
การลำดับประเด็นปฏิรูปประเทศไทย
งานวิจัยเมื่อครั้งปี 2549 ของทีดีอาร์ไอ หรือสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ฉบับหนึ่งที่ผมหยิบมาอ่านใหม่ด้วยความสนใจในท่ามกลางกระแสเรียกร้องการปฏิรูป ทำให้อดไม่ได้ที่จะนำสาระบางส่วนของงานวิจัยที่มีชื่อว่า “การจัดลำดับความสำคัญของปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” มานำเสนอแบบย่อๆ อีกสักครั้ง
งานวิจัยเมื่อครั้งปี 2549 ของทีดีอาร์ไอ หรือสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ฉบับหนึ่งที่ผมหยิบมาอ่านใหม่ด้วยความสนใจในท่ามกลางกระแสเรียกร้องการปฏิรูป ทำให้อดไม่ได้ที่จะนำสาระบางส่วนของงานวิจัยที่มีชื่อว่า “การจัดลำดับความสำคัญของปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” มานำเสนอแบบย่อๆ อีกสักครั้ง
ในฐานะสมาชิกอีกคนของ “เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป” หรือ www.rnnthailand.com ซึ่งประชุมกันสม่ำเสมอตลอดจนเดินสายจัดเวทีระดมความรู้ ความคิดจากชาวบ้าน ปราชญ์ชุมชน นักคิด นักวิชาการ แม้แต่กับนักการเมือง เพื่อช่วยกันออกแบบระบบปฏิรูปประเทศไทย ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเลือกตั้ง เพราะยังไงเมืองไทยก็ต้องปฏิรูป ผมว่างานวิจัยชิ้นนี้เข้าท่า...
ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นฝ่ายวิชาการสำคัญของเครือข่าย ยกอุปมาประสบการณ์ร่วมทำปฏิรูปในหลากโอกาสหลายประเด็นเอาไว้น่าฟังว่า
“คล้ายๆ ว่าเวลามีใครจะเริ่มทำงานเรื่องปฏิรูปจนได้พลังขึ้นมาสักที คนในสังคมที่รับรู้ก็จะฝากประเด็นมาให้ช่วยรับไปปฏิรูปให้เพิ่ม... เรื่องนั้นก็ดี...เรื่องนี้ก็สำคัญ... ถ้าไม่รับมาก็น้อยใจหาว่าไม่ช่วย พอรับมา งานก็พองโต ปัญหาจึงอุ้ยอ้าย ท้ายที่สุดคณะทำงานปฏิรูปก็จะแบกไว้ไม่ไหว...เวลาหมด...หรือไม่ก็หมดแรง”
“เสมือนพอมีราวตากผ้าขึงขึ้นมา ทุกคนก็รีบฉวยเอาผ้าเปียกหมักหมมมาสะบัดสักหน่อย แล้วเอามาแขวนกันใหญ่ สักพักลวดก็ค่อยๆ หย่อนท้องช้างลง เท่านั้นยังไม่หนำใจ อีกพวกก็ต่อลวดไปผูกกับต้นไม้อีกด้าน แล้วแขวนผ้าใหม่เพิ่มเติม เสาราวตากผ้าเลยโงนเงนเอียงไปจากที่ตั้งเดิม...บางพวกขี้เกียจเอาลวดมาผูกต่อ เอาไม้ไผ่มาพาดกับลวดที่เขาขึงไว้ซะงั้น แล้วเอาผ้าตัวเองมาตาก ราวตากที่ตั้งไว้แต่แรกก็ยิ่งหย่อนลงไปที่พื้น จนผ้าจะเปื้อนเสียอีก”
เห็นภาพดีไหม?...สรุปคือ ปฏิรูปเรื่องอะไรก็ตาม ขืนรับไว้มากประเด็นเกินไป โอกาสล้มทั้งราว เพราะหนักหรือปฏิรูปแล้วเละก็จะตามมาได้โดยง่าย
งานวิจัยของทีดีอาร์ไอที่ผมเอ่ยข้างต้น ช่วยจัดลำดับความสำคัญปัญหาเก่าของไทยด้วยวิธีการพัฒนาเครื่องมือใหม่ๆ มาเสนอในการจัดวางนโยบายสาธารณะ วิธีนี้ไม่ได้ตัดสินว่าอะไรสำคัญหรือไม่สำคัญนะครับ แต่เดี๋ยวนี้เรื่องไหนมีความสำคัญมากหรือน้อยด้วยความรู้สึกของราชการหรือผู้มีอำนาจโดดๆ มันไม่พอเพียงเสียแล้วกับสังคมที่ตื่นรู้ตื่นตัวขนาดนี้
