posttoday
คลังนัดถกภาษีรีดเลือดปู

คลังนัดถกภาษีรีดเลือดปู

22 เมษายน 2557

‘โต้ง’นัดสรรพากรศุลกากรสรรพสามิตเบ่งจัดเก็บรายได้ให้เข้าเป้า23เม.ย.นี้

‘โต้ง’นัดสรรพากรศุลกากรสรรพสามิตเบ่งจัดเก็บรายได้ให้เข้าเป้า23เม.ย.นี้

กิตติรัตน์นัดกรมภาษีถกด่วน เร่งรีดรายได้ให้เข้าเป้า หลังนายกฯ ห่วงรัฐกระเป๋าแฟบ

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เรียกประชุมหน่วยงานจัดเก็บรายได้ทั้งหมดในวันที่ 23 เม.ย.นี้ ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร เพื่อประเมินภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของปีงบประมาณ 2557

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความเป็นห่วงเรื่องแนวโน้มการจัดเก็บรายได้ของรัฐที่ลดลง กระทรวงการคลังจึงเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บรายได้มาหารือเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บให้มากขึ้น

“เรื่องของสรรพากรผมเน้น 3 เรื่อง คือ เร่งรัดการจัดเก็บรายได้และให้เร่งจ่ายเงินภาษีคืนให้เร็ว เพราะถ้าได้เงินคืนเร็วก็จะมีเงินไปใช้ได้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ และเน้นเรื่องทุจริต ส่วนเรื่องรายได้สรรพากรที่ลดลงเพราะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าลดลง คงไปบังคับให้ผู้ประกอบการนำเข้าเพิ่มไม่ได้ แต่ถ้าทำตามที่เน้นใน 3 เรื่องนี้ เชื่อว่าการจัดเก็บได้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายรังสรรค์ กล่าว

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า คาดว่าการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณนี้มีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 5 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายที่ 2.27 ล้านล้านบาท เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองที่ไม่ปกติ

นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า กรมได้เข้มงวดและตรวจสอบการภาษีธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการชุมนุมทางการเมืองต่างๆ ที่มีมาต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค ธุรกิจด้านอาหาร น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ต้องมีการตรวจสอบว่าธุรกิจดังกล่าว และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องมีการเสียภาษีสอดคล้องกับแนวโน้มธุรกิจหรือไม่

สำหรับการตรวจสอบการเสียภาษีมีกลุ่มบุคคลและกลุ่มบริษัท ที่กรมสรรพากรกำลังตรวจสอบและจับตาดูเป็นพิเศษนั้นมีอยู่ระดับ 100 ราย ซึ่งการตรวจสอบช่วงนี้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น จึงยังบอกไม่ได้ว่าบริษัทที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบนั้นหลีกเลี่ยงภาษีหรือไม่

นอกจากนี้ในที่ประชุม ครม.ศก. มีการหารือเรื่องการการส่งออกในช่วง 3 เดือนแรก แต่ยังไม่กังวลมากเพราะพบว่ายังขยายตัวได้สูงกว่าเป้าหมาย ส่วนเรื่องการลงทุน เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีการเร่งรัดเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ โดยจะเสนอเรื่องให้คณะกรรมการเลือกตั้งหรือ กกต. พิจารณา เพราะเชื่อว่าเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่ไม่มีผลผูกผันต่อรัฐบาลหน้า หากสามารถจัดตั้งคระกรรมการบีโอไอได้ ก็จะเริ่มอนุมัติโครงการที่เสนอคำขอเข้ามาลงทุนได้ต่อไป

ด้าน นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตในปีงบประมาณนี้ จะต่ำกว่าเป้าหมายราว 5% หรือประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายรวมที่ 4.63 แสนล้านบาท เป็นผลมาจากมาตรการลดภาษีสรรพสามิตดีเซลอย่างต่อเนื่อง ทำให้กรมสูญเสียรายได้เดือนละ 9,000 ล้านบาท

ขณะที่ นายราฆพ ศรีศุภอรรถ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 1.2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 18.64%ทั้งนี้เป็นผลมาจากการนำเข้าสินค้าที่ลดลง จากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อ โดยอาจส่งผลให้การจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2557 ทำได้เพียง 1.06 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1.31 แสนล้านบาท

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า คาดว่าการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณนี้มีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 5 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายที่ 2.27 ล้านล้านบาท เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองที่ไม่ปกติ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI