posttoday
ผู้ตรวจการแผ่นดินแนะอย่าไหว้นักการเมืองเลว

ผู้ตรวจการแผ่นดินแนะอย่าไหว้นักการเมืองเลว

25 เมษายน 2557

ผู้ตรวจฯจัดเสวนา"นักการเมืองที่ดี ฤาจะมีแต่ในฝัน"พรเพรชขอแรงประชาชนอย่ายกมือไหว้นักการเมืองเลว

ผู้ตรวจฯจัดเสวนา"นักการเมืองที่ดี ฤาจะมีแต่ในฝัน"พรเพรชขอแรงประชาชนอย่ายกมือไหว้นักการเมืองเลว

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จัดเสวนาเรื่อง "นักการเมืองที่ดี ....ฤาจะมีแต่ในฝัน" โดยมีวิทยากรเข้าร่วมการเสวนาในครั้งนี้ประกอบด้วย นายพรเพรช วิชิตชลชัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง นายวันชัย สอนศิริ สว. พล.ท.สมหมาย วงศ์มาก ที่ปรึกษากรรมป้องกันและปราบปรามการทุจริจแห่งชาติ และ นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ กรรมการปฏิรูปกฎหมาย

นายธีรภัทร์ กล่าวว่า นักการเมืองที่เลวทำให้บ้านเมืองเสียหายมาก เพราะการตัดสินใจมีผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ ฉะนั้นจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันและปราบปรามเอาไว้ ที่ผ่านมามีนักการเมืองที่ดีน้อยมาก น่าแปลกที่ว่ายิ่งเป็นประชาธิปไตยมากเท่าใด นักการเมืองยิ่งเลวมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นกลไกขององค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงถูกตั้งขึ้นมาเพื่อตรวจสอบนักการเมือง แต่ตรงนี้กลับตรวจสอบได้น้อยลงเช่นกัน

ทั้งนี้ มีคำพูดว่านักการเมืองเป็นเช่นไรนั้น ดูได้จากประชาชน เพราะการได้นักการเมืองเลวเกิดจากประชาชนขาดขาดความรู้ และจิตสำนึก ปัญหาก็จะไม่จบสิ้น ดังนั้นต้องแก้ปัญหาด้วยการยกระดัยสังคม เช่น ระบบการศึกษา ศาสนา ยกย่องคนดีในสังคม ซึ่งวิธีการนี้ต้องใช้เวลาค่อยๆทำ ในส่วนของการปราบปรามขณะนี้มีอยู่แล้ว แต่ก็ถือเป็นเรื่องของปลายปัญหาแล้ว

นายธีรภัทร์ เสนอว่า อยากให้นำกระทรวงศึกษาธิการ ออกจากระบบคณะรัฐมนตรี เพื่อปรรับเปลี่ยนรูปแบบการศึกษาใหม่ อีกทั้งปรับรูปแบบการศึกษาที่มีสภาจริยธรรม คุณธรรม ก่อนจะลงสมัครรับเลือกตั้งได้ รวมทั้งการปราบปรามการจะต้องมีการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ต้องลงโทษห้ามเล่นการเมืองตลอดชีวิต การตัดสิทธิ์5ปี ไม่นานก็กลับมาใหม่ อีกทั้งต้องมีควสมผิดทางแพ่ง เช่นเรื่องจำนำข้าวถ้าพิสูจน์ได้แล้วว่ามีความสูญเสีย ใครจะต้องรับผิดชอบ ดังนั้นกฎหมายจะต้องมีโทษรุนแรง หรือ ป.ป.ช.ออกกฎหมาย 7ชั่วโคตร ในอนาคตจะบังคับใช้กฎหมาย มาตรา100ให้ครบคลุม ปลัดกระทรวง อธิบดี และหัวหน้าส่วนองค์กร จะอยู่ในสายตาของมาตรานี้ทั้งหมด