งานวิจัยนี้ถูกเสนอจากฐานข้อมูลอย่างน้อยสองฐานเทียบเคียงกัน
วิธีแรกคือ ประเมินมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในส่วนที่กำลังเกิดปัญหา (เอาเฉพาะส่วนหลักๆ) เช่น คำนวณมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากมลพิษทางอากาศ หรือคำนวณต้นทุนการกำจัดขยะ แล้วเอามาเรียงลำดับมูลค่าความเสียหายจากมากกว่าไปหาน้อยกว่า
วิธีที่สอง คือ ไปสำรวจทัศนคติประชาชน 2,500 ตัวอย่างทั่วประเทศ ว่าพวกเขาเรียงลำดับความสำคัญของปัญหาและประเด็นเกี่ยวกับทรัพยากรและมลพิษต่างๆ รอบตัวเขาอย่างไร
ผลออกมาเป็นดังนี้
ถ้าเรียงตามมูลค่าความเสียหาย จะได้อันดับแรกซึ่งเสียหายสูงสุด คือ ทรัพยากรป่าไม้ รองลงมาคือ ทรัพยากรดินและการใช้ที่ดิน ที่สามคือ ทรัพยากรน้ำที่สี่คือ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ส่วนที่ห้าเป็นมลพิษทางอากาศ และต่อไปเรื่อยๆ อีกจนครบ 12 ลำดับปัญหา เช่น มลพิษของเสียอันตรายจากชุมชน มลพิษจากขยะ ทรัพยากรแร่ ทรัพยากรพลังงาน และมลพิษทางเสียง เป็นต้น
แต่ถ้าเรียงจากทัศนคติของประชาชน จะได้ปัญหาอันดับแรกเป็นเรื่องทรัพยากรน้ำ...รองลงมาคือ ทรัพยากรป่าไม้...ทรัพยากรพลังงาน...มลพิษจากขยะ...มลพิษทางน้ำ...ทรัพยากรดินและการใช้ที่ดิน...แล้วเรียงไปจนครบ 12 รายการเช่นกัน
น่าสังเกตว่า...ค่าเฉลี่ยที่ได้ เมื่อนำทั้งทัศนคติของชาวบ้านทั่วไปรวมเข้ากับการถอดมูลค่าความเสียหายของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น มีผลการจัดลำดับ 5 อย่างแรกที่เห็นกันว่าเร่งด่วนรุนแรงค่อนข้างคล้ายกัน นั่นคือ ทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรดินและการใช้ที่ดิน มลพิษจากขยะ และมลพิษทางอากาศ
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นงานสำรวจเมื่อ 2549 ห่างมาหลายปีพอควรอยู่...
ปฏิรูปประเทศไทย...ยังไงก็ต้องมีเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นหนึ่งแน่
และผมก็ขอเดาว่า...ประเด็นกฎหมายพรรคการเมืองและรัฐธรรมนูญ ก็น่าจะอยู่ในสิ่งที่จะปฏิรูป และกติกาการเข้าสู่อำนาจรัฐไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้ง หรือสรรหาทางอื่นใดก็คงอยู่ในลำดับความสำคัญต้นๆ เช่นกัน เรื่องการแก้ไขปัญหาจากวัฒนธรรมคอร์รัปชั่น ตลอดถึงการกระจายอำนาจออกจากความกระจุกตัวของส่วนกลางก็ด้วย...กระบวนการยุติธรรมนี่ก็ใช่...
เอ๊ะ...คุณผู้อ่านคิดว่าลวดราวตากผ้าปฏิรูปจะเริ่มหย่อนหรือยังครับ?
แต่ก็อีกแหละ...เรามีเสื้อผ้าเค็มหมกไว้เยอะเหลือเกิน... ไหนจะปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูประบบสวัสดิการ ปฏิรูประบบการศึกษา ปฏิรูปสื่อ และปฏิรูปจิปาถะ จนเอ่ยไปได้อีกเยอะแยะ







