
แปลงวัสดุเหลือใช้เป็นแฟชั่น
ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ค้นคว้าหาวัสดุใหม่ที่ดีกว่า อีกด้านหนึ่งเยาวชนรุ่นใหม่ๆ
โดย...พี่กันดั้ม
ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ค้นคว้าหาวัสดุใหม่ที่ดีกว่า อีกด้านหนึ่งเยาวชนรุ่นใหม่ๆ ก็เริ่มมาคิดว่าแล้ววัสดุเหลือใช้ที่เราเห็นว่าไร้ค่าจะสามารถนำกลับมาให้เป็นของมีค่าอะไรได้บ้าง เหมือนเช่นน้องๆ ที่เข้าประกวดในโครงการีโค ยัง ดีไซเนอร์ คอมเพททิชั่น 2013
มร.ริชาร์ด โจนส์ รองประธานบริหาร บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส ผู้จัดงานเท้าความถึงโครงการนี้ว่า เป็นระยะเวลา 5 เดือนเต็มที่คณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกผลงานของน้องๆ ที่ส่งผลงานเข้าประกวด จำนวนกว่า 194 ผลงาน แบ่งเป็น ด้านการออกแบบเสื้อผ้าจำนวน 58 ผลงาน และด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ 136 ผลงาน และได้ทำการคัดเลือกผู้เข้ารอบตัดสินทั้ง 20 ทีมสุดท้าย
ทำให้รู้สึกหนักใจในการตัดสินมาก แต่หลักๆ แล้วผลงานที่จะได้รับรางวัลต้องตอบโจทย์แนวคิด 3 อาร์ (3R) คือ รียูส (Reuse) นำกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อให้เกิดประโยชน์ รีดิวซ์ (Reduce) ลดการใช้ทรัพยากรในการออกแบบ รีไซเคิล (Recycle) นำวัสดุมาแปรรูปและกลับมาใช้ซ้ำ และเป็นชิ้นงานที่ดูแล้วสามารถนำมาใช้งานได้จริง มีเอกลักษณ์โดดเด่น จึงได้รับรางวัลชนะเลิศไปครอง
สุดท้ายผลงานของ อนุชิต บัวทิม นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็นผู้คว้ารางวัลชนะเลิศด้านการออกแบบเสื้อผ้า และผลงานของ ยศวดี ประวัติพร นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คว้ารางวัลชนะเลิศด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ คว้าเงินรางวัล 1 แสนบาท พร้อมโล่เกียรติคุณไปครอง
“แนวคิดในการออกแบบเสื้อผ้าตัวนี้ ตนได้สะท้อนเรื่องราวของการอยู่ร่วมกันของสังคมเมืองกับธรรมชาติ ผ่านโครงชุดที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นสถาปัตยกรรม มีความแข็ง ความเป็นโครง ความโคร่ง โดยได้รับแรงบันดาลใจศิลปะของ พีท มงเดรียน (Piet Mondrian) ศิลปินชื่อดังชาวดัตช์ เนื้อผ้าผสมผสานระหว่างผ้าฝ้ายผสมโพลีเอสเตอร์ เหมือนกับการผสมผสานสิ่งที่เป็นธรรมชาติและสิ่งที่เป็นสังเคราะห์ไปด้วยกัน ตามแนวคิดของการอยู่ร่วมกันระหว่างธรรมชาติและสังคมสมัยใหม่” อนุชิต เล่าถึงแนวคิดในการออกแบบของเขา
ส่วนยศวดี ผู้ชนะด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ พูดถึงแนวความคิดของผลงานที่ได้รับรางวัลว่า เกิดจากการต้องการลดการใช้พลังงาน ลดวัสดุ ลดทรัพยากร ทำอะไรก็ได้ที่ทำน้อยๆ แต่ได้มากจึงลองเลือกนำเสนอเป็นของเล่น เพราะในช่วงชีวิตของคนเราที่เป็นจุดเปลี่ยน จะเริ่มจากในวัยเด็กก่อนอันดับแรก ฉะนั้น การปลูกฝังควรเริ่มจากในวัยเด็ก ซึ่งของเล่นชิ้นนี้จะช่วยปลูกฝังเด็กๆ ในการที่เด็กๆ จะต้องเก็บขวดที่เป็นขยะเพื่อนำมาทำเป็นของเล่น ซึ่งจะทำให้เด็กมีจิตสำนึกที่ดี เห็นถึงคุณค่าในของบางสิ่ง สำหรับรางวัลที่ได้ในวันนี้ เหมือนเป็นการการันตีให้ว่า มีคนเห็นในสิ่งที่ตั้งใจทำและเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นไปพัฒนาทำต่อได้
น้องๆ คนอื่นที่แม้จะไม่ได้รับรางวัลหรือมีโอกาสเข้าประกวด ก็อย่าได้ท้อแท้หรือเก็บความคิดดีๆ ไว้กับตัว เพราะโลกยุคใหม่นี้มีพื้นที่มากพอให้ทุกคนได้แสดงออกในสิ่งที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเวทีในโลกจริง หรือในโลกออนไลน์ ทุกคนรอชื่นชมผลงานดีๆ เสมอ







