
เปิดใจ"หมอเหรียญ"คนจนรักภักดีต้องอดทน
เพิ่งเปิดเพจได้เพียง 5 วัน ยอดไลค์ของ “องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน” ก็พุ่งสูงถึง 1 แสนไลค์เป็นที่เรียบร้อย
โดย...สุภชาติ เล็บนาค, อินทรชัย พาณิชกุล
เพิ่งเปิดเพจได้เพียง 5 วัน ยอดไลค์ของ “องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน” ก็พุ่งสูงถึง 1 แสนไลค์เป็นที่เรียบร้อย
เป็น 1 แสนไลค์ที่อยู่ท่ามกลางดอกไม้และก้อนหิน เพราะมีทั้งคนที่เข้ามาแจ้งเบาะแสการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และมีทั้งกลุ่มที่เข้ามาป่วน จนกลายเป็นแฟนเพจที่ถูกพูดถึงมากที่สุดขณะนี้
โพสต์ทูเดย์ สัมภาษณ์ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้ก่อตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน และผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ผู้ประกาศสถานะตัวเองว่าเป็น “Van Helsing” นักล่าปีศาจในตำนาน ที่พร้อมดำเนินการตาต่อตาฟันต่อฟัน กับทุกคนที่หมิ่นสถาบัน
“เราหัวใจเดียวกันหรือเปล่า ถ้าไม่หัวใจพี่เดียวกันไม่คุยนะเว้ย” คุณหมอเหรียญทองพูดอย่างอารมณ์ดี
หมอเหรียญ เล่าว่า ความคิดตั้ง “องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน” เริ่มต้นจากความทนไม่ไหวที่เห็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีกฎหมายอาญามาตรา 112 ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบกลับทำงานติดตามคดีแบบไฟไหม้ฟาง ทำให้รู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง
ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้หมอเหรียญออกมาลุย คือ เมื่อเห็นคลิปของ ตั้ง อาชีวะ และของ วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ (โกตี๋) รวมถึงได้เห็นการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งคว้าน้ำเหลวในการจับตัว ทำให้หมอเหรียญคิดว่า หากปล่อยเช่นนี้ต่อไป สถาบันพระมหา กษัตริย์จะเผชิญหน้ากับภัยคุกคามมากขึ้นเรื่อยๆ
“ผมเป็นทหาร เมื่อผมลาออกมานานกว่า 7 ปี มาบริหารโรงพยาบาล ผมก็รู้สึกว่าตัวเองได้ทอดทิ้งพระองค์ท่านมานานและการทำหน้าที่แค่รับใช้ชาติ รับใช้ประชาชน ทำความดี อาจไม่พอเสียแล้ว ในวันที่พระองค์ท่านถูกทำร้าย ถูกโดดเดี่ยว ก็คิดว่าเป็นหน้าที่ของเราที่จะลุกขึ้นสู้”
“เมื่อโกตี๋ประกาศว่าจะรบกับ King ผมถือว่าโกตี๋เป็นอริราชศัตรู ผมจึงเหลืออด และประกาศเลยว่าต่อไปนี้ทั้งชีวิตที่เหลือผมจะต่อสู้กับขบวนการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและแนวร่วมที่ให้การสนับสนุน คนพวกนี้ผมถือว่าเป็นขยะของแผ่นดิน เป็นศัตรูของผม” หมอเหรียญแสดงจุดยืน
หลายคนอาจจะมองว่าชื่อ “องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน” ก้าวร้าวและรุนแรง แต่หมอเหรียญยืนยันว่าเหมาะสมแล้วที่จะเรียกกลุ่มคนหมิ่นพระบรมเดชานุภาพว่า “ขยะแผ่นดิน” เนื่องจากคนเหล่านี้ไม่สำนึกบุญคุณแผ่นดิน และการหมิ่นสถาบันนั้นเกินกว่าที่คนธรรมดาจะรับได้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ควรที่จะตีค่าความเป็นคน
“ผมยืนยันว่าต้อง Aggressive ชื่อนี้จะเป็นลบเต็มที่ เป็นความรู้สึกร่วมกันของประชาชนหลายสิบล้านคน ผมกล้าพูดคำนี้ได้เพราะทุกวันนี้ต้องรับโทรศัพท์ คนเห็นด้วยจำนวนมาก คนแชร์ก็เยอะมาก ผมเป็นคนซื่อๆ ไม่เคยทำเรื่องมวลชน ไม่มีเครือข่าย แต่ผมก็รู้ว่านี่มันกลายเป็นการลุกฮือ” หมอเหรียญ ระบุ
ถึงแม้ชื่อองค์กรจะแข็งกร้าว แต่เขายืนยันว่าองค์กรเก็บขยะแผ่นดินเป็นองค์กรเปิดเผย ไม่ใช่องค์กรเถื่อน ไล่ล่า อุ้มฆ่า แต่เป็นองค์กรที่จะใช้พลังแผ่นดินร่วมกันติดตามบุคคลที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพเพื่อดำเนินคดี ขณะเดียวกันก็ดำเนินการต่อต้านทางสังคม เพื่อควบคุมคนไม่ดีไม่ให้ก่อความวุ่นวาย ตลอดจนรณรงค์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง
“วันนี้อาจจะเห็นว่ามีชื่อของผมออกมาเพียงคนเดียว แต่คณะทำงานที่อยู่เบื้องหลังที่ไม่ปรากฏตัววันนี้ หลายคนเป็นข้าราชการ เป็นตำรวจ ทหาร ที่ยังประจำการอยู่ วันนี้ผมเป็นทหารนอกราชการ ไม่มีพันธนาการในเรื่องวินัยทางราชการ ผมจึงออกมาคนเดียว” หมอเหรียญเล่าให้ฟัง
ทั้งนี้ ขั้นตอนหากมีการร้องเรียนเข้ามา จะเริ่มจากการใช้ทีมงานสืบค้นตัวบุคคลว่าแนวคิดเป็นอย่างไร โดยมีทีมงานดูเรื่องข่าวกรองเพื่อตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ หากจริงก็จะให้ทีมงานรวบรวมหลักฐาน พฤติการณ์ เตรียมสำนวนคดีเพื่อส่งฟ้องตำรวจ โดยหากตำรวจรับเป็นคดี ก็จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคอยประกบเพื่อติดตามความก้าวหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันก็จะใช้มาตรการ “ต่อต้านทางสังคม” โดยรณรงค์ให้ไม่ซื้อขาย “ไม่คบค้า” และ “ไม่จ้างงาน” กลุ่มคนที่มีคดีติดตัวด้วย
“ผมเชื่อว่าขบวนการล้มสถาบันมีจริงแน่นอน ขณะนี้คือการบั่นทอนความมั่นคงของสถาบัน ซึ่งขณะนี้อาจไม่ใช่การล้ม แต่นั่นคือการโยกไปเรื่อยๆ วันนี้มันอาจจะไม่หัก ไม่ล้มทันที แต่อีก 10 ปี 20 ปี มันจะเป็นยังไงไม่รู้ วันนี้เราถึงต้องออกมา”
ทันทีที่แนวคิด “เก็บขยะแผ่นดิน” ถูกเผยแพร่ เสียงวิพากษ์ที่ออกมาทันทีคือการบอกว่าองค์กรแห่งนี้คือศาลเตี้ย ที่คอยตัดสินคนโดยไม่สนใจกฎหมาย หรือกระทั่งปลุกระดมให้คนฆ่ากัน
“เราไม่ได้ปลุกปั่นยุยงให้คนมาฆ่ากัน แต่เรากำลังบอกให้คนที่จงรักภักดี ‘อดทน’ และดำเนินการตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่มีองค์กรนี้ คนที่เหลืออดเขาลุกฮือฆ่ากันเองตามกระแสความรู้สึกแน่นอน เราทำขึ้นมาเพื่อบอกประชาชนที่จงรักภักดีรู้ว่ามีคนที่จะมาดำเนินการตรงนี้แทนเขา” หมอเหรียญชี้แจง
สิ่งที่เกิดขึ้น หลังเปิดแฟนเพจมา 5 วันนั้น นอกจากจะเต็มไปด้วยเบาะแสผู้หมิ่นสถาบันแล้ว ยังเต็มไปด้วยข้อความป่วน บางคนถึงขั้นนำข้อความหมิ่นสถาบันมาโพสต์ในแฟนเพจเอง โดยทุกข้อความหมิ่นสถาบันที่ถูกโพสต์เข้ามาทั้งในหน้าวอลล์ของ “องค์กรเก็บขยะฯ” นั้นถูกรวบรวมไว้หมด จนถึงขณะนี้สามารถยืนยันบุคคลที่โพสต์หมิ่นฯ เพื่อดำเนินคดีได้แล้วกว่า 300 คน
หมอเหรียญเล่าชีวิตส่วนตัวให้ฟังว่า หลังจากเขาลาออกจากราชการมาเมื่อ 7 ปีก่อน ก็มุ่งมั่นบริหารโรงพยาบาลแห่งนี้มาโดยตลอด โดยมีงานอดิเรกอย่างการขับเครื่องบินเล็ก ซึ่งแผนของหมอเหรียญหลังจากนี้ก็คือซื้อเครื่องบินรุ่นใหม่มาขับเพิ่มอีกสักหนึ่งลำ แต่เมื่อเริ่มทำโครงการเก็บขยะแผ่นดิน อาจต้องล้มแผนไปก่อน เนื่องจากต้องเตรียมเงินส่วนหนึ่งไว้บริหารจัดการองค์กร
“ความจริงเราอยากให้เขาเลิกเกลียดชังต่อสถาบัน ถ้าคิดอย่างนี้ก็เลิกเถอะ ผมเอาจริงนะ” นพ.เหรียญทอง ทิ้งท้าย







