posttoday
อิเหนามาแล้ว

อิเหนามาแล้ว

16 เมษายน 2557

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เอ.ที. คาร์นีย์ บริษัทที่ปรึกษาในชิคาโก สหรัฐ เปิดเผยรายงานการจัดอันดับเมืองที่มีแนวโน้มโดดเด่นในอีก 1020 ปีข้างหน้า ภายในกลุ่มตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีรายได้อยู่ในระดับต่ำกลาง ทั้งหมด 34 ประเทศทั่วโลก โดยประเมินจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ต้นทุนทรัพยากรบุคคล และนวัตกรรมแจ่มๆ

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เอ.ที. คาร์นีย์ บริษัทที่ปรึกษาในชิคาโก สหรัฐ เปิดเผยรายงานการจัดอันดับเมืองที่มีแนวโน้มโดดเด่นในอีก 1020 ปีข้างหน้า ภายในกลุ่มตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีรายได้อยู่ในระดับต่ำกลาง ทั้งหมด 34 ประเทศทั่วโลก โดยประเมินจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ต้นทุนทรัพยากรบุคคล และนวัตกรรมแจ่มๆ

ผลปรากฏว่า กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงประเทศอินโดนีเซีย เพื่อนบ้านไทยเรา คว้าอันดับ 1 ไปครอง ตามติดด้วยกรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ ในอันดับ 2 และกรุงแอดดิส อะบาบา เอธิโอเปีย ในอันดับ 3

สำหรับเหตุผลที่ยกให้อินโดนีเซียเป็นอันดับ 1 ในทุกด้านนี้เห็นว่าเป็นเพราะ 1) จำนวนประชากรครึ่งหนึ่งของประเทศมีอายุต่ำกว่า 30 ปี ซึ่งกำลังเติบโตเป็นทั้งแรงงานและแรงบริโภคหลักของประเทศ 2) สถานการณ์การเมืองค่อนข้างมีเสถียรภาพควบคู่กับการพยายามจัดระบบตรวจสอบความโปร่งใสเพื่อขจัดปัญหาคอร์รัปชั่น และ 3) การเร่งปรับปรุงพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะและการศึกษาจนคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ

ทั้งนี้ ต้องยอมรับแล้วค่ะว่าในช่วงไม่กี่ปีให้หลังมานี้ อินโดนีเซีย ดูจะส่องประกายเจิดจรัสดึงดูดนักลงทุนต่างชาติยักษ์ใหญ่ทั้งใกล้และไกลให้เข้าไปลงทุนระยะยาว

กระทั่งทำให้เจ้าตัวเองถึงกับประกาศจะเป็น “ฮับ” ในหลายด้านของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยรวมถึงการเตรียมเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์แทนที่ไทยแลนด์แดนสยามแห่งนี้ค่ะ

แม้เป็นคำกล่าวที่ดูมั่นอกมั่นใจเสียเหลือเกิน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้เสียทีเดียวค่ะ โดยถ้าไม่เทียบสถานการณ์ทางการเมืองที่มีเสถียรภาพกว่าบ้านเราแล้ว อย่างน้อยตอนนี้ตลาดต่างๆ ของอิเหนา โดยเฉพาะตลาดรถก็ขยายตัวเร็วมากจนไม่อาจละสายตาได้ แถมแว่วว่าจะแซงหน้าไทยเป็นที่ 1 ภายในปีนี้

ขณะที่การเดินหน้าจัดการคอร์รัปชั่นก็เอาจริงจนขยับอันดับความโปร่งใสจากที่ 118 ในปี 2012 ขึ้นมาอยู่ที่ 114 ในปี 2013 จาก 177 ประเทศทั่วโลก และบริษัท ลอรีอัล ผู้ผลิตเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศสก็เพิ่งจะเปิดโรงงานผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกของตนที่อินโดนีเซียเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

นี่ยังไม่นับรวมประโยชน์มหาศาลที่เชื่อว่าจะหลั่งไหลเข้ามาอินโดนีเซียไม่ขาดสายแน่นอน หลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งจะช่วยให้การเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ กำลังคน หรือทรัพยากรอื่นๆ ภายในอาเซียนเป็นไปอย่างเสรีมากขึ้น

เรียกได้ว่า อินโดนีเซีย เพื่อนบ้านเราในตอนนี้ค่อนข้างเตรียมตัวพร้อมลุยไปข้างหน้าอย่างเต็มที่แล้ว

กลัวก็แต่ว่ากว่าไทยเราจะพร้อมกับเขาบ้าง คงมองไม่เห็นฝุ่นกันแล้ว

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา