posttoday
ลดอุบัติเหตุสงกรานต์ผู้ว่าฯต้องรับผิดพื้นที่ตายสูง

ลดอุบัติเหตุสงกรานต์ผู้ว่าฯต้องรับผิดพื้นที่ตายสูง

16 เมษายน 2557

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

ใกล้ผ่านพ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ไทยก็กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทุกปี ว่าช่วงเทศกาล 7 วันอันตรายจะมีคนไทยต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกกี่ศพ

“โพสต์ทูเดย์” ทำรายงานนำเสนอวิธีการป้องกันอุบัติเหตุต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ก็ยังไม่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ ปี 2554 มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 271 คน ปี 2555 มีผู้เสียชีวิต 320 คน และปี 2556 มีผู้เสียชีวิต 321 คน ส่วนในปีนี้ผ่านพ้นไป 4 วัน มีผู้เสียชีวิตรวมแล้วกว่า 204 คน ซึ่งกรมควบคุมโรค คาดการณ์ว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนระหว่าง 268-334 คน

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) คาดการณ์ว่า ในปีนี้ตัวเลขผู้เสียชีวิตน่าจะยังอยู่ในอัตราเดิมที่ประมาณ 300 คน โดยประเมินจากมาตรการการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดและการจัดเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมอุบัติเหตุในถนนสายหลัก ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือว่ายังสามารถตรึงอัตราผู้เสียชีวิตได้ แม้ว่าจำนวนรถและผู้สัญจรบนท้องถนนจะมากขึ้นกว่าเดิมมากก็ตาม

อย่างไรก็ตาม คุณหมอธนะพงศ์ บอกว่า ยังมีอีกสองปัจจัยที่ต้องทำเพิ่มเติม เพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตก็คือ 1.การนำผลการศึกษาตัวเลขอุบัติเหตุปีที่ผ่านมามาปรับเป็นมาตรการในการบังคับใช้กฎหมาย เพราะก่อนหน้านี้แม้จะรู้ว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นในกลุ่มประชากรใดบ้าง หรือเกิดในพื้นที่สายหลักสายรอง แต่การนำผลการศึกษาเดิมมาเพิ่มเป็นมาตรการใหม่นั้นยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และ 2.การหาแนวร่วมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดกำลังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในถนนสายรอง

ทั้งนี้ จากข้อมูลของคุณหมอธนะพงศ์ ระบุว่า ช่วงสงกรานต์จะต่างจากช่วงปีใหม่ เนื่องจากอุบัติเหตุจะเปลี่ยนจากการเดินทางกลับบ้านในถนนสายหลักไปสู่ช่วงของการเฉลิมฉลองเทศกาลในถนนสายรอง ทำให้ตัวเลขในช่วงวันที่ 24 จะมีผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นมาก

“ที่น่าตกใจคือจากตัวเลขของศูนย์วิจัยปัญหาสุรา พบว่า ช่วงฉลองเทศกาลสงกรานต์จะมีอัตราการดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าช่วงเวลาปกติถึง 4.5 เท่า นั่นหมายความว่า หากปกติคนดื่มเบียร์ 2 กระป๋อง ช่วงสงกรานต์ก็จะดื่ม 9 กระป๋อง หรือปกติที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนดื่มแอลกอฮอล์แล้ววัดระดับจะอยู่ที่ 60-90 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้นจะพุ่งสูงถึง 240 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งผู้ที่ดื่มจะไม่รู้สึกตัวและสร้างอันตรายกับผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นมากขึ้น” ผู้จัดการ ศวปถ.กล่าว

นอกจากนี้ คุณหมอธนะพงศ์ยังชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมการดื่มช่วงเทศกาลสงกรานต์ยังต่างจากเทศกาลอื่นๆ เนื่องจากเมื่อตื่นเช้ามาคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ส่วนใหญ่จะดื่มเหล้าตั้งแต่ช่วงสายๆ นั่นคือก่อนออกไปเล่นน้ำ รวมถึงดื่มระหว่างเล่นน้ำ และในช่วงเย็นถึงดึกก็มีการเฉลิมฉลอง ซึ่งก็จะดื่มหนักกว่าตลอดทั้งวันรวมกัน เพราะฉะนั้นอุบัติเหตุสามารถเกิดได้ทุกช่วงเวลา

ด้วยเหตุนี้เอง คุณหมอธนะพงศ์จึงได้เสนอให้มีมาตรการตรวจแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นในท้องถิ่น รวมถึงออกแนวคิดว่าหากมีพื้นที่ใดที่ตัวเลขอุบัติเหตุผู้เสียชีวิตมากผิดปกติ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นั้นจะต้องมีมาตรการรับผิดชอบอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อแก้ปัญหาการตั้งหน่วยตรวจวัดแอลกอฮอล์ป้องกันอุบัติเหตุ แล้วปล่อยทิ้งร้างไว้เหมือนทุกปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกัน ตำรวจก็ต้องรับผิดชอบในการจับคนเมาแล้วขับมากขึ้น เพราะปัญหาที่พบอีกอย่างคือการทำคดีเมาแล้วขับของตำรวจนั้นช้ามาก ทั้งที่สาเหตุการตายในช่วงเทศกาลล้วนมาจากเมาแล้วขับทั้งนั้น

“ต้องทำให้เหมือนเป็นอาชญากรรม หรือเหมือนคดียาเสพติด คือถ้ามีคนตายมากคุณต้องรับผิดชอบ ที่ผ่านมาอาจจะมีตัวเลขว่าจังหวัดไหนตายมากที่สุด อุบัติเหตุมากที่สุด แต่ผู้ว่าฯ จังหวัดนั้นก็ไม่เห็นต้องรับผิดชอบอะไร อาจจะหน้าเสียนิดหน่อยเท่านั้น ทีนี้ผมอยากเสนอว่าเป็นไปได้ไหม หากจะต้องหาคนรับผิดชอบด้วยหากในพื้นที่ของคุณมีคนตายในตัวเลขที่มีนัยสำคัญ มากกว่าจะคิดแต่ว่าพอคนตายจากอุบัติเหตุแล้วคิดถึงแต่เรื่องเวรเรื่องกรรมเพียงอย่างเดียว” คุณหมอธนะพงศ์ ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน