
"สุเทพ"ไปกฟผ.ชวนร่วมชุมนุมใหญ่
สุเทพ นำมวลชน กปปส. เคลื่อนไป กฟผ. บางกรวย ชวนชุมนุมใหญ่ร่วมมวลมหาประชาชน
สุเทพ นำมวลชน กปปส. เคลื่อนไป กฟผ. บางกรวย ชวนชุมนุมใหญ่ร่วมมวลมหาประชาชน
วันที่ 22 เม.ย. เวลา 10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และแกนนำกปปส. อาทิ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายชุมพล จุลใส นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย พร้อมด้วยนายคมสัน ทองศิริ เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ได้นำมวลชนจากเวทีสวนลุมพินีจำนวนหนึ่ง พร้อมทั้งมีมวลชนจาก (สรส.)เคลื่อนขบวนโดยใช้รถยนต์ จากด่านพระรามสี่ เคลื่อนขบวนไปบนทางด่วน ก่อนจะลงที่ด่านรัชดาภิเษก จากนั้นเคลื่อนขบวนไปตามถนนรัชดาภิเษก เข้าถนนวงศ์สว่าง ขึ้นสะพานพระรามเจ็ด ไปยังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อดำเนินกิจกรรมพบปะพนักงานรัฐวิสาหกิจเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการต่อสู้ แลกเปลี่ยนเรื่องการปฏิรูป ซึ่งถือเป็นวันที่สี่
กระทั่งเวลา 10.45 น. นายสุเทพ พร้อมด้วยมวลชนเดินทางมาถึง กฟผ.โดยมีนายธนา พุฒรังสี รองผู้ว่าการ กฟผ.และผู้บริหาร กฟผ.และพนักงานกฟผ.ออกมามอบดอกไม้ให้กำลังใจและมอบเงินสนันสนุนการชุมนุมอย่างคึกคัก พร้อมกันนั้นยังมีป้ายข้อความว่า "ชาวกฟผ.ยินดีต้อนรับมวลมหาประชาชน พร้อมเข้าร่วมต่อสู้เพื่อประเทศไทยของเรา" โดยนายสุเทพและแกนนำได้สักการะหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ภายใน กฟผ. ก่อนที่จะเข้าหารือกับผู้บริหาร กฟผ.
จากนั้นนายสุเทพ เดินต่อไปยังหอประชุมประชาสัมพันธ์2 กฟผ. ที่มีการจัดห้องประชุมและพื้นที่ไว้ต้อนรับ โดยระหว่างทางมีพนักงานกฟผ. ที่นัดกันสวมใส่เสื้อยืดคอปกสีน้ำเงินมายืนรอให้การต้อนรับ โบกธงชาติ เป่านกหวีด รวมทั้งถือป้ายให้กำลังใจ กปปส.และนายสุเทพ พร้อมกับมีการนำธนบัตรใบละ 100,20บาท เย็บติดกันเป็นทางยาวหลายๆ ช่วงมอบให้กับนายสุเทพ ทำให้บรรยากาศภายใน กฟผ. คึกคักอย่างมาก นอกจากนี้ กฟผ. ได้เตรียมอาหารบริการกับผู้ชุมนุม อาทิ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวไข่เจียว กระเพาะปลา รวมทั้งขนมหวาน อาอทิ ลูกตาลแป๊ะก๊วยลอยแก้ว ข้าวต้มมัด ผลไม้ ซึ่งผู้ชุมนุมก็ได้รับไปรับประทานและแยกย้ายกันนั่งพักผ่อนตามใต้ร่มไม้
กระทั่งเวลา 11.30น. นายสุเทพ เดินถึงห้องประชุมโดยมีนายประภาส วิชากูล รองผู้ว่าการกิจการสังคม และนายสืบพงศ์ บูรณศิรินทร์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ บริหารทรัพยากรบุคคล ให้การต้อนรับ ซึ่งนายสุเทพ ชี้แจงต่อผู้บริหาร กฟผ.