
แถลงการณ์ศอ.รส.ฉบับ2เร่งดำเนินคดีสุเทพ-กปปส.
ศอ.รส.ออกแถลงการณ์ฉบับ2 เร่งดำเนินคดี กปปส.ชงอัยการสั่งฟ้องภายใน10 พ.ค. ระบุเป็นความเห็นฝ่ายบริหาร ไม่มีฝ่ายทหารเกี่ยวข้อง
ศอ.รส.ออกแถลงการณ์ฉบับ2 เร่งดำเนินคดี กปปส.ชงอัยการสั่งฟ้องภายใน10 พ.ค. ระบุเป็นความเห็นฝ่ายบริหาร ไม่มีฝ่ายทหารเกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 2 เรื่อง การดำเนินคดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำ กปปส.และแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมชุมนุม โดยยืนยันว่า ทาง ศอ.รส. เป็นหน่วยงานพิเศษที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล โดย ศอ.รส. มีภารกิจสำคัญในการสนธิกำลังทั้งข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ และข้าราชการพลเรือน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต่างๆ เพื่ออำนวยการและปฏิบัติการให้เกิดความเรียบร้อยในทุกๆ มิติ ทั้งในเขตพื้นที่รับผิดชอบ และสังคมในภาพรวม
ตลอดเวลา 37 วันที่ได้มีการจัดตั้ง ศอ.รส. ให้ทำหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการทั้งปวงให้เกิดความสงบเรียบร้อยได้ตลอดมาในระดับหนึ่งนั้น ศอ.รส.ได้ให้ความสำคัญต่อการดำเนินคดีแกนนำผู้จัดการชุมนุมซึ่งมีการกระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องตลอดมา โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำ กปปส. ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นคดีพิเศษ มีการสอบสวนร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ พนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานอัยการของสำนักงานอัยการสูงสุด ในข้อหาฐานความผิดร่วมกันเป็นกบฏ ร่วมกันก่อเหตุความไม่สงบในบ้านเมือง ร่วมกันยุยงให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย ร่วมกันขัดขวางการเลือกตั้ง ร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการ และในฐานความผิดอื่นๆ
ซึ่งศาลอาญาได้ออกหมายจับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกในข้อหาฐานความผิดร่วมกันเป็นกบฏดังกล่าว พร้อมแกนนำอื่นๆ อีกหลายคน ซึ่งขณะนี้มีผู้ต้องหารวมทั้งสิ้นถึง 80 คน อาทิเช่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย, นายชุมพล จุลใส , นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, นายอิสสระ สมชัย, นายวิทยา แก้วภราดัย, นายถาวร เสนเนียม, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์, นางสาวอัญชะลี ไพรีรัก, นายนิติธร ล้ำเหลือ, นายอุทัย ยอดมณี ,นายถวิล เปลี่ยนศรี, พระพุทธะอิสระ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องหาบางคนมีข้อหาฐานความผิดเพิ่มเติมเฉพาะตัวอีกด้วย เช่น นายอิสสระ สมชัย ในข้อหาฐานความผิดพยายามฆ่า เป็นต้น ซึ่งได้มีผู้ต้องหาถูกจับกุมแล้ว 2 คน และเข้ามอบตัวอีกจำนวน 6 คน
บัดนี้ การสอบสวนในคดีพิเศษดังกล่าวได้เสร็จสิ้นแล้ว คณะพนักงานสอบสวนจึงได้มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทุกคนตั้งแต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกที่เป็นแกนนำ กปปส. ตามข้อหาฐานความผิดดังกล่าว โดยกำหนดส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นดังกล่าวไปยังพนักงานอัยการในวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 นี้ ซึ่งคาดว่าพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษจะได้มีคำสั่งทางคดีและฟ้องผู้กระทำผิดได้ภายในวันที่ 10 พฤษภาคม 2557 อันเป็นวันครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายของผู้ต้องหาบางคน โดยหากผู้ต้องหาคนใดที่ยังไม่เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนก็จะได้ขอออกหมายจับหลังจากพนักงานอัยการได้มีคำสั่งควรสั่งฟ้องดังกล่าว
ศอ.รส. จึงเห็นสมควรออกแถลงการณ์เพื่อแจ้งให้พี่น้องประชาชนได้ทราบ ดังต่อไปนี้
1. ศอ.รส. ให้ความสำคัญต่อการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดเป็นสำคัญ เพราะจะเป็นผลให้สถานการณ์ความไม่สงบคลี่คลายไปได้ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา และป้องกันมิให้ประชาชนใช้การแก้แค้นลงโทษกันเอง ซึ่งผลการดำเนินคดีได้คืบหน้าไปตามกฎหมายแล้ว ดังกล่าวมาข้างต้น
2. ศอ.รส. ขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน ได้โปรดเข้าใจว่า การอภิปราย ชักจูง หรือปราศรัยชวนเชื่อ ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวก อยู่ในขณะนี้ เป็นความพยายามของผู้ต้องหาที่มุ่งหวังกระทำการทั้งหลายทั้งปวง เพื่อตัวเองและพวกพ้อง ที่ต้องหาว่ากระทำความผิด และมีหมายจับในฐานร่วมกันเป็นกบฏจากศาล จึงขอให้ทุกท่านใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับแกนนำ กปปส. และไม่หลงเชื่อที่จะมีการชักชวนให้ร่วมเข้าชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 30 เมษายน 2557 นี้
3. การเข้าร่วมชุมนุมกับแกนนำ กปปส. นั้น นอกจากอาจเป็นผู้ร่วมกระทำผิดตามกฎหมายแล้ว ยังอาจได้รับอันตราย ตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องมาด้วย
4. ศอ.รส. ยืนยันว่า จะได้เร่งรัดให้มีการจับกุมดำเนินคดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวก อย่างเร่งรีบต่อไป โดยคำนึงถึงความสูญเสียของเจ้าหน้าที่และประชาชนด้วย เพราะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวก มีการ์ด กปปส. ห้อมล้อมด้วยอาวุธร้ายแรงต่างๆ ดังเป็นที่ทราบกันอยู่
5. ศอ.รส. มิได้มุ่งหมายดำเนินคดีกับแกนนำเฉพาะ กปปส. เท่านั้น แต่ได้กำชับให้มีการดำเนินคดีกับแกนนำผู้กระทำผิดในทุกๆ กลุ่ม ที่ได้กระทำผิดขึ้นในบ้านเมืองในพื้นที่รับผิดชอบของ ศอ.รส.
ศอ.รส. จึงเห็นสมควรแถลงการณ์มาเพื่อพี่น้องประชาชนได้รับทราบ อนึ่ง แถลงการณ์ฉบับนี้เป็นความเห็นของฝ่ายบริหาร ศอ.รส. โดยมิได้ขอให้ฝ่ายทหารร่วมแถลง หรือแสดงความเห็นด้วย