นายวันชัย กล่าวว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้หลายคนสิ้นหวังกับนักการเมือง เพราะนักการเมืองบางคนเท่าที่เห็นดูท่าทีแล้วน่าจะเป็นความหวังของประเทศได้ แต่เมื่อสัมผัสการทำงานด้วยกันแล้วกลับไม่ใช่อย่างที่คิด ดังนั้นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในสังคม ไม่ใช่คนทำชั่วมากขึ้น หรือทำดีน้อยลง แต่อยู่ที่แยกแยะไม่ได้ว่าอะไรชั่วอะไรดี ซึ่งตัวที่ทำให้คนเปลี่ยนได้ คือ เงิน อำนาจ บ้านเมืองจึงเลยเถิดมาจนถึงทุกวันนี้ มันเริ่มมาจาก สว.เพียง 6คนเท่านั้นที่อีกไม่นานก็หมดวาระแล้ว แต่รัฐธรรมนูญไม่ให้สมัครรับเลือกตั้งซ้ำ จึงไปคุยกับรัฐบาล ให้แก้รัฐธรรมนูญ เรื่องที่มาของสว. ซึ่งรัฐบาลตอบตกลงแต่มีข้อแม้ว่าต้องสนับสนุนร่างงบประมาณ 2ล้านล้านบาท และเลยเถิดมาถึงเรื่องร่างกฎหมายนิรโทษกรรม

ทั้งนี้ความแตกต่างระหว่างข้าราชการกับนักการเมืองคือ ข้าราชการมีศักดิ์ศรี ทำงานตามกฎหมาย คุณธรรม จริยธรรม แต่มุมพ่อค้านักธุรกิจทำเพื่อตัวเองและครอบครัว หาช่องว่างทางกฎหมาย ทั้งใต้ดิน บนดิน ทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นมุมที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่เมื่อพ่อค้ามีเงินเยอะแล้วยังไม่พอจึงอยากมีศักดิ์ศรีบัาง จึงนำเงินไปสมัคร เป็น นายกฯอบต. อบจ. สส. และ สว. เอาเงินเป็นตัวตั้ง เมื่อมาเป็นนักการเมืองแล้ว แต่จิตวิญญาณยังทำเพื่อเงินและผลกำไร หาช่วงว่างทางกฎหมายหาเงินและอำนาจ

นายวันชัย กล่าวอีกว่า ในประเทศไทยใช้เงิน 2หมื่นล้าน สามารถยึดประเทศได้เหมือนใช้ปืนหรือรถถัง ส่วนตัวเคยมีคนมาชักชวนโดยสัญญาว่าจะให้เงิน 20ล้านบาทถ้ามาอยู่ในพรรคด้วย ดังนั้นจะเห็นว่าพรรคการเมืองใดมีเงินมากจะมีคนรีบเข้าไปหา เป็นการพูดคุยแต่เรื่องของเงินเท่านั้น ใช้เงินยึดอำนาจมีความแนบเนียนยิ่งกว่าการใข้ปืนยึดอำนาจซึ่งตกยุคไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม บางจังหวัด สว.ในพื้นที่ใช้เงินหาเสียงถึง 200ล้านบาท ขึ้นกับขนาดของพื้นที่ ซึ่งถ้านักการเมืองเอาเงินเป็นตัวตั้งแล้วเราจะฝันถึงนักการเมืองที่ดีได้อย่างไร อ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง แต่เอาเงินเปผ้นตัวตั้งจึงไม่ได้เริ่มจากจิตวิญญาณของความบริสุทธิ์ ดังนั้นใครที่ทุจริตการเลือกตั้งไมีเพียงแต่ให้ใบแดงเท่านั้น ตั้งห้ามเล่นการเมืองตลอดชีวิต รวมถึงลูกเมียด้วย จึงขอเสนอให้มีการปฏิรูปนักการเมือง ปฏิรูปการเลือกตั้ง

นายวันชัย กล่าวอีกว่า น่าเสียดายที่เวลาการประชุมสภา มีนักการเมืองเข้ามายกมือลงคะแนนเสียงเพื่อให้เสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งเท่านั้น เป็นนเรื่องขอวธุรกิจ ไม่ใช้การเตรยมความพร้อมในการอภิปรายแสดงความคิดเห็น ถ้ายังปล่อยต่อไปแบบนี้ถือว่าอันตราย เพราะบ้านเมืองจะไม่มีนักการเมืองที่ดี คนไทยทั้งประเทศจะฝันร้าย ดงันนั้นต้องกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ ประเทศไทยแตกเพราะคนแตกความสามัคคี โดยนักการเมืองทะเลาะกันและลากชาวบ้านมาร่วมทะเลาะกันในสภาด้วย แล้วกลายเป็นก๊ก เป็นเหล่าในหมู่บ้าน

นายวันชัย กล่าวว่า มีรัฐมนตรีคนหนึ่ง ขณะนี้ก็ยังเป็นรัฐมนตรีอยู่ ใช้วิธีซื้อนักการเมืองในพื้นที่มาอยู่ในคอกเดียวกันเพื่อไม่ให้ต้องมาแข่งกับตัวเอง เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น

ขณะที่ นายสุขุมพงศ์ กล่าวว่า นักการเมืองสมัยนี้แตกต่างจากนักการเมืองในสมัยก่อนมาก เพราะมีเทคนิคในการซื้อเสียงที่แยบยลมากยิ่งขึ้น ดังนั้นกระบวนการเข้าสู่อำนาจของนักการเมืองมีปัญหาแน่นอน โดยเฉพาะการเมืองระดับท้องถิ่นมีความรุนแรงยิ่งกว่าการเลือกตั้ง สส. ใช้เงินซื้อเสียงอย่างน้อย 2,000บาทต่อคน ถ้าไม่มีการปฏิรูปการเมือง ก็หนีไม่พ้นนักการเมืองที่เข้าไปหาผลประโยชน์ สว.ที่มาจากการสรรหา มีคุณภาพมากกว่าสว.ที่มาจากการเลือกตั้ง แม้ว่าการมาจากการเลือกตั้งนั้นโดยหลักการแล้วถูกต้องแต่ใช้กับประเทศไทยไม่ได้

นายสุขุมพงศ์ กล่าวอีกว่า สภาพัฒนาการเมืองเคยสอบนักการเมืองถึงความเข้าในในการทำหน้าที่ระเบียบวาระพิจารณากฎหมายในสภา การเสนอร่างกฎหมาย ผลปรากฎว่านักการเมืองตกหมด เพราะไม่มีความเข้ามาการทำหน้าที่อย่างแท้จริง

ด้านนายพรเพรช กล่าวว่า ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องทำให้ประเทศมีนักการเมืองที่ดีได้ โดยนักการเมืองของต่างประเทศส่วนใหญ่เวลามีปัญหามักประกาศลาออกทันที นั่นแสดวให้เห็นถึงความมีจริยธนชรรม ซึ่งจริยธรรมเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องรู้อยู่ในสำนึกของตัวเอง การเมืองไทยไม่ควรมีการลักหลับลงคะแนน หรือเสียบบัตรลงคะแนนกัน

ทั้งนี้จะทำอย่างไรที่จะตรวจสอบนักการเมือง เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจจะต้องเพิ่มเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม ว่านักบุคคลที่สมัครรับเลือกตั้งเข้ามามีจริยธรรมในเรื่องใดบ้าง ถ้าไม่ดีควรมีบทลงโทษกับพรรคการเมืองนั้นๆด้วยที่นำนักการเมืองไม่มีคุณภาพเข้ามา ส่วนตัวหวังอยากเห็นการตรวจสอบที่มีคุณภาพจริงๆ

นายพรเพรช กล่าวทิ้งท้ายว่า "อย่าไปยกมือไหว้นักการเมืองที่เลว เพราะตอนนี้ผมก็ทำแบบนั้นอยู่"

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI