
ปรากฏการณ์ ‘โคโรน่า’
เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนเดือน เม.ย. สภาพอากาศของประเทศไทยคงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก
เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนเดือน เม.ย. สภาพอากาศของประเทศไทยคงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก เรียกว่าทำสถิติร้อนขึ้นทุกๆ ปี ส่งผลให้การใช้ไฟฟ้ามีอัตราการขยายตัวต่อเนื่อง โดยปีนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คาดการณ์ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศ (พีก) จะอยู่ที่ระดับ 26,752 เมกะวัตต์ ในช่วงปลายเดือน เม.ย. ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ย 40 องศาเซลเซียส
นอกจากนี้ เมื่ออากาศร้อนจัดมักจะเกิดพายุฤดูร้อนในหลายพื้นที่ตามมาด้วย และนำมาซึ่งความเสียหายของบ้านเรือน และถือเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ
ขณะเดียวกัน สิ่งที่ กฟผ.ยังได้บอกกล่าวและเตือนถึงผลพวงจากอากาศร้อนก็คือ ปรากฏการณ์ “โคโรน่า” ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่ามันคืออะไร เกี่ยวข้องอย่างไรกัน
ปรากฏการณ์โคโรน่า คือ การเรืองแสงและเสียงซ่าของลูกถ้วยในระบบส่งจ่ายไฟฟ้าแรงสูง ถ้าใครที่เดินผ่านเสาไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ตามท้องถนนอาจเคยได้ยินเสียงของมัน
ทาง กฟผ. อธิบายไว้ว่า เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในระบบส่งจ่ายไฟฟ้าแรงสูง เนื่องจากสภาพอากาศแห้งมีฝุ่นจับที่ลูกถ้วยซึ่งเป็นอุปกรณ์ส่วนหนึ่ง จะทำปฏิกิริยาออกมาเป็นเสียง แต่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อาศัยใกล้แนวเขตเดินสายส่งไฟฟ้า เพียงแต่จะมีแสงและเสียงที่เกิดขึ้นบ้าง
สุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง กฟผ. กล่าวว่า ปรากฏการณ์โคโรน่า (Corona) เป็นปรากฏการณ์ปกติที่เกิดขึ้นในระบบส่งจ่ายไฟฟ้าแรงสูง เนื่องจากสภาพอากาศแห้ง มีฝุ่นละออง มลภาวะ และฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผู้อาศัยใกล้แนวเขตเดินสายส่งไฟฟ้า เพียงแต่จะมีแสงและเสียงที่เกิดขึ้นบ้าง
กฟผ.ได้มีมาตรการควบคุมฝุ่นและมลภาวะที่ลูกถ้วยให้ลดลง โดยเฝ้าระวังพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองในอากาศจากพื้นที่เกษตรกรรม โรงงานอุตสาหกรรม และในพื้นที่ถมดินเพื่อการขยายตัวของชุมชน ถ้าตรวจพบค่าความสกปรกสูงกว่ามาตรฐานจะดำเนินการทำความสะอาดชุดลูกถ้วย และพิจารณาทบทวนการออกแบบ โดยใช้ลูกถ้วยชนิดพิเศษที่สามารถทนทานค่าความสกปรกให้สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม กฟผ.ต้องขออภัยชุมชนที่ทำให้เกิดความกังวลจากปรากฏการณ์โคโรน่า และขอความร่วมมือประชาชนเมื่อพบเห็นปรากฏการณ์โคโรน่า หรือการกระทำที่ก่อให้เกิดฝุ่นและมลภาวะ โปรดแจ้งได้ที่โทร. 1416







