
บุรีรัมย์ตั้งกก.สอบครูเพิ่มอีก 2 คน
บุรีรัมย์- สพม.เขต 32 และ สพป.เขต 4 ตั้งกรรมการสอบครูเพิ่มอีก 2 คนเพื่อหาข้อมูลหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบครูหรือไม่
บุรีรัมย์- สพม.เขต 32 และ สพป.เขต 4 ตั้งกรรมการสอบครูเพิ่มอีก 2 คนเพื่อหาข้อมูลหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบครูหรือไม่
นายกิตติ บุญเชิด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 32 จ.บุรีรัมย์ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่มีชื่อนายพิทักษ์ ศุภเลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองไทร ต.ลุมปุ๊ก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เข้าสอบแข่งขันบรรจุครูผู้ช่วยที่สนามสอบจ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา จนเป็นข่าวแพร่สะพัดและสร้างความประหลาดใจให้กับหลายคนนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการลงพื้นที่สนามสอบ จ.สมุทรสาคร เพื่อหาข้อมูลหลักฐานของทางคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงที่ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 ได้แต่งตั้งขึ้น
ล่าสุดกลับพบมีชื่อของนายชุมพล ศุภเลิศ ซึ่งเป็นข้าราชการครู อยู่ที่โรงเรียนเมืองแฝกพิทยาคม ต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ และนายธนกฤต ศุภเลิศ ที่เป็นข้าราชการครู อยู่โรงเรียนบ้านหนองกระทุ่ม ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 มีชื่อเข้าสอบแข่งขันบรรจุครูผู้ช่วยที่จ.นนทบุรี และทั้งสองยังเป็นญาติพี่น้องกับนายพิทักษ์ ผู้อำนวยโรงเรียนบ้านหนองไทรด้วยกรณีดังกล่าวทางเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 และเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 ในฐานะต้นสังกัดก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงครูทั้ง 2 คนแล้ว เพื่อหาข้อมูลหลักฐานทั้งที่สนามสอบจ.นนทบุรี รวมถึงโรงเรียนและภูมิลำเนาว่าทั้งสองมีพฤติกรรมเชื่อมโยงที่ส่อไปทางทุจริตหรือไม่
นอกจากนี้จะเรียกตัวมาสอบถามถึงเหตุผลที่ไปสอบและได้ขออนุญาตจากต้นสังกัดตามระเบียบหรือไม่ โดยจะมีการสอบสวนอย่างละเอียด และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและคาดว่าจะผลการสอบสวนข้อเท็จจริงจะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้เพราะเรื่องดังกล่าวอยู่ในความสนใจของสังคม
ทั้งนี้หากพบมีการกระทำทุจริตจริงก็จะต้องลงโทษทั้งทางวินัย และกฎหมายผอ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 ยังระบุอีกว่ากรณีที่มีกระแสข่าวเรียกรับเงิน 2 แสนเพื่อแลกกับการสอบบรรจุครูผู้ช่วยด้วยว่าขณะนี้ได้มอบหมายให้นิติกรประจำเขตฯ ประสานความร่วมมือกับ ผู้อำนวยการโรงเรียนและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ อ.สตึก ที่มีรายงานว่ามีการเรียกรับเงินเพื่อทำการสืบสวนสอบสวนในเชิงลึก ทั้งในพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชนเพื่อสาวหาตัวกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพที่หลอกลวงเรียกรับเงินตามที่ได้รับรายงานซึ่งจากการลงพื้นที่ในเบื้องต้นก็ยังไม่พบเบาะแสของแก๊งดังกล่าว แต่หากพบมีการหลอกเรียกรับเงินกับผู้เข้าสอบจริงก็จะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น







