
สุเทพลั่น อย่าสะเออะ ขวางมาร์คตัวกลางเจรจา-ปูพร้อมคุย
ขณะนี้ประชาชนต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ดังนั้นไม่ว่าใครก็ตามอย่าบังอาจ
“ขณะนี้ประชาชนต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ดังนั้นไม่ว่าใครก็ตามอย่าบังอาจตั้งตัวเป็นคนกลางมาเจรจา ไม่ว่าจะเป็นคนที่ผมรู้จัก เคยทำงาน หรือสนิทสนมก็อย่ามาสะเออะ
“ขอบอกว่านายสุเทพที่เล่นการเมืองมา 36 ปี ขณะนี้ไม่มีแล้ว วันนี้ผมเป็นเพียงกำนันสุเทพที่เป็นร่างทรงของประชาชนเท่านั้น ดังนั้นผมจึงไม่ฟัง ใครนอกจากประชาชน” เป็นคำปราศรัยของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่บริเวณหน้าสำนักงานบริษัท การบินไทย เมื่อวันที่ 25 เม.ย.
คำกล่าวนี้มีขึ้นภายหลัง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำคณะเข้าหารือกับ กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย ที่อาคารจีพีเอฟ ถนนวิทยุ กทม.
อภิสิทธิ์ออกตัวชัดเจนว่าขออาสาเป็น “ตัวกลาง” ไปเจรจากับบุคคลต่างๆ เพื่อหาทางออกให้ประเทศบนหลักคิดที่ว่าจะต้องมีการปฏิรูปการเมืองไปพร้อมๆ กับจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้น
อภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า การหารือกับเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกของการหาคำตอบให้วิกฤตการเมืองในปัจจุบัน โดยคำตอบ สุดท้ายคือการปฏิรูป
ทั้งนี้ ผลการหารือกับเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย ต่างเห็นตรงกันที่จะเดินหน้าไปสู่ก้าว ต่อไป 3 เรื่องหลัก คือ 1.การแก้ไขปัญหาประเทศ จะต้องผูกกับความสำเร็จเรื่องการปฏิรูป ไม่ใช่ เป็นการแก้วิกฤตเฉพาะหน้า แต่เป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว
2.การหาคำตอบเรื่องปฏิรูปให้เดินหน้าต่อไปได้ต้องก้าวพ้นการถกเถียงว่าจะปฏิรูปก่อนเลือกตั้งหรือเลือกตั้งก่อนปฏิรูป เพราะไม่เช่นนั้นสังคมจะไม่ได้ คำตอบ และในที่สุดการเลือกตั้งจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูป
3.บนหลักคิดการเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูป พบว่ามีวิธีการขั้นตอนกลไกทั้งทางกฎหมายและการเมืองให้ได้คำตอบ ซึ่งมีทางเลือกที่มีความหลากหลายอยู่พอสมควร
“หลังจากนี้จะเดินต่อไปในก้าว 2 และ 3 โดย วันที่ 28 เม.ย. จะไปพบ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมา ประกร ผบ.สส. ซึ่งได้ตอบรับนัดแล้ว เพื่อหารือด้านความมั่นคง จากนั้นวันที่ 29 เม.ย. จะเข้าหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อหารือเรื่องการเลือกตั้ง”
นอกจากนี้ ในช่วงท้ายจะหารือกับสุเทพ และ กปปส. เรื่องมวลชน สุดท้ายจะหารือกับฝ่ายรัฐบาล ทั้งหมดนี้จะยึดถือหลักการสร้างจุดร่วมและขยายแนวร่วม โดยทั้งหมดนี้จะใช้เวลาพูดคุยให้จบภายใน 10 วัน ต้องเห็นผล เพื่อให้ได้ทางออก
“การปฏิรูปมีหลายฝ่าย ต้องนำมาประกอบกัน ต้องแลกเปลี่ยนกัน หากทั้ง กปปส. และรัฐบาลต้องการปฏิรูปก็ไม่ควรปฏิเสธการที่จะเดินไปถึงจุดนั้น ฉะนั้นอย่ามาเกี่ยงเรื่องก่อนหลัง แต่เรามาตั้งโจทย์ ใหม่ดีกว่าไหม คือทำให้เป็นเรื่องเดียวกัน
“ยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่ง่าย ถ้ามันง่าย บ้านเมืองก็คงไม่เดินทางถึงจุดนี้ ทุกคนทราบดีว่า ความตึงเครียด ความรุนแรงยังมีอยู่ ล่าสุดมียิงเอ็ม 79 ความขัดแย้งส่อบานปลาย
“ผมจึงตั้งใจทำงานนี้เพื่อให้ทันสถานการณ์กับกลไกที่มีอยู่ ผมไม่ปฏิเสธว่า ผมก็มีส่วนนำพาบ้านเมืองมาสู่จุดนี้ และผมไม่ได้วิเศษวิโสอะไรมาจากไหน แต่ตั้งใจมาชวนทุกคนให้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหานี้ด้วยกัน” อภิสิทธิ์ ระบุ
สำหรับฝ่ายรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ก็ได้กล่าวสนับสนุน แนวทางที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กำลังดำเนินการ “อย่างน้อยเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราจะได้หันหน้ามาเจรจากัน และสิ่งที่ดีอย่างน้อยในเรื่องจุดร่วม คุณอภิสิทธิ์เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง และเห็นด้วยกับการพูดคุยในกรอบของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากเห็น ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
“สิ่งที่ดีใจอีกเรื่องคือ การใช้กำลังรุนแรง การปฏิวัติรัฐประหารต่างๆ ไม่ใช่คำตอบที่จะทำให้ประเทศสู่สันติภาพได้” ยิ่งลักษณ์ ระบุ
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า พร้อมพูดคุยกับอภิสิทธิ์ เพราะฝ่ายรัฐบาลเปิดกว้างมาตลอด “อยากให้มีการพูดคุยกัน ถ้าทางด้านผู้นำฝ่ายค้านเปิดที่จะมาร่วมหาทางออก ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่เราจะหาทิศทางที่จะเดินไปด้วยกัน และทำอย่างไรให้กลับไปสู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย และภายใต้รัฐธรรมนูญ
“ต้องเรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี อย่างน้อยถ้าเรา ไม่เห็นด้วยกับกรอบๆ หนึ่ง หรือจุดร่วมจุดหนึ่ง และค่อยๆ หันไปหากัน อาจต้องใช้เวลาบ้าง แต่ก็เชื่อว่าเป็นแนวทางที่ดี เพราะดีกว่าต่างคนต่างไม่หันหน้าเข้าหากัน” ยิ่งลักษณ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การเจรจาตามแนวทางที่อภิสิทธิ์ดำเนินการมีขึ้นระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลัง พิจารณาคดีนายกรัฐมนตรีโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งศาลได้ขยายเวลายื่นคำชี้แจงของยิ่งลักษณ์ออกไปอีก 15 วัน และจะครบกำหนดในวันที่ 6 พ.ค.ที่จะถึงนี้
ต้องติดตามว่าศาลจะวินิจฉัยคดีในวันดังกล่าวเลยหรือไม่ หรือจะกำหนดวันตัดสินอีกครั้ง







