
อย่าตุกติกคูปองดิจิทัล
หนึ่งในกระบวนการสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากโทรทัศน์ในระบบอะนาล็อกไปสู่ดิจิทัล คือ การแจกคูปองเพื่อให้ผู้บริโภคนำไปซื้ออุปกรณ์การรับชม ซึ่งอาจจะเป็นกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล หรือ เซต ท็อป บ็อกซ์ หรือนำไปเป็นส่วนลดสำหรับการซื้อโทรทัศน์เครื่องใหม่ที่รับสัญญาณทีวีดิจิทัลได้ในตัว
หนึ่งในกระบวนการสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากโทรทัศน์ในระบบอะนาล็อกไปสู่ดิจิทัล คือ การแจกคูปองเพื่อให้ผู้บริโภคนำไปซื้ออุปกรณ์การรับชม ซึ่งอาจจะเป็นกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล หรือ เซต ท็อป บ็อกซ์ หรือนำไปเป็นส่วนลดสำหรับการซื้อโทรทัศน์เครื่องใหม่ที่รับสัญญาณทีวีดิจิทัลได้ในตัว
เดิมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้กำหนดราคาเบื้องต้นของคูปองที่ 690 บาท โดยคำนวณจากราคาตั้งต้นการประมูลทีวีดิจิทัลประเภทธุรกิจ 24 ใบอนุญาต มูลค่า 15,190 ล้านบาท หารด้วยจำนวนครัวเรือนในประเทศไทย 22 ล้านครัวเรือน
อย่างไรก็ตาม หลังจากปิดฉากการประมูลทีวีดิจิทัลเมื่อปลายปี 2556 ที่ผ่านมา ปรากฏว่ายอดเงินที่ได้จากประมูลทีวีดิจิทัลสูงถึงกว่าสองเท่าตัว 50,862 ล้านบาท บอร์ด กสท.จึงมีแนวคิดเพิ่มราคาคูปองเพื่อไม่ให้ผู้บริโภคต้องควักเงินในกระเป๋าเพื่อมาซื้ออุปกรณ์รับชมมากขึ้น โดยอาจจะเพิ่มมูลค่าคูปองที่แจกเป็น 1,200 บาท
ขณะที่ผู้ประกอบการ โดยสมาคมสื่อดิจิตอลเพื่อผู้บริโภค ได้เสนอให้เพิ่มมูลค่าคูปองเป็น 2,000 บาท ทำให้ที่ประชุมบอร์ด กสท. เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถสรุปมูลค่าคูปองได้ และต้องพิจารณากันอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 21 เม.ย.นี้ ทำให้หลายคนกังวลว่ากระบวนการแจกคูปองจะล่าช้าออกไปหรือไม่ เพราะขณะนี้ช่องรายการต่างๆ ทยอยออกอากาศมาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.แล้ว แต่ประชาชนในหลายพื้นที่ยังไม่สามารถรับชมได้
สำหรับหลักคิดพื้นฐานการแจกคูปองดิจิทัลในหลายประเทศเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมที่ต้องการรับชมช่องรายการโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดินแบบปกติที่เป็นช่องฟรีทีวี และอาจจะอำนวยความสะดวกในเรื่องของการติดตั้งให้ด้วย โดยมูลค่าคูปองอย่างในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ประมาณ 40 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,200 บาท นั่นคือเมื่อประมาณ 6-7 ปีก่อนหน้านี้
เช่นเดียวกับในประเทศอังกฤษ อยู่ประมาณ 40 ปอนด์ หรือประมาณ 2,000 บาท รวมค่าติดตั้งให้ด้วย แต่เชื่อว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันถูกลงกว่านี้มาก เพราะฉะนั้นการกำหนดราคาคูปองของ กสท.ควรเป็นไปอย่างเหมาะสมอยู่บนพื้นฐานสนองความต้องการพื้นฐานของผู้ชม เพื่อรับชมรายการที่เป็นฟรีทีวีจริงๆ ซึ่งค่ากล่องและเสาอากาศรวมกันเฉลี่ย 1,100-1,300 บาท
การที่กำหนดราคาสูงไป ไม่ใช่ว่าประชาชนจะได้ประโยชน์ แต่คนที่ได้แน่นอน คือ ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตอุปกรณ์กล่องรับสัญญาณมากกว่า ราคายิ่งสูงมาก แต่หากคุณภาพของอุปกรณ์ไม่สอดรับกับราคา จะสร้างกำไรมหาศาลให้ผู้ประกอบการ ดังนั้นจึงอยากให้บอร์ด กสท.พิจารณามูลค่าคูปองตามที่ควรชดเชยจริง
การแจกคูปองเป็นส่วนหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากอะนาล็อกสู่ดิจิทัล แต่ กสท.ยังมีหน้าที่ดูแลอุตสาหกรรมสื่อโดยภาพรวมที่ต้องสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของคอนเทนต์ ผู้ประกอบการรายเล็ก รายน้อย เพราะฉะนั้นควรต้องบริหารเงินที่ได้จากการประมูลให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น







