
พท.เผยรัฐสภาสากลเตือนปปช.พิจารณาคดี
“เพื่อไทย”เผยสหภาพรัฐสภาสากลส่งหนังสือเตือน ป.ป.ช.พิจารณาคดีต่างๆให้เป็นธรรม ยันไม่เป็นการแทรกแซงกิจการภายใน
“เพื่อไทย”เผยสหภาพรัฐสภาสากลส่งหนังสือเตือน ป.ป.ช.พิจารณาคดีต่างๆให้เป็นธรรม ยันไม่เป็นการแทรกแซงกิจการภายใน
เมื่อวันที่ 17 เม.ย. น.ส.ภูวนิดา คุนผลิน คณะทำงานฝ่ายต่างประเทศ แถลงว่า เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมเราเดินทางไปยื่นหนังสือถึงสหภาพรัฐสภาสากล หรือ ไอพียู เพื่อขอให้เตือนประเทศไทยในกรณีบังคับใช้กฎหมายภายในให้สอดคล้องกับอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี
ด้าน น.ส.จารุพรรณ กุลดิลก คณะทำงานฝ่ายต่างประเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เราได้ยื่นเรื่องให้ไอพียูติดตามใน3กรณี คือ 1.กรณีป.ป.ช.ดำเนินคดีกับส.ส- ส.ว. 308 คน ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.ว. ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นการล้มล้างประชาธิปไตย 2.กรณีการไต่สวนการถอนประกันนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เนื่องจากขึ้นปราศรัยบนเวทีนปช. และ3.กรณีการดำเนินคดีโครงการรับจำนำข้าวของป.ป.ช. ต่อนายกรัฐมนตรีและฝ่ายบริหารคนอื่นๆ ซึ่งเราได้รับทราบว่าทางไอพียูได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้วและทางไอพียูได้ทำหนังสือเตือนมาถึงป.ป.ช.แล้ว
“องค์กรระหว่างประเทศ เช่น สหภาพรัฐสภาสากล สหประชาชาติ และรัฐบาลของนานาอารยประเทศกำลังให้ความสนใจและจับตามองประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ในการพิจารณาคดีขององค์กรอิสระที่มีอำนาจเทียบเท่ากับศาล แต่ไม่มีขั้นตอนที่อนุญาตให้สาธารณชนได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในขั้นตอนการพิจารณาคดี ซึ่งเป็นเรื่องที่อธิบายความเป็นนิติรัฐ นิติธรรมได้ยากลำบาก ซึ่งการพิจารณาคดีจะต้องให้ความเป็นธรรมต่อผู้ที่ถูกกล่าวหา รวมทั้งจะต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งหลักประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด หากเจ้าพนักงานยุติธรรมคนใดละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศ ICCPR ก็อาจถูกขึ้นบัญชีดำในระดับนานาชาติได้”น.ส.จารุพรรณ กล่าว
เมื่อถามว่าการให้ยื่นเรื่องให้ไอพียูเป็นการทำให้เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในหรือไม่ น.ส.จารุพรรณ กล่าวว่า เรื่องนี้ป.ป.ช.ไม่สามารถบอกว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในได้ เพราะประเทศไทยอยู่ภายใต้อนุสัญญาระหว่างประเทศฯ ซึ่งก็ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศด้วย คือต้องไม่ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง สิทธิทางการเมือง