ว่า วัตถุประสงค์การเดินทางมาเพื่อมาเชิญท่านไปร่วมมือกับมวลมหาประชาชนไล่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกไปเพื่อปฏิรูปประเทศไทยให้แผ่นดินสูงขึ้น ซึ่งคนไทยประจักษ์ชัดเจนแล้วว่าระบอบบทักษิณทำความอันตรายต่อประเทศไทยรุนแรงที่สุด และเชื่อว่าคนกฟผ. เจอกับตัวเอง แต่มีหลายภาคส่วนที่สู้แล้วไม่ชนะ ระบอบทักษิณ ไม่ใช่นักประชาธิปไตย แอบอ้างเข้ามาใช้เงินเงินทุนมหาศาล ทั้งซื้อทั้งโกง ไม่มีใครคำนวณได้ว่าวันนี้เขาโกงประเทศไทยได้กี่แสนล้านบาทแล้ว ซึ่งการปฏิรูปประเทศไทย ต้องปฏิรูปเรื่องการเมืองก่อนทั้งหมด เพราะประชาชนตระหนักว่าการรเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม เป็นที่มาการให้คนชั่วเข้ามามีอำนาจและปล้นบ้านเมือง เรื่องที่ต้องทำเร็วที่สุดคือระบบพรรคการเมือง และบทลงโทษ และการแก้ไขปัญหาทุจริตคอรัปชัน การกระจายอำนาจการปกกครอง ขณะที่วิธีก็จำเป็นต้องเอารัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ออกไปเนื่องจากยังเป็นตัวแทน นอมินีอาละวาดเล่นงานประเทศไทยอยู่ โดยวิธีทางกฎหมาย
นายสุเทพกล่าวต่อว่า อยากขอว่าการที่เราเสียเปรียบฝ่ายผู้ยึดครองอำนาจเรื่องการเผยแแพร่ข้อมูลข่าวสาร สิ่งที่เราจะทำได้คือการสื่อสารจากประชาชนถึงประชาชน ผ่านสื่ออิเล็คทรอนิกส์หรือสื่อประชาสัมพันธ์ขององค์กร ช่วยนำข้อเท็จจริงสถานการณ์บบ้านเมืองเผยแพร่ใหห้พนักงานได้รับทราบโดยทั่วกัน ซึ่งเชื่อว่าการนัดระดมพลครั้งใหญ่จะมีคนออกมาเป็นล้านๆ คน มั่นใจว่าจะมีจำนวนมาก แต่หากมองฝ่ายผู้ยึดกุมอำนาจก็พยายามยื้อต่อไปทุกอย่างง วิธีตอนนี้ก็คือพยายามผลักดันให้มีเลือกตั้งให้ได้ เพื่ออ้างว่าอยู่เพื่อรอให้เลือกตั้งเสร็จ แต่เรราก็แสดงให้เห็นแล้วว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.เมื่อประชาชนไม่เอาด้วยก็ไม่มีวันสำเร็จ แและครั้งนี้หากกกต. จะจัดการเลือกตั้งประชาชนก็ไม่ยอม เราต้องการปฏิรูปประเทศให้เสร็็จก่อนค่อยไปเลือกตั้ง เป็นจุดหนึ่งที่ต้องสู้กัน และการออกมาครั้งนี้จะเป้นการตัดสินผลแพ้ชนะการต่อสู้ของทรราชกับประชาชนได้แน่นอน เพราะเป็นช่วงเดียวกันกับที่ป.ป.ช.ชี้มูลน.ส.ย่ิงลักษณ์ และศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตนไม่ได้รู้ล่วงหน้าแต่ดูตามเนื้อผ้า และยืนยันว่าไม่ได้ต่อสู้เพื่อให้ทหารปฏิวัติตามที่รัฐบาลพยายามใส่ร้ายเราในขณะนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายสุเทพ ชี้แจงเสร็จ นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภากพแรงงานกฟผ. กล่าวฝากกปปส. 2 เรื่อง คือ กฟผ.มีหน้าที่ดูแลความมั่นคงด้านการไฟฟ้า ซึ่งความเป็นจริงกฟผ.ต้องผลิตไฟฟ้า 40% แต่ขณะนี้ผลิตได้เพียง 30% จึงอยากให้ปฏิรูปในเรื่องดังกล่าว รวมทั้งกรณีไฟฟ้าในภาคใต้ที่ทุกวันนี้ภายังใช้ไฟฟ้าจากภาคกลาง ทำให้ไฟฟ้าไม่เพียงพอ ดังนั้นขอให้นายสุเทพสนับสนันตั้งโรงไฟฟ้าในภาคใต้ด้วย







