
แล้ง...ร้อน เครียดเสี่ยงตายพุ่ง
“ใบจาก” ที่นำมาเย็บติดกันเพื่อใช้มุงหลังคาเรียกว่า “ตับ”
โดย...ทีมข่าวในประเทศ
“ใบจาก” ที่นำมาเย็บติดกันเพื่อใช้มุงหลังคาเรียกว่า “ตับ” เมื่อตับถูกความร้อนเป็นเวลานานก็จะโก่งตัวขึ้น แล้วเกิดเสียงดังเปรี๊ยะเรียกว่า “ตับแตก” ...นี่คือ “ร้อนตับแตก” ตามความหมายในอดีต
เมื่อ 2 ปีก่อน ช่วงเดือน เม.ย. มีรายงานการตายของกระบือใน จ.ชุมพร ด้วยทนต่อความร้อนไม่ไหว สำแดงอาการดิ้นทุรนทุรายก่อนล้มลง พบว่าอวัยวะภายในทะลักออกมาทางทวารหนัก หนึ่งในนั้นคือ “ตับ”
แม้จะไม่มีการยืนยันว่าตับของกระบือ “แตก” หรือเพียงแค่ “แลบ” ออกมา แต่คนจำนวนมากก็เชื่อว่านี่คือความหมายของ “ร้อนตับแตก” ในปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 21-22 เม.ย.ที่ผ่านมา ความร้อนระดับทะลุ 40 องศาเซลเซียส ยังคงแผดเผาไปทั่วทุกสารทิศ มีถึง 6 ชีวิตถูกสังเวยโดยพร้อมเพรียงชนิด ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็น จ.สุโขทัย น่าน เพชรบูรณ์ ประจวบคีรีขันธ์ อ่างทอง และปทุมธานี
ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 เม.ย. มีผู้เสียชีวิติเพิ่มอีก 2 ราย ที่ จ.ร้อยเอ็ด และ จ.เชียงราย รวมทั้งหมดเสียชีวิตจากโรคลมแดด หรือฮีตสโตรก แล้ว 8 ชีวิต
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศไว้ว่า ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันที่ 23 เม.ย. ไปจนถึง 12.00 น. ของวันที่ 24 เม.ย.นี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ปริมณฑล และทั่วทุกภูมิภาค มีอากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส
แน่นอนว่าสภาพอากาศอันร้อนระอุอุณหภูมิ พลุ่งพล่านนำมาซึ่งภัยสุขภาพที่น่าหวั่นเกรง อากาศร้อนจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ 4 ระดับ ตั้งแต่ผิวหนังไหม้ ตะคริว อาการเพลียแดด แต่ที่รุนแรงที่สุดคือ โรคลมแดด หรือโรคฮีตสโตรก
เพชฌฆาตซ่อนรูปชนิดนี้จะมาเมื่อร่างกายอยู่ใน สิ่งแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงและได้รับความร้อนมาก เกินไป จะทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติของสมอง ในส่วนการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมอง
สัญญาณของโรคฮีตสโตรก คือไม่มีเหงื่อออก แม้จะอากาศร้อน หน้าแดง ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกกระหายน้ำมาก วิงเวียน ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน เกร็งกล้ามเนื้อ ชัก มึนงง สับสน รูม่านตาขยาย ความรู้สึกตัวลดน้อยลง อาจหมดสติ หัวใจเต้นเร็วแต่แผ่วเบา
ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี...มีโอกาสตายได้
ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข ย้อนหลัง 5 ปี พบ ผู้ป่วยจากสภาพอากาศร้อนถึง 81 ราย
สำหรับวิธีการป้องกันที่ง่ายที่สุด คือ การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ โดยผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งหรือ ผู้ที่ออกกำลังกาย ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 2 ลิตร ต่อวัน ส่วนผู้ที่ทำงานในที่ร่มควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 68 แก้ว
ผู้ที่ดื่มน้ำไม่เพียงพอร่างกายจะไม่สามารถปรับตัวให้สู้กับอากาศร้อนได้ เนื่องจากน้ำจะเป็นตัวควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ คือ 37 องศาเซลเซียส
ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดต้องหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดเพราะสภาวะอากาศร้อนอบอ้าวจะทำให้แอลกอฮอล์ถูกดูดซึมผ่านเข้าสู่กระแสโลหิตได้เร็ว และจะเพิ่มแรงดันโลหิตให้สูงขึ้นกว่าช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นหรือในช่วงที่มีอากาศปกติ ส่งผลให้ผู้ดื่มสุ่มเสี่ยงภาวะช็อกได้
นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข บอกว่า อากาศร้อนนอกจากจะส่งผลกระทบต่อฮีตสโตรกแล้วยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจด้วย ที่เห็นได้ชัดคือทำให้หงุดหงิดง่ายขึ้น ทนต่อความเครียดน้อยลง เครียดง่ายกว่าปกติ และอาจตัดสินใจโดยไม่ยั้งคิด ทำให้เกิดการกระทบกระทั่ง ทะเลาะเบาะแว้ง และใช้ความรุนแรง ผู้ที่มีประวัติการใช้ความรุนแรง จึงต้องให้ความระวังเป็นพิเศษ แต่อากาศร้อนไม่ได้มีผลต่อจำนวนการเจ็บป่วยทางจิต แต่เป็นตัวกระตุ้นหรือเพิ่มความเครียดให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ช่วงหน้าร้อนนี้ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยขอรับบริการเนื่องจากอากาศร้อนโดยตรง ส่วนใหญ่เป็นปัญหาความเครียด แต่ที่พบคือช่วงอากาศร้อนคือ เดือน ก.พ.เม.ย. มีผู้ขอรับบริการปรึกษาปัญหาความเครียดและวิตกกังวล ผ่านสายด่วน 1323 เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ปี 2557 พบ 3,859 ราย เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวจากปี 2556 ซึ่งมี 1,690 ราย ส่วนมากความเครียดมาจากปัญหาครอบครัว การทำงาน และความรัก ซึ่งถ้าหากไม่มีวิธีจัดการกับความเครียดที่ดี เมื่อเจออากาศร้อนย่อมเพิ่มความเครียดให้สูงขึ้นได้







