ซึ่งหากทำสำเร็จก็จะสามารถครอบครองบงการศาลและตำรวจได้อย่างสะดวก โดยพบว่านักการเมืองกลุ่มนี้หลายสิบคนมีความใกล้ชิดกับผู้ต้องหาหรือนักโทษที่มีการบ่อนทำลายสถาบันฯ อย่างเปิดเผย และมีมวลชนของนักการเมืองคอยให้การสนับสนุน

สำหรับวิธีการบ่อนทำลายสถาบันฯ นักการเมืองกลุ่มนี้เลือกใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นหลักซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพ โดยได้ว่าจ้างกลุ่มคนมาทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำหน้าที่ปล่อยข้อมูลตอบโต้และชุดความคิดใหม่ๆ ในการหมิ่นสถาบันฯ โดยใช้ 4 ประเด็นในการโจมตี ได้แก่ ข้อดีของการไม่มีสถาบัน การลิดรอนเสรีภาพในการวิจารณ์ เรื่องที่สถาบันฯ ส่งผลต่อสังคม และเรื่องส่วนตัวของสถาบันฯ

ในส่วนของความเชื่อมโยงและยุทธศาสตร์ของกลุ่มบุคคลดังกล่าว เริ่มจาก “กลุ่มทุน” สนับสนุนให้ “กลุ่มนักวิชาการนักเขียน” เพื่อจัดทำชุดความคิดก่อนจะนำไปแลกเปลี่ยนกับ “กลุ่มการเมือง” ในขณะเดียวกันชุดความคิดนี้ก็จะถูกส่งต่อไปยัง “มวลชนโจมตีสถาบันฯ” ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนทุนจากกลุ่มทุนเดียวกัน

ขณะที่แนวทางการทำงานของเครือข่ายหมิ่นสถาบันฯ จะใช้ทั้งการพูดปากต่อปาก การเผยแพร่ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ สังคมออนไลน์ และการแอบแฝงในงานสัมมนาวิชาการ โดยมี 4 เป้าหมายหลัก 1.ทำให้คนกล้าวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ เห็นได้จากการสร้างกระแสโดยให้นักคิด นักเขียนรุ่นใหม่วิพากษ์วิจารณ์ 2.รวบรวมให้เป็นกลุ่มเพื่อแสดงออกในที่สาธารณะ เช่น การรวมกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านกฎหมายหมิ่นสถาบันฯ 3.สร้างภาพให้เห็นโทษของสถาบันฯ อย่างกรณีของอากง หรือความร่ำรวยของสถาบันฯ 4.นำความขัดแย้งทางการเมืองมาเป็นประเด็นเพื่อทำให้มวลชนเข้าใจผิดสถาบันฯ ไม่ว่าจะอ้างว่าสถาบันฯ หนุนหลังรัฐบาล หรือ กลุ่ม กปปส.

ทั้งนี้ ปัจจุบันเครือข่ายที่จัดตั้งขึ้นมี “TEAM9” เป็นหน่วยปฏิบัติการ โดยทำหน้าที่ร่วมกิจกรรมกับคณะอนุกรรมาธิการประชาสัมพันธ์ และอนุกรรมาธิการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมกันนี้จะคอยอัพเดทสถานการณ์ให้เครือข่ายทราบ นำข้อมูลที่ได้มาโพสต์ลงในกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยน ทำการโพสต์ข้อมูลอย่างพร้อมเพรียงเพื่อสร้างกระแส ขยายเครือข่าย ทำการคาดคะเนสถานการณ์การโจมตีสถาบันฯ ตามห้วงเวลาต่างๆ รวมถึงสะกดรอยติดตามดูกลุ่มต่อต้าน ทำรายชื่อเป้าหมาย และแจ้งให้ผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายดำเนินการ

พล.อ.เลิศฤทธิ์ กล่าวว่า การจัดงานสัมมนาครั้งนี้เพื่อระดมความคิดเห็นและวางแนวทางหรือมาตรการตอบโต้บุคคลที่มีพฤติการณ์จาบจ้วงล่วงละเมิดเป็นภัยต่อสถาบันฯ โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดนี้การจัดทำรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อเสนอวุฒิสภาพิจารณาต่อไป

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน