posttoday
'จำนำข้าว' ทุจริตระดับโลก

'จำนำข้าว' ทุจริตระดับโลก

20 เมษายน 2557

ไม่มีครั้งไหนที่การทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย, ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม

ไม่มีครั้งไหนที่การทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถูกกดดัน เนื่องจาก ป.ป.ช.มีงานใหญ่ที่อยู่ระหว่างการลงมือ คือ การไต่สวนคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเป็นนโยบายประชานิยมสำคัญที่ทำให้พรรคเพื่อไทยก้าวขึ้นเป็นรัฐบาลด้วยคะแนนเสียงล้นหลาม

ทันทีที่ ป.ป.ช.เริ่มเข้ามาตรวจสอบโครงการนี้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ก็ได้ทำให้สังคมเห็นอีกด้านหนึ่งของนโยบายรับจำนำข้าว ที่มีหลักฐานปรากฏชัดว่ามีการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการสร้างผลเสียหายต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของทั้งประเทศ ในต้นเดือน พ.ค.นี้ ป.ป.ช.จะชี้มูลคดีนี้ซึ่งเกี่ยวพันไปถึงอนาคตทางการเมืองของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ถูกฟ้องข้อหาปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

โพสต์ทูเดย์ สนทนากับ วิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. และหนึ่งในผู้ไต่สวนคดี ถึงปัญหาโครงการรับจำนำข้าวและบทสรุปที่กำลังจะตามมาอย่างน่าสนใจ

“ไม่ได้หนักใจอะไรเลย ผมพูดแบบตรงไปตรงมา ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก เพียงแต่ว่ามีคนมาสร้างความรำคาญให้แก่เราเท่านั้น แต่ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ เราเองก็ไม่ได้ไปสู้รบปรบมือด้วย เราไม่ใช่คู่ปรปักษ์ ไม่ใช่เป็นคู่กรณี แต่เป็นผู้ไต่สวน ใครมาร้องเย้วๆ อย่างไรเราก็ต้องเฉย เหมือนกับท่านเปาบุ้นจิ้นที่ต้องนิ่ง” วิชา เปิดอกถึงคำถามเกี่ยวกับความหนักใจในการทำคดีนี้

วิชา ระบุว่า การทำคดีนี้ ป.ป.ช.เริ่มต้นจากการแสวงข้อเท็จจริงจากคดีที่มีการกล่าวหา บุญทรง เตริยาภิรมย์ เมื่อครั้งเป็น รมว.พาณิชย์ จากนั้นเราก็ติดตามข้อมูลมาเรื่อยจนมาถึงการไต่สวนในปัจจุบัน ที่ผ่านมามีคนเอาข้อมูลมาให้ ป.ป.ช.ด้วยความเป็นห่วงประเทศ ประกอบกับกฎหมาย ป.ป.ช.ฉบับใหม่ได้เอื้อให้เข้าถึงข้อมูลมากขึ้น ทำให้การทำงานง่าย โดยเฉพาะการวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การจับสัญญาณต่างๆ กฎหมายบอกว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะผู้ไต่สวนสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลได้ทั้งหมด เหมือนกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) และคณะกรรมการธุรกรรมทางด้านการเงินของ ป.ป.ง.“สื่อมวลชนเป็นห่วงหรือเปล่าที่ระบบข้าวของเราต้องพินาศขนาดนี้ คุณแม่สอนผมมาให้กราบเคารพแม่โพสพ กินข้าวต้องกราบข้าว ก่อนทานข้าวก็ต้องกราบข้าว หลังทานข้าวก็ต้องกราบ ทุกวันนี้ผมก็ยังทำอยู่ คุณแม่ผมสอนและบอกว่าข้าว คือ จิตวิญญาณของชาติของแผ่นดินนี้ กราบข้าวนอกจากรำลึกถึงแม่โพสพแล้วยังรำลึกถึงชาวนาที่ต้องเหนื่อยยากในการปลูกข้าวด้วย แม่ผมบอกว่าแม่โพสพ คือ เทพีผู้พิทักษ์ข้าว แต่ระบบมันเสียหายหมดแล้วตอนนี้” กรรมการป.ป.ช.กล่าวน้ำเสียงขึงขัง

จากการตรวจสอบของ ป.ป.ช. พบว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์มีการทุจริตหนัก วิชาบอกว่า เป็นการคอร์รัปชั่นในระดับโลกเลยทีเดียว

“มันไม่ใช่คอร์รัปชั่นแบบไทยๆ แต่เป็นคอร์รัปชั่นระดับโลก คุณสามารถเจรจาขายข้าวกับต่างชาติได้ แต่ถามว่าคุณได้ขายข้าวจริงหรือเปล่า ขายเมื่อไร ขายอย่างไร เพราะข้าวที่อยู่ในมือคุณมันต้องส่งออก จะขายเฉพาะในประเทศไม่ได้ เพราะข้าวมันอยู่ในมือคุณทั้งหมด คุณเข้าใจมั้ย แล้วบริษัทที่ส่งออกข้าวได้เอาข้าวล็อตไหนไปขาย ข้าวล่องหนอย่างไรก็ไม่มีทางรู้ ที่เขาบอกว่าขายข้าวให้ประเทศโน้นประเทศนี้ได้แล้ว ถามว่าคุณได้ขายจริงหรือเปล่า”

“คุณดูข้าวทุกวันนี้ รู้หรือไม่ว่าคุณกินข้าวเม็ดนี้เป็นข้าวไทย ข้าวกัมพูชา หรือข้าวพม่า คุณรู้หรือไม่ เมื่อก่อนเรารู้เลยนะ เพราะข้าวของไทยเราเป็นข้าวที่วิเศษที่สุดในโลก ใครจะมาทำปู้ยี่ปู้ยำไม่ได้เด็ดขาด คุณเชื่อมั่นได้เลยว่าคุณกินข้าวเนี่ย ไม่ใช่กินข้าวพม่า กัมพูชา หรือลาว แต่เดี๋ยวนี้คุณไม่มีทางรู้”

“เมื่อก่อนนี้ คุณปลูกข้าวเพื่อผลิตเอาของดีที่สุด มันถึงเกิดข้าวหอมมะลิพันธุ์ต่างๆ และปลูกข้าวเพื่อหาพันธุ์ที่ดีที่สุด ให้คนที่มีเงินชั้นยอดที่เป็นเศรษฐีต้องมาซื้อข้าวเรา สิงคโปร์ ฮ่องกง พูดเลยว่าข้าวหอมมะลิของไทยเป็นข้าวที่สุดยอด และวันนี้เขาปลูกข้าวเพื่อการขายข้าวให้ได้ราคา 1.5 หมื่นบาท เพียงอย่างเดียว ชาวนาเองก็ไม่ได้ให้ความร่วมมือในการผลิตข้าวเหล่านี้ต่อไปอีกแล้ว”

แสดงว่าปัญหาโครงการรับจำนำข้าวไปเกินกว่าเรื่องของการทุจริตแล้ว? กรรมการ ป.ป.ช.ผู้นี้ ย้ำว่า มันไปไกลกว่าเรื่องทุจริตจริงๆ เพราะกระทบหนักถึงการส่งออก

“การส่งออกข้าวเราต้องส่งออกข้าวที่ดีที่สุด ถ้าคุณส่งออกแบบ Mass (เชิงปริมาณ) เป็นข้าวชนิดไหนก็ได้ คุณจะได้เงินที่ไม่คุ้มกับการลงทุนเลย เพราะคุณต้องขายในราคาต่ำ ไม่มีประเทศไหนหรอกที่เศรษฐกิจดีเลิศในทางด้านเกษตรกรรมแล้วจะไปผลิตสิ่งที่เลว คุณต้องผลิตสิ่งที่ดี โดยเฉพาะสินค้าการเกษตร เพราะกว่าจะได้ผลผลิตมาคุณต้องคัดแล้วคัดอีก”

“ผมพูดมาเสมอว่าคดีข้าวเป็นคดีหัวใจสำคัญ เป็นคดีที่ชี้ความคงอยู่ของการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าหากแก้ไขไม่ได้ประเทศไทยไม่เหลือแน่ พูดกันตรงๆ ตั้งแต่อดีตข้าวเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงคนไทยมาตลอด การทุจริตข้าว ซึ่งผมไม่ได้พูดถึงว่าใครทุจริตนะ แต่การทุจริตเรื่องข้าวเป็นเรื่องใหญ่หลวงมาก คนที่รู้ว่าเราสอบและกำลังจะถึงตัวเขากำลังเดือดร้อนมาก ตั้งแต่ต้นเรารู้ว่าเมื่อเราจับเรื่องข้าวรับรองว่าจะเหมือนผึ้งแตกรัง” วิชา กล่าว

ถึงเวลาที่ประเทศไทยควรจะเลิกนโยบายนี้ได้แล้วหรือไม่?

“มันเป็นเรื่องที่ห้ามกันอยู่แล้วว่าไม่ให้รัฐเป็นผู้ค้า รัฐจะต้องไม่เป็นผู้ค้าเสียเอง ระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย รัฐเป็นผู้ที่ยึดกระบวนการในการค้าและการผลิตไม่ได้ มันจะทำลายหมด”

แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยยังกลับมาและยืนยันว่าต้องเป็นประชานิยม เพราะคนเสพติดเรียบร้อยแล้ว? วิชา ตอบทันทีว่า “อ้าว...(เสียงสูง) สื่อมวลชนนี่แหละ ที่ต้องให้ข้อมูลและแนวทางที่ถูกต้อง ถ้าพวกคุณยังนิ่งเฉยอยู่ อะไรก็ได้ ต่อไปนี้คุณไม่ต้องมีข้าวกินกันแล้ว”

“สื่อมวลชนเป็นห่วงหรือเปล่า ที่ระบบข้าวของเราต้องพินาศขนาดนี้ แต่ผมเป็นห่วง อย่างคุณแม่ผมสอนมาให้กราบเคารพแม่โพสพ ทุกวันนี้ ก่อนกินข้าว ผมต้องกราบข้าว หลังทานข้าวเสร็จก็ต้องกราบ คุณแม่ผมสอนและบอกว่าข้าว คือ จิตวิญญาณของชาติของแผ่นดินนี้ กราบข้าวนอกจากรำลึกถึงแม่โพสพแล้วยังรำลึกถึงชาวนาที่ต้องเหนื่อยยากในการปลูกข้าวด้วย แม่ผมบอกว่าแม่โพสพ คือ เทพีผู้พิทักษ์ข้าว แต่ระบบมันเสียหายหมดแล้วตอนนี้” กรรมการ ป.ป.ช. เล่าความในใจให้ฟัง

วิชายังเล่าถึงหลักการการตรวจสอบถ่วงดุลภายใต้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย หลังจาก ป.ป.ช.ถูกตั้งคำถามหนัก ถึงการทำหน้าที่และความไม่เป็นกลางจากฝ่ายรัฐบาล และคนเสื้อแดง

“เรื่องการเมืองไม่เกี่ยวกับ ป.ป.ช. เพราะ ป.ป.ช.มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต แต่หลักการสมัยใหม่ขณะนี้และจะเป็นหลักการตลอดไป คือ เมื่อคุณเข้ามาในระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยแล้ว คุณก็ต้องถูกตรวจสอบ คุณจะบอกว่าคุณจะไม่ถูกตรวจสอบ โดยอ้างว่าฉันมาจากการเลือกตั้งไม่ได้ ไม่มีประเทศไหนในโลกแม้แต่ประเทศคอมมิวนิสต์หรือสังคมนิยมที่คุณจะไม่ถูกตรวจสอบ”

ถามย้ำ จะชี้แจงอย่างไรเพราะรัฐบาลอ้าง 10 ล้านเสียง ที่เลือกรัฐบาลมา? วิชา ตอบเสียงสูงกลับมา

“โอ้ย คุณพูดอย่างนั้นได้ไง คุณไปดูประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยสิว่า มีประเทศไหนที่รอดพ้นน้ำมือในการตรวจสอบบ้าง อย่างญี่ปุ่น รัฐมนตรีต้องโค้งคำนับโค้งแล้วโค้งอีกเพื่อขอลาออก หรือเกาหลีใต้เคยมีประธานาธิบดีกระโดดเขาฆ่าตัวตาย แล้วเราจะไปบอกว่าฉันไม่ถูกตรวจสอบเป็นไปได้อย่างไร ดูเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นเป็นตัวอย่าง”

สุดท้าย กรรมการ ป.ป.ช.ผู้นี้ ยืนยันถึงความเป็นกลางในการทำงาน หลังจากถูกครหาในการดำเนินคดีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ รวดเร็วกว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ว่า จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐยังกั๊กข้อมูลเอาไว้ว่ายังให้ไม่ได้ซึ่ง ป.ป.ช.พยายามบีบให้ข้อมูลดังกล่าวไหลออกมาให้ได้

“ครั้งแรกที่มีการยื่นให้ตรวจสอบเรื่องการประกันราคาข้าว ปรากฏว่ามีแต่การยื่นให้ถอดถอนคุณพรทิวา นาคาศัย (อดีต รมว.พาณิชย์) ส่วนคุณอภิสิทธิ์ ถูกยื่นให้ดำเนินคดีทางอาญาเพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบันพรรคเพื่อไทยได้ยื่นเรื่องถอดถอนคุณอภิสิทธิ์มาแล้ว ดังนั้น ป.ป.ช.จะทำคดีให้รวดเร็วเสมอหน้ากัน เราทำคู่ขนานกันไป เราไม่ได้ทอดทิ้ง” อาจารย์วิชา ให้คำมั่น

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา