posttoday
กำลังซื้อเหล่าเศรษฐกิจไม่ยุบตามเศรษฐกิจ

กำลังซื้อเหล่าเศรษฐกิจไม่ยุบตามเศรษฐกิจ

15 เมษายน 2557

เศรษฐกิจไทยจะฟุบจะแฟบ คงไม่มีผลต่อกำลังซื้อของกลุ่มคนที่ถูกเรียกขานว่า เป็นเศรษฐี อภิมหาเศรษฐี และอัครมหาเศรษฐีเป็นแน่แท้ ดังจะเห็นได้จากยอดขายคอนโดแสนหรูของโครงการมหานคร ภายใต้การพัฒนาของบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น ได้โชว์ตัวเลขเพียง 2 เดือนแรกของปีนี้สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 1,000 ล้านบาท แทบจะทะลุเป้าที่ตั้งไว้ของปีนี้ 3,000 ล้านบาท

เศรษฐกิจไทยจะฟุบจะแฟบ คงไม่มีผลต่อกำลังซื้อของกลุ่มคนที่ถูกเรียกขานว่า เป็นเศรษฐี อภิมหาเศรษฐี และอัครมหาเศรษฐีเป็นแน่แท้ ดังจะเห็นได้จากยอดขายคอนโดแสนหรูของโครงการมหานคร ภายใต้การพัฒนาของบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น ได้โชว์ตัวเลขเพียง 2 เดือนแรกของปีนี้สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 1,000 ล้านบาท แทบจะทะลุเป้าที่ตั้งไว้ของปีนี้ 3,000 ล้านบาท

เหตุผลกลใดทำให้ยอดขายคอนโดสุดหรูราคาขั้นต่ำ 50 ล้านบาท เรื่อยไปจนถึงสูงสุด 250 ล้านบาท ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ท่ามกลางความวุ่นวายทางการบ้านการเมือง จนส่งผลลุกลามวงกว้างมีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศในปี 2557

ขณะที่ปัจจัยภายนอกก็ใช่ย่อยทั้งปัญหาในยูเครน ความกังวลการขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศจีน แต่กลุ่มลูกค้าชาวต่างประเทศซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของโครงการมหานครยังมีความต้องการซื้อสูง

“สรพจน์ เตชะไกรศรี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น ในฐานะเจ้าของโปรเจกต์อภิมหานครแห่งนี้ ได้ไขข้อข้องใจถึงเหตุผลหลักที่ยอดขายคอนโดสุดหรูของเพซพุ่งกระฉูด มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1.หุ้นตก เศรษฐีไทยเบนเข็มการลงทุนในหุ้นหันมาซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และ 2.เศรษฐีจากแดนไกลเห็นโอกาสค่าเงินบาทไทยอ่อนค่า ทำให้ซื้อถูกลง 10% เป็นปัจจัยกระตุ้นให้ชาวต่างชาติตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่าก่อนหน้านี้

ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาซื้อคอนโดสุดหรูของเพซ สัดส่วน 60% เป็นลูกค้าต่างชาติ ในจำนวนนี้กว่า 40% เป็นชาวฮ่องกง สิงคโปร์ เพราะราคาอสังหาริมทรัพย์ใน 2 ประเทศนี้ แพงกว่าซื้อที่เมืองไทย 34 เท่า ดังนั้น อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยจึงกลายเป็นที่หมายตาของลูกค้าชาวฮ่องกงและสิงคโปร์

กำลังซื้อที่เหลือกระจายในหลากหลายชาติ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีจากดูไบ ยุโรป และเริ่มเห็นเศรษฐีจากจีน อินเดีย หรือแม้แต่เศรษฐีจากกลุ่มประเทศเออีซี ทั้งลาว พม่า กัมพูชา เริ่มแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมให้ความสนใจซื้อ เพราะประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางของกลุ่มประเทศในย่านเออีซี ทำให้อสังหาริมทรัพย์เป็นที่หมายตาของเศรษฐีเออีซี

“ประเทศไทยจะมีปัญหาการเมืองแต่คอนโดมิเนียมยังเป็นที่ต้องการ เพราะคนที่มาซื้อส่วนใหญ่จะมีความคุ้นเคยกับประเทศไทย และกลับมองว่าวิกฤตเป็นโอกาสดีในการลงทุน โดยชาวต่างชาติจะนิยมซื้อห้องชุดในราคาค่อนข้างแพง แต่หากเป็นคนไทยจะซื้อในช่วงราคาระดับต่ำลงมาหน่อย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าว

ในส่วนของลูกค้าชาวไทยที่มีสัดส่วน 40% นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเศรษฐีคนรุ่นใหม่ อายุ 3040 ปี แต่ชอบใช้ชีวิตในเมือง และพบชื่อบรรดาเสี่ยขาใหญ่ในวงการหุ้นเข้ามาจองห้องชุดสุดหรูอยู่เหมือนกัน

“สรพจน์” กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า การเติบโตห้องชุดระดับพรีเมียมในประเทศไทย เชื่อว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะผู้ประกอบการในกลุ่มนี้มีไม่มากแทบนับนิ้วได้ เพราะต้องใช้ความเชี่ยวชาญพิเศษในการสร้างสรรค์โครงการซึ่งมีความแตกต่างจากโครงการคอนโดมิเนียมโดยทั่วไปที่มีอยู่ดาษดื่น และด้วยข้อจำกัดที่ดินย่านทำเลทองในกลางกรุงมีจำกัด ทำให้โครงการคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมออกสู่ตลาดมีไม่มาก

ขณะที่ความต้องการซื้อยังมีอยู่สูง ตรงกับหลักการดีมานด์และซัพพลาย ทำให้เชื่อว่าความต้องการห้องชุดสุดหรูจะยังมีอยู่สูง ด้วยข้อจำกัดพื้นที่ในกลางกรุงมีเหลืออยู่ไม่มาก เข้ากับหลักการของจำนวนสินค้ากับความต้องการ

ทั้งนี้ โครงการ “มหานคร” มูลค่าโครงการ 1.9 หมื่นล้านบาท กำหนดแล้วเสร็จ 2558 จะเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งของโครงการจะเป็นที่พักอาศัยระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ภายใต้ชื่อ “เดอะ ริทซ์คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก” จำนวน 200 ห้อง และจะตั้งอยู่ที่ชั้น 23-73 ของอาคาร ขนาดตั้งแต่ 125-844 ตารางเมตร

การเมืองทำคนรวยหมดมู้ดช็อปเพชรทอง

“อัญรัตน์ พรประกฤต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ ผู้ผลิตและจำหน่ายเพชร ภายใต้แบรนด์ “ยูบิลลี่” กล่าวว่า ปัญหาการเมืองไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของลูกค้าบริษัท เพราะกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง ระดับ B+ ขึ้นไป หรือมีรายได้ต่อครัวเรือน 8 แสนบาทต่อปี แต่ยอมรับว่าปัญหาการเมืองส่งผลกระทบต่ออารมณ์ในการตัดสินใจซื้อเพชรของลูกค้า แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะเขตกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่หลักที่มีการชุมนุมทางการเมือง

“ธนรัชต์ พสวงศ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส หนึ่งในผู้ค้าทองคำรายใหญ่ของประเทศ กล่าวว่า กำลังซื้อทองคำรูปพรรณเพื่อสวมใส่นั้น ยอมรับว่าการเมืองได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เพราะทองคำถูกมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ขณะนี้พบว่ากำลังซื้อทองคำรูปพรรณของรายย่อยได้เริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว

แต่ในแง่ของแรงลงทุนทองคำจากนักลงทุนรายใหญ่นั้นก็พบว่าได้หายไปเช่นกัน แต่เหตุผลหลักน่าจะมาจากทิศทางราคาทองคำปี 2557 ไม่ชัดเจน ทำให้การลงทุนเพื่อเก็งกำไรทองคำนั้นทำได้ยาก ทำให้นักลงทุนรายใหญ่ซึ่งมีทางเลือกในการลงทุนหลากหลายหันไปลงทุนด้านอื่นแทน เช่น การลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้