posttoday
'ไม่เกรงกลัวบาป' วีถีโกงแนวใหม่

'ไม่เกรงกลัวบาป' วีถีโกงแนวใหม่

20 เมษายน 2557

วิชา มหาคุณ เป็นหนึ่งในกรรมการ ป.ป.ช.ที่ได้รับการแต่งตั้งเมื่อปี 2549

วิชา มหาคุณ เป็นหนึ่งในกรรมการ ป.ป.ช.ที่ได้รับการแต่งตั้งเมื่อปี 2549 ผ่านมาจนถึงปีนี้ถือว่าอยู่ในตำแหน่งมายาวนานถึง 8 ปี เหลือเวลาอีกหนึ่งปีก็จะต้องพ้นจากตำแหน่งตามกฎหมาย โดยการทำงานตลอด 8 ปีมานี้ได้มองเห็นถึงพัฒนาการของกระบวนการทุจริตที่นับว่ามีความรุนแรงมากขึ้น ที่เห็นได้ชัดคือ การไม่ละอายต่อการทำทุจริต

วิชา อธิบายว่า หากจะบอกว่าคดีไหนที่ทำแล้วประหนึ่งได้พลิกแผ่นดินคงจะเป็นคดีทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน คดีจัดซื้อเรือและรถดับเพลิง และคดีการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพราะเป็นคดีที่เกี่ยวกับผู้ใช้อำนาจรัฐอย่างแท้จริง โดยในอดีตการที่เราจะไปเอาผิดถึงตัวคนที่บริหารราชการแผ่นดินจริงๆ ทำได้ยากมาก แต่วันนี้สามารถทำได้

นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังทำให้ประชาชนมองเห็นภาพของนักการเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้อง จนเกิดคำที่เรียกติดปากว่า “ทุจริตเชิงนโยบาย” เมื่อก่อนไม่เคยพูดเรื่องนี้กัน และก็จับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน การทุจริตเชิงนโยบาย คือ การวางนโยบายเพื่อการทุจริต ซึ่งคดีคลองด่านถือเป็นคดีแรกของการทุจริตเชิงนโยบาย เพราะมีการนำเงินจากธนาคารแห่งเอเชียเพื่อมาโกงและทุจริตกันอย่างมโหฬาร เช่นเดียวกับคดีรถและเรือดับเพลิงที่มีการวางนโยบายว่าจะซื้อมาจากออสเตรีย แต่ความเป็นจริงกลับไม่ใช่เพราะเป็นการผลิตในประเทศไทยและส่งไปปั๊มตราที่ต่างประเทศ

ตั้งแต่ทำหน้าที่กรรมการ ป.ป.ช. มองว่ากระบวนการทุจริตหนักขึ้นหรือไม่? วิชา ตอบว่า “กระบวนการทุจริตมันไม่ธรรมดา แต่ในอดีตคนที่ถูกจับได้ก็ยังมีความเกรงกลัวและระงับยับยั้งและไม่คิดที่จะทำอีกแล้ว เพราะมีหิริโอตตัปปะ แต่เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่แล้ว มันพร้อมที่จะทุจริต เมื่อพร้อมที่จะทุจริตก็มีการวางกลไกทุจริตตั้งแต่แรก เอาง่ายๆ โครงการยังไม่ทันตั้งไข่เลย ดังนั้น ไม่ต้องมานั่งถามกันอีกแล้วว่า การทุจริตทุกวันนี้ความซับซ้อนอะไรหรือไม่”

“ปัจจุบันคนส่วนใหญ่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวมและไม่สามารถแยกแยะออกได้ ฉะนั้น เวลาที่คุณได้งานมา คุณก็ถามหาเพื่อน คุณเอางานนี้ไปนะคุณคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาเหรอ ลูกหลานเราอบรมมาให้ไปเรียนทางด้านเศรษฐศาสตร์ บัญชี และมาก่อตั้งบริษัทแล้วไม่ได้งานเลย เพราะเขาไม่แบ่งเค้กให้คุณ แล้วอย่างนี้บ้านเมืองนี้จะไปรอดเหรอ แล้วลูกหลานเราจะไปทำงานที่ไหน เพราะเขาไม่ใช้วิธีการแข่งขันอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีความยุติธรรมในระบบของการประมูลจัดซื้อจัดจ้าง” วิชา อธิบาย

กรรมการ ป.ป.ช. บอกว่า สื่อมวลชนไม่เคยตีแผ่เรื่องทุจริตขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทั้งที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดและเผยแพร่ข่าวลงเว็บไซต์ ป.ป.ช.แทบทุกวัน แต่สื่อมวลชนไม่ให้ความสนใจ เพราะเห็นว่าเป็นคดีไส้เดือน ไม่ใช่คดีมังกร

“คุณรู้ไหมว่ามันเจ็บปวดมากนะ คนที่เขาไปยื่นให้ตรวจสอบ แต่ละ อบต.และ อบจ.ทั่วแผ่นดินนี้มีแต่การฮั้ว ผมพูดให้คุณหดหู่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ในประเทศนี้ ไม่งั้นมันไม่มีการปฏิรูปคุณเข้าใจมั้ย คุณมองเห็นไหมละว่า ถ้าคุณจะไปประมูลงาน คุณจะต้องมีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง แบบนี้มันจะไหวเหรอ จมปลักอยู่อย่างนี้”

ถ้าจะปฏิรูปการแก้ไขปัญหาการทุจริตควรจะดำเนินการในรูปแบบใด? วิชา แจกแจงว่า ต้องร่วมมือกันทั้งหมดทุกฝ่ายและต้องไม่แยกว่าใครสีไหน จะให้ ป.ป.ช.เน้นการปราบเพียงอย่างเดียว ก็คงแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นไม่ได้ แต่จะต้องปลูกฝังจริยธรรมและศีลธรรมด้วย ดังนั้น ป.ป.ช.ถึงลงไปทำข้อตกลงกับพระอย่างมหาจุฬาลงกรณ์ที่มีพระธรรมทูตเป็นหมื่นรูป จุฬาราชมนตรี และผู้นำศาสนาคริสต์ เพื่อขอให้ลงไปสอนประชาชนเป็นภาษาเดียวกันว่า การทุจริตเป็นปัญหาใหญ่โดยเฉพาะการขัดกันแห่งผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม

“เวลานี้ลูกหลานเราเดือดร้อน เขาซื้อได้ตั้งแต่เข้ามาทำหน้าที่ อบต. อบจ. มีการวางกันแล้วว่าคนคนนี้เข้ามาต้องทำอะไรบ้าง ต้องหางานให้ หาเงินให้ ดังนั้น การตรวจสอบต้องเข้มข้นกว่าเดิม ป.ป.ช.จะไปทำคนเดียวไม่ได้” วิชา กล่าวแบบหดหู่

อย่างไรก็ตาม แม้วิชาจะยอมรับว่าปัญหาการทุจริตเป็นปัญหาใหญ่ แต่ยืนยันว่ายังมีความหวังที่จะเห็นการแก้ไขปัญหาทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากเริ่มต้นด้วยการไม่ตั้งความหวังแล้วก็คงทำให้การแก้ไขไม่มีทางประสบความสำเร็จได้

“ถ้าเราไม่เห็นความหวังเราจะมานั่งทำกันไปทำไม แต่สำหรับผมถือว่านับถอยหลังแล้ว เพราะในวันที่ 6 ต.ค. 2558 ผมต้องลุกจากตำแหน่งนี้ไปแล้ว และจะมีคนที่มารับผิดชอบต่อไป ถ้าท่านประชาชนและองค์กรทุกองค์กรไม่เข้ามาร่วมมือกับเรา เพื่อแก้ไขปัญหาก็ถือว่าช่วยไม่ได้แล้ว เราก็ลุกไปพร้อมกับผลงานที่มีและแนวทางที่มอบไว้ให้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นโลกบอกไว้เลยว่า สื่อมวลชนถือเป็นส่วนสำคัญถึง 50% ของการปราบปรามการทุจริตที่ประสบความสำเร็จ ถ้าสื่อมวลชนไม่ร่วมมือในการหาข้อเท็จจริงหรือออกข่าวก็ไม่มีทางจะปราบปรามการทุจริตได้”

วิชา ทิ้งท้ายถึงการทำงาน ป.ป.ช.ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนอำลาตำแหน่งว่า ระยะเวลาที่เหลืออยู่จะทำงานให้ดีที่สุดและจะไม่ถอดใจ ไม่มีกรรมการ ป.ป.ช.คนไหนทำเพื่อตัวเอง ทุกคนทำเพื่อบ้านเมืองทั้งนั้น แม้ว่าจะกระทบถึงครอบครัวก็ตาม ทุกคนเห็นตรงกันว่าเมื่อเราลงเรือลำเดียวก็ต้องไปให้รอด และต้องส่งไม้ต่อกับคนที่จะมาทำงานต่อไป เพื่อให้เป็นรูปแบบที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ถึงไม่สำเร็จในรุ่นนี้ก็ต้องสำเร็จในรุ่นหน้า

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา